การบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ

ความสำคัญ (Importance)

(GRI 3-3a., GRI 3-3b.)

          ความหลากหลายทางชีวภาพเป็นรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจโลก มีบทบาทต่อการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตของมนุษย์ ทั้งในด้านทรัพยากรอาหาร น้ำสะอาด และการบรรเทาภัยธรรมชาติ OR มีการดำเนินธุรกิจทั้ง Mobility และ Lifestyle ครอบคลุมหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย อีกทั้งการดำเนินธุรกิจ อาทิ Café Amazon ยังมีการพึ่งพาวัตถุดิบจากธรรมชาติ ดังนั้น ORจึงให้ความสำคัญต่อการรักษาความสมบูรณ์ของธรรมชาติซึ่งมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับความมั่นคงทางธุรกิจและความยั่งยืนในระยะยาว
          แนวโน้มธรรมชาติเชิงบวก (Nature-Positive) กำลังผลักดันให้ธุรกิจทั่วโลกก้าวข้ามจากการลดผลกระทบเพียงอย่างเดียวไปสู่การฟื้นฟูระบบนิเวศและสร้างผลเชิงบวกต่อธรรมชาติ สะท้อนถึงทั้งโอกาสและความเสี่ยงของ OR ซึ่งหากไม่สามารถจัดการผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ อาจส่งผลต่อห่วงโซ่คุณค่าและความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย ขณะเดียวกันหาก OR สามารถบูรณาการแนวคิดธรรมชาติเชิงบวกเข้ากับกลยุทธ์ขององค์กรได้ จะช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและการยอมรับจากสังคมโดยรวม

เป้าหมายระยะยาวปี 2573 (2030 Targets)

แนวทางการบริหารจัดการ (Management Approach)

(GRI 3-3c., GRI 3-3d., GRI 3-3e., GRI 3-3f)

ความมุ่งมั่นด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Commitment)

              OR ตระหนักถึงความสำคัญในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อการปกป้องความสมบูรณ์ของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ OR จึงแสดงความมุ่งมั่นต่อการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพที่มีความอ่อนไหวดังที่ปรากฎในคำแสดงเจตจำนงด้านการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพและการไม่ตัดไม้ทำลายป่า ปี 2567 ที่จะดำเนินกิจการควบคู่กับการปกป้องและจัดการความหลากหลายทางชีวภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน มุ่งมั่นที่จะไม่ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อความหลากหลายทางชีวภาพ (No Net Loss: NNL) ส่งเสริมการดำเนินโครงการที่ทำให้บรรลุเป้าหมาย ความหลากหลายทางชีวภาพสุทธิเชิงบวก (Net Positive Impact) ภายใต้ขอบเขตที่สามารถจัดการได้ และหลีกเลี่ยงการสร้างผลกระทบต่อพื้นที่ป่าไม้สุทธิโดยมุ่งมั่นที่จะดำเนินการฟื้นฟูหรือปลูกป่าไม้เพื่อชดเชยการสูญเสียป่าไม้จากการดำเนินธุรกิจ (No Net Deforestation) โดยครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญ ได้แก่ ธุรกิจที่ OR ดำเนินการ (Own Operations) ผู้ค้าทางตรง (Tier-1 Suppliers) และผู้ค้าทางอ้อม (Non-Tier 1 Suppliers) ตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจของ OR (Business Partners)
              ภายใต้คำแสดงเจตจำนงด้านการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพและการไม่ตัดไม้ทำลายป่า ปี 2567 OR ได้ประยุกต์ใช้หลักการบรรเทาผลกระทบตามลำดับขั้น (Mitigation Hierarchy) ที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้นต่อความหลากหลายทางชีวภาพตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า โดยมีรายละเอียดการจัดการผลกระทบในทั้ง 5 ขั้นตอนดังต่อไปนี้

การจัดการผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพตามหลัก Mitigation Hierarchy
การหลีกเลี่ยงผลกระทบ (Avoid)
• OR กำหนดแนวทางคัดเลือกสถานที่ก่อสร้างและพัฒนาธุรกิจที่ไม่ทับซ้อนกับพื้นที่อนุรักษ์ พื้นที่ป่าต้นน้ำ และพื้นที่ชุมชนที่มีความอ่อนไหวทางนิเวศ
• มีการผสานกระบวนการประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพตั้งแต่ขั้นตอนวางแผนโครงการ เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างผลกระทบเชิงลบตั้งแต่ต้น ผ่านการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment Report: EIA Report) ตามกฎหมายกำหนด
การลดผลกระทบที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ (Minimize)
• บูรณาการการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพเข้ากับนโยบาย QSHE ปี 2568 เพื่อควบคุมผลกระทบในการดำเนินงาน
• ใช้เครื่องมือ ENCORE และ WWF Risk Assessment เพื่อระบุผลกระทบและออกแบบมาตรการลดผลกระทบในห่วงโซ่คุณค่า (ต้นน้ำ–กลางน้ำ–ปลายน้ำ)
• มีการจัดทำรายงานและติดตามผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment Monitoring Report: EIA Monitoring Report) ระหว่างการดำเนินธุรกิจเพื่อติดตามให้มีการปฏิบัติตามมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตลอดจนผลกระทบด้านระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ
การฟื้นฟูและการฟื้นคืนสภาพระบบนิเวศ (Restore & Rehabilitate)
• ตั้งเป้าหมายฟื้นฟูป่าไม้ 10,000 ไร่ ภายในปี 2573 โดยความร่วมมือกับกรมป่าไม้ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง และชุมชนท้องถิ่น
• โครงการฟื้นฟู Café Amazon Park บนพื้นที่ 615 ไร่ จังหวัดลำปาง เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู และสร้างฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Baseline) โดยพบสิ่งมีชีวิตมากกว่า 500 ชนิด
• ผู้มีส่วนได้เสียเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบแนวทางการฟื้นฟูและติดตามผลลัพธ์ของโครงการ
การชดเชยผลกระทบที่เหลืออยู่ (Offset)
• พัฒนาโครงการคาร์บอนเครดิตร่วมกับกรมป่าไม้และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 9,600 ไร่ ภายใต้มาตรฐาน T-VER
การดำเนินการเชิงเปลี่ยนแปลงและการอนุรักษ์เพิ่มเติม (Transformative & Conservation Actions)
• สนับสนุนให้ความรู้เกษตรกร ส่งเสริมการคงอยู่ของระบบนิเวศในพื้นที่ป่าต้นน้ำ ผ่านโครงการ “พัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน (Sustainable Coffee Project)” โดยเปลี่ยนพฤติกรรมจาก “เผา” เป็น “ไม่เผา” ช่วยป้องกันการเกิดไฟป่า และผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5

            นอกจากนี้ OR ได้มีการทบทวนนโยบายคุณภาพ ความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (QSHE Policy) ปี 2569 โดยให้มีการกำหนดความมุ่งมั่นในการปกป้อง และจัดการความหลากหลายทางชีวภาพด้วยการบูรณาการการประเมินและการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพอย่างมีประสิทธิภาพ

การประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Risk Assessment)

        OR ได้ทำการประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพครอบคลุมตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า ครอบคลุมธุรกิจ Mobility และ Lifestyle รวมทั้งหมด 68 พื้นที่ ได้แก่ ธุรกิจที่ OR ดำเนินการ (Own Operations) จำนวน 49 พื้นที่ ผู้ค้า (Upstream) จำนวน 14 พื้นที่ และลูกค้า (Downstream) จำนวน 5 พื้นที่ โดยมีกระบวนการประเมินการพึ่งพา (Dependency) ผลกระทบ (Impact) ความเสี่ยง (Risk) และโอกาส (Opportunity) ที่เกี่ยวข้องทางธรรมชาติด้วยเครื่องมือที่ได้การยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลาย ได้แก่ ENCORE (Exploring Natural Capital Opportunities, Risks and Exposure) และ WWF Risk Assessment โดยมีกระบวนการประเมินตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

