การดูแลผลิตภัณฑ์และบริการ

ความสำคัญ

          ผลิตภัณฑ์และบริการของ OR เป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของผู้คน และมีบทบาทสำคัญต่อการดำรงชีวิตประจำวัน รวมถึงความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ OR จึงตระหนักถึงความรับผิดชอบในฐานะผู้ผลิตและผู้ให้บริการที่ต้องดูแลทั้งคุณภาพ ความปลอดภัย และความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภคในทุกมิติ
          OR มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยคำนึงถึงคุณภาพ สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยของผู้บริโภค ความสะดวกในการเข้าถึง และการกำหนดราคาที่เป็นธรรม เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์ที่ดีอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน
          การบริหารจัดการคุณภาพของ OR ครอบคลุมทุกขั้นตอนของห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การควบคุมคุณภาพระหว่างกระบวนการผลิต การตรวจสอบมาตรฐานก่อนถึงมือลูกค้า ไปจนถึงการส่งมอบบริการที่โปร่งใสและปลอดภัย บริษัทฯ ยังมีระบบติดตาม ประเมิน และปรับปรุงกระบวนการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์และบริการเป็นไปตามข้อกำหนด รวมถึงมีแผนป้องกัน แก้ไข และรองรับกรณีฉุกเฉิน เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้บริโภคและสังคม
          ในขณะเดียวกัน OR ตระหนักว่าการดำเนินธุรกิจย่อมมีทั้งโอกาสและความเสี่ยง การส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและปลอดภัยไม่เพียงสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค แต่ยังสะท้อนถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารจัดการอย่างมีความรับผิดชอบ และความมุ่งมั่นของ OR ในการขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคมไทยอย่างยั่งยืน

เป้าหมายปี 2568

แนวทางการบริหารจัดการ (Management Approach)

               OR ได้นำแนวทางการบริหารจัดการคุณภาพเชิงระบบตามมาตรฐาน ISO 9001:2015 มาประยุกต์ใช้ครอบคลุมการดำเนินธุรกิจและกระบวนการสนับสนุนทั้งหมด โดยบริษัทได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015 สำหรับสถานประกอบการหลัก ได้แก่ คลังน้ำมัน คลังก๊าซหุงต้ม (LPG) คลังปิโตรเลียม สถานีเติมน้ำมันอากาศยาน ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น และถังก๊าซหุงต้ม รวมถึงกระบวนการสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง เช่น การจัดหา การขนส่ง และการกระจายผลิตภัณฑ์น้ำมันและก๊าซหุงต้ม โดยการรับรองจากหน่วยงานอิสระภายนอก (independent third party) ดังกล่าว ยืนยันว่าระบบบริหารคุณภาพของ OR เป็นไปตามมาตรฐานสากล อีกทั้งยังตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพสูง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวแก่ลูกค้าอย่างยั่งยืน

          OR ได้จัดทำนโยบายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับ การดูแลผลิตภัณฑ์และบริการ (Product and Service Stewardship) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ อีกทั้งยังได้พัฒนา แผนคุณภาพผลิตภัณฑ์ (Product Quality Plan) และ แผนควบคุมกระบวนการ (Process Control Plan) เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์หรือบริการ พร้อมทั้งจัดให้มีการอบรมให้ความรู้แก่พนักงานตามข้อกำหนดของระบบ ISO 9001:2015

          สำหรับผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้องกับอาหาร OR ได้รับการรับรองมาตรฐาน ระบบการจัดการความปลอดภัยด้านอาหาร (FSSC 22000 และ ISO 22000) สำหรับโรงงานผลิตหลัก ซึ่งรวมถึงหลักการของ HACCP (Hazard Analysis and Critical Control Points) ที่ใช้ในการระบุ ควบคุม และลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในอาหาร

          นอกจากนี้ OR ยังมีการตรวจประเมินภายใน (Internal Audit) ภายในองค์กร โดยผู้ตรวจประเมินภายในที่ได้รับการแต่งตั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์และบริการเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประเมินประสิทธิภาพของระบบบริหารคุณภาพ (Quality Management System: QMS) เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

          นอกจากนี้ OR ยังได้มุ่งเน้น การยกระดับคุณภาพการบริหารงานร้านค้า ให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งเครือข่าย เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีและเชื่อมั่นในคุณภาพของการบริการ โดยได้จัดทำ คู่มือมาตรฐานการดำเนินงานร้านค้า (Standard Operating Manual) ครอบคลุมทุกขั้นตอนการให้บริการ การจัดการสินค้า และการดูแลสิ่งแวดล้อมภายในพื้นที่ให้บริการ เพื่อให้ผู้ประกอบการและพนักงานสามารถยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติเดียวกันทั่วประเทศ

          พร้อมกันนี้ OR ได้กำหนดให้มีการ ตรวจประเมินคุณภาพและการบริการ (Quality & Service Audit) เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง โดยทีมตรวจประเมินภายในและหน่วยงานอิสระ เพื่อให้มั่นใจว่าร้านค้าในเครือทุกแห่งดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด รวมถึงใช้ผลการตรวจประเมินดังกล่าวเป็นข้อมูลในการปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านคุณภาพการให้บริการ ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และความพึงพอใจของลูกค้า

          แนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึง ความมุ่งมั่นของ OR ในการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์และบริการอย่างมีคุณภาพและมีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการผลิต การกระจายสินค้า จนถึงการให้บริการหน้าร้าน เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งองค์กร

          สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ OR ในการรักษามาตรฐานสูงสุดด้านการดูแลผลิตภัณฑ์และบริการ โดยมีการบริหารจัดการเชิงรุกครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต จนถึงการส่งมอบ ผ่านกระบวนการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด การวิเคราะห์หาสาเหตุ (Root Cause Analysis) รวมถึงการดำเนินการแก้ไขและป้องกัน (Corrective and Preventive Actions) เพื่อมุ่งลดการเกิดผลิตภัณฑ์ที่บกพร่อง (Defective products) และป้องกันการเรียกคืนผลิตภัณฑ์ (Product recall)

กรอบการดำเนินงานและนโยบายที่เกี่ยวข้อง
          OR ได้จัดให้มีกรอบการดำเนินงาน รวมถึงจัดทำนโยบายเพื่อการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสีย และสอดคล้องกับความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยกรอบการดำเนินงานและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผลิตภัณฑ์และบริการ มีดังนี้
          1. จริยธรรมและจรรณยาบรรณในการดำเนินธุรกิจต่อลูกค้าและผู้บริโภค
          ด้วยความมุ่งมั่นและใส่ใจในการดูแลผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ ราคาที่เป็นธรรม และมีความรับผิดชอบต่อลูกค้าและผู้บริโภค OR จึงมีการกำหนดจริยธรรมและจรรยยาบรรณในการดำเนินธุรกิจต่อลูกค้าและผู้บริโภคไว้ใน คู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดี มาตรฐานทางจริยธรรม และจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ (Ethical Standards and Code of Business Ethics Handbook)
          2. นโยบายคุณภาพ ความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (QSHE Policy)
          นโยบายคุณภาพ ความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ฉบับปี 2568 (QSHE Policy) โดยมุ่งเน้นและให้ความสำคัญต่อผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอกองค์กรผ่านการดำเนินงานด้านคุณภาพ เพื่อควบคุมกระบวนการผลิตสินค้าและบริการให้ได้มาตรฐาน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) และส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพเป็นไปตามข้อกำหนดของลูกค้าและสอดคล้องตามกฎหมาย รวมถึงป้องกันการเกิดความบกพร่องทางผลิตภัณฑ์และบริการ (Product and Service Quality Defect) ที่อาจส่งผลกระทบต่อลูกค้า ชื่อเสียง และภาพลักษณ์ขององค์กร
          3. แนวทางการบริหารจัดการความยั่งยืนกลุ่ม OR
          OR ได้ระบุแนวทางการบริหารจัดการความยั่งยืนของกลุ่มบริษัท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พื้นที่ปฏิบัติงาน หน่วยธุรกิจ และบริษัทในกลุ่ม OR มีการบริหารจัดการผลกระทบหรือความเสี่ยงด้านความยั่งยืนที่สำคัญ อันเกิดจากการตัดสินใจและการดำเนินงานขององค์กร ที่มีต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างเป็นระบบ และยกระดับการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ไปสู่การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อให้สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มได้อย่างสมดุลและยั่งยืน เช่น การดูแลผลิตภัณฑ์และบริการ การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน นวัตกรรมและเทคโนโลยีสำหรับทุกคน ประเด็นด้านผู้บริโภค การมีส่วนร่วมของชุมชนและการพัฒนาชุมชน เป็นต้น