    1. การระบุผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง โดยมีขอบเขตครอบคลุมห่วงโซ่คุณค่าของ OR ทั้งหมด ได้แก่ กิจกรรมต้นน้ำ กิจกรรมของ OR และกิจกรรมปลายน้ำ
    2. การคัดเลือกพื้นที่ศึกษาประเมิน มีการใช้เกณฑ์การคัดเลือกผู้ค้าและลูกค้าที่มีความสำคัญเพื่อใช้ในการประเมิน
    3. การประเมิน ประกอบด้วยเครื่องมือ 2 ขั้นตอน ได้แก่ การประเมินผลกระทบและการพึ่งพาธรรมชาติ (I&D) จาก ENCORE เพื่อประเมินผลกระทบและการพึ่งพาธรรมชาติของ OR และตัวกรองความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพของ WWF (WWF Risk Assessment) เพื่อประเมินและระบุความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากความหลากหลายทางชีวภาพ
    4. การติดตามผล มีการจัดทำ Biodiversity Management Plan (BMP) เพื่อวางแผนการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพนำไปสู่การป้องกันและบรรเทาผลกระทบ ตลอดจนมีกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA) และรายงานการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment Monitoring Report) เพื่อติดตามผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ที่มีความเกี่ยวข้อง
    5. สร้างสรรค์การมีส่วนร่วมและสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงปัจจัยด้านความหลากหลายทางชีวภาพและความเสี่ยงจากการตัดไม้ทำลายป่าที่ได้จากการประเมินเพื่อปรับใช้ต่อไป

           นอกจากนี้ OR ได้จัดทำ Biodiversity Management Plan (BMP) ที่ประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพในเชิงพื้นที่ด้วย Land Cover Assessment เพื่อให้ทราบถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการพิจารณาที่ตั้งของพื้นที่ปฏิบัติงานกับพื้นที่สำคัญทางความหลากหลายทางชีวภาพ ได้แก่ พื้นที่คุ้มครอง (Protected Area: PA) พื้นที่ความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญ (Key Biodiversity Area: KBA) พันธมิตรเพื่อการสูญพันธุ์เป็นศูนย์ (Alliance for Zero Extinction: AZE) พื้นที่ชุ่มน้ำตามอนุสัญญาแรมซาร์ (Ramsar Sites) และพื้นที่ตามอนุสัญญามรดกโลก (World Heritage Sites) โดยประเมินพื้นที่ปฏิบัติการทั่วประเทศจำนวน 275 ที่ตั้ง ขนาด 179.2 เฮกแตร์ (hectares) และพบว่า 157 แห่งมีตำแหน่งที่ตั้งอยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตรจากพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพ (KBAs และ PAs) ที่ต้องมีมาตรการ BMP เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากการดำเนินงานในพื้นที่ อย่างไรก็ตามพื้นที่ทั้งหมดไม่มีการบุกรุกพื้นที่ป่าธรรมชาติ เนื่องจากตั้งอยู่บนพื้นที่ที่ถูกปรับเปลี่ยนแล้ว (modified habitats) เช่น พื้นที่เกษตรกรรม โดยมีตัวอย่างมาตรการที่เกี่ยวข้อง เช่น การปรับเปลี่ยนระบบไฟให้ลดผลกระทบต่อสัตว์กลางคืน การจัดการน้ำเสียและขยะ การติดตั้งโซลาเซลล์ในสถานีบริการ PTT Station การอบรมบุคลากรและสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชน ตลอดจนการสนับสนุนโครงการฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำหรือป่าไม้ผ่านองค์กรภายนอก
           สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ใน การประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ปี 2568

ผลิตภัณฑ์และบริการในห่วงโซ่อุปทานที่มีผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ
           OR ดำเนินธุรกิจหลักในสองกลุ่มที่มีความเชื่อมโยงกับผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ได้แก่ ธุรกิจ Mobility และ ธุรกิจ Lifestyle ซึ่งมีห่วงโซ่อุปทานเกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในส่วนต้นน้ำ ได้แก่ การจัดหาวัตถุดิบ การขนส่ง ไปจนถึงปลายน้ำคือการให้บริการแก่ผู้บริโภคปลายทาง โดย OR ได้ดำเนินการประเมินผลกระทบและการพึ่งพาธรรมชาติ (Nature Impact and Dependency Assessment) ครอบคลุมผู้ค้า (Upstream) จำนวน 14 ราย และลูกค้า (Downstream) จำนวน 5 ราย รวมถึงระบุความเสี่ยง (Risk) และโอกาส (Opportunity) ที่เกี่ยวข้องทางธรรมชาติด้วยเครื่องมือที่ได้การยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลาย ได้แก่ ENCORE (Exploring Natural Capital Opportunities, Risks and Exposure) และ WWF Risk Assessment จากการประเมินในปี 2567 (2024) พบว่าผลิตภัณฑ์และบริการที่มีผลกระทบมากที่สุด ได้แก่

ประเภทธุรกิจ
ผลิตภัณฑ์/บริการหลัก
ประเทศ/พื้นที่ดำเนินกิจกรรม
ผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ
มาตรการจัดการ
Mobility
สถานีบริการน้ำมัน PTT Station, คลังน้ำมัน และสถานีเติมน้ำมันอากาศยาน
ประเทศไทย
การใช้ที่ดินและการก่อสร้างสถานีส่งผลต่อถิ่นอาศัยของสิ่งมีชีวิตในบางพื้นที่ และอาจเกิดความเสี่ยงจากการรั่วไหลของน้ำมัน
• ดำเนินการสำรวจผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)
• ใช้ระบบกักเก็บและบำบัดน้ำมัน
• ฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวรอบสถานี
Lifestyle
ธุรกิจ Café Amazon
ภาคเหนือของประเทศไทย
การใช้พื้นที่เพาะปลูกกาแฟในเขตภูเขาอาจส่งผลต่อระบบนิเวศป่าเบญจพรรณ
• ส่งเสริมการปลูกกาแฟใต้ร่มเงา (Shade-Grown Coffee)

ผลการดำเนินงาน (Performance)

การดำเนินการและความร่วมมือ (Actions & Partnerships)
                เพื่อลดผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพ OR ได้ดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานภายนอกและชุมชนในโครงการด้านความหลากหลายทางชีวภาพหลายรูปแบบ เช่น ความร่วมมือกับ กรมป่าไม้ ในการปลูกป่าและพัฒนาโครงการคาร์บอนเครดิต (T-VER) และการสนับสนุนมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในการจัดการป่าชุมชน 8,100 ไร่ พร้อมกองทุนพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อบรรลุเป้าหมายการปลูกและบำรุงรักษาป่าจำนวน 10,000 ไร่ภายในปี 2573 และการพัฒนาโครงการ Café Amazon Park ให้เป็นพื้นที่ศึกษาและเรียนรู้ระบบนิเวศ โดยมีทั้งโครงการคาร์บอนเครดิต และการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพซึ่งพบสิ่งมีชีวิตกว่า 548 ชนิด ครอบคลุมพันธุ์พืช และสัตว์ป่าที่หลากหลายในพื้นที่

การมีส่วนร่วมผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder Engagement)
                  OR จัดให้มีการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียทั้งในห่วงโซ่คุณค่าและชุมชนท้องถิ่น เพื่อร่วมออกแบบแนวทางจัดการความหลากหลายทางชีวภาพและติดตามประสิทธิผลของโครงการต่าง ๆ ดังนี้

องค์กร / หน่วยงานภายนอก
ความร่วมมือด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
กรมป่าไม้
OR ได้ดำเนินโครงการปลูกป่าลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานประเทศไทย (T-VER) ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยกรมป่าไม้ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจังหวัดเชียงรายและพะเยารวม 1,500 ไร่ เพื่อเพิ่มผลประโยชน์ร่วมที่ได้จากการฟื้นฟูพื้นที่ป่า เพิ่มแหล่งดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และสนับสนุนการจ้างงานในชุมชนไปพร้อมกัน ในปี 2568 OR ได้สนับสนุนการบำรุงรักษาป่าและการจัดการกล้าไม้ตามหลักวิชาการป่าไม้ นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนโครงการตามระเบียบวิธีการ T-VER-S-METH-13-02 ภายใต้โครงการ P-REDD+ พร้อมผ่านการตรวจสอบโดยผู้ประเมินภายนอก และได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญและสถาบันการศึกษาในการพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืนทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม
มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง
OR สนับสนุนโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ครอบคลุมพื้นที่ป่าชุมชนจำนวน 8,100 ไร่ ซึ่งผ่านการตรวจสอบและขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิตตามมาตรฐานโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ (T-VER) นอกจากนี้ ในปี 2568 OR ได้ติดตามความก้าวหน้าจากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงอย่างต่อเนื่อง
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
OR สนับสนุนโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อความมั่นคงของประชาชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 4.27 ล้านไร่ โดยมุ่งส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการปลูกป่า ดูแลป่า และอยู่ร่วมกับป่าอย่างสมดุล เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพและความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ โครงการดังกล่าวยังสนับสนุนการปรับเปลี่ยนระบบการเกษตรจากพืชเชิงเดี่ยวสู่การทำเกษตรเชิงนิเวศ เช่น การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง และระบบวนเกษตรที่ยั่งยืน รวมถึงการปลูกกาแฟใต้ร่มไม้ป่า อันจะช่วยสร้างพื้นที่สีเขียว ลดการชะล้างหน้าดิน ลดมลพิษทางอากาศ และเสริมสร้างความมั่นคงให้กับชุมชน ควบคู่ไปกับการก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำผ่านการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
โครงการคาร์บอนเครดิตของอุทยานคาเฟ่อเมซอน (Café Amazon Park) ตามมาตรฐานของ VERRA
OR มุ่งมั่นพัฒนาอุทยานคาเฟ่อเมซอน (Café Amazon Park) จังหวัดลำปาง บนพื้นที่ 615 ไร่ ให้เป็นศูนย์กลางการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนตั้งแต่ต้นน้ำ โดยจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อผลิตต้นกล้ากาแฟรองรับการขยายสาขาทั้งในและต่างประเทศในระยะยาว สามารถต่อยอดอาชีพให้แก่คนในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2573 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593
โครงการศึกษาและสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพของอุทยานคาเฟ่อเมซอน (Café Amazon Park)
OR ได้ริเริ่มโครงการสำรวจและศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่อุทยานคาเฟ่อเมซอน (Amazon Park) เพื่อจัดทำข้อมูลฐานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Baseline) สำหรับการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยในปี 2567-2568 ได้สำรวจพบสิ่งมีชีวิตรวมทั้งสิ้น 548 ชนิดพันธุ์ (species) ผลการสำรวจพบว่าชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ส่วนใหญ่ไม่อยู่ในสถานภาพที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธ์ในระดับประเทศและใกล้สูญพันธ์ตามบัญชี IUCN ทั้งนี้ข้อมูลที่ได้มาจากการศึกษาจะถูกนำไปใช้เป็นฐานในการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

รางวัลแห่งความสำเร็จ (Award and Recognitions)

รางวัลผู้ช่วยเหลือราชการกรมป่าไม้ สาขาการฟื้นฟูและพัฒนาทรัพยากรป่าไม้
               OR ได้รับโล่รางวัลผู้ช่วยเหลือราชการกรมป่าไม้ สาขาการฟื้นฟูและพัฒนาทรัพยากรป่าไม้ เนื่องในโอกาสวันสถาปนากรมป่าไม้ ครบรอบ 129 ปี จาก ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ OR ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน โดย OR ได้ร่วมกับกรมป่าไม้ดำเนินโครงการปลูกป่าจำนวน 1,900 ไร่ ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและพะเยา ซึ่งคาดว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 800 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ทั้งนี้ ความสำเร็จดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของ OR ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานลงหนึ่งในสามภายในปี 2573 (เทียบกับปี 2565) และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

ร่วมงานกับเรา