แนวทางดำเนินงานด้านการดูแลผลิตภัณฑ์และบริการ
          OR ได้จัดทำแผนการดำเนินงานด้านการดูแลผลิตภัณฑ์และบริการ (Product and Service Stewardship Implementation) สำหรับแต่ละสายธุรกิจให้เหมาะสมกับบริบทที่แตกต่างกัน พร้อมทั้งได้บรรจุหัวข้อมาตรฐานผลิตภัณฑ์และบริการ: คุณภาพ/ความปลอดภัย/สิ่งแวดล้อม (Product and Service Standard: Quality/Safety/Environment) เป็นหนึ่งในความเสี่ยงองค์กร (Corporate Risk Profile) ภายใต้หมวดความเสี่ยงด้านการดำเนินธุรกิจและการปฏิบัติการ (Business and Operational Risks)
          บริษัทได้จัดการฝึกอบรมแก่พนักงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผลิตภัณฑ์และบริการในแต่ละธุรกิจ ครอบคลุมทั้งการอบรมตามข้อกำหนดของ ISO 9001:2015 และบทบาทหน้าที่เฉพาะของพนักงานแต่ละคนในการรักษาและยกระดับมาตรฐานคุณภาพ นอกจากนี้ OR ยังมีระบบติดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานเพื่อการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการ (QSHE Legal Compliance)
          ในด้านการตรวจประเมิน OR มีระบบการตรวจสอบที่ครอบคลุมทั้ง การตรวจประเมินภายใน (Internal Audit) และ การตรวจประเมินจากหน่วยงานภายนอก (External Audit by Third Party) เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทสอดคล้องกับมาตรฐานและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังเป็นการประเมินประสิทธิภาพของระบบบริหารคุณภาพ (QMS) เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
          รายงานผลการตรวจประเมิน (Audit Report) จะถูกส่งต่อให้ผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในรูปแบบรายงานประจำเดือน และการบริหารจัดการด้านการดูแลผลิตภัณฑ์และบริการจะได้รับการทบทวนเป็นประจำ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่มีนัยสำคัญ
          การรายงานและการติดตามผลการดำเนินงานด้านการดูแลผลิตภัณฑ์และบริการจะดำเนินการในรายไตรมาส (Key Risk Indicator: KRI) โดยรายงานในที่ประชุม OR QSHE GMC หรือตามวิธีที่กำหนดในแต่ละประเภทผลิตภัณฑ์และบริการ ทั้งนี้ ข้อมูลผลการดำเนินงานที่ถูกรายงานจะถูกนำไปใช้ในการวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจและการปฏิบัติการให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
          นอกจากการดำเนินงานภายในองค์กรแล้ว OR ยังส่งเสริมให้คู่ธุรกิจในเครือข่าย โดยเฉพาะผู้แทนจำหน่าย (Dealer) และแฟรนไชส์ซี (Franchisee) พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการประกวดและการประเมินผลการดำเนินงานตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการปรับปรุงคุณภาพร้านค้า การบริหารจัดการ และการบริการลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น โดยผลการประกวดและข้อเสนอแนะจากการประเมินจะถูกนำมาวิเคราะห์ต่อยอดสู่แผนพัฒนาและยกระดับมาตรฐานของเครือข่ายร้านค้า OR ทั่วประเทศ ให้สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพสม่ำเสมอในทุกพื้นที่

ภาพรวมแนวทางการดำเนินงานด้านการดูแลผลิตภัณฑ์และบริการ

กลุ่มธุรกิจ Mobility:

ธุรกิจก๊าซหุงต้ม ปตท.

               การดำเนินธุรกิจก๊าซหุงต้ม ปตท. ในปี 2568 ภายใต้แนวคิด “LPG for All” ประกอบด้วย 5C คือ Customer: การดำเนินธุรกิจร่วมกับดีลเลอร์ Consumer: การเข้าถึงผู้บริโภค Community: การเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ชุมชนและสังคม Country: การสร้างสังคมที่เน้นเรื่องความปลอดภัยและยั่งยืน และ Collaboration: การดำเนินธุรกิจจากการร่วมมือกันของทุกฝ่าย เพื่อสร้างความเติบโตทางธุรกิจ พร้อมดูแลผู้มีส่วนได้เสียรอบด้าน
               เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าและลูกค้าของ OR จะได้รับความปลอดภัยในการใช้ผลิตภัณฑ์ OR จึงให้ความสำคัญเรื่องการให้ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ รวมถึงการซ้อมแผนฉุกเฉินและตรวจสอบความปลอดภัยให้กับโรงบรรจุก๊าซหุงต้ม (LPG Filling Plant) และสถานีบริการก๊าซหุงต้ม (LPG Service Station) อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ OR ยังได้ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์โดยถังก๊าซหุงต้มทุกใบ ได้รับการรับรองจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ. หรือ TISI) และผลิตจากเหล็กที่มีความหนามากกว่าความหนาที่มาตรฐาน มอก.27 กำหนด เพื่อให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจและใช้งานได้อย่างปลอดภัย
               ถังก๊าซหุงต้มทุกถังต้องผ่านการตรวจสอบตามมาตรการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัย 6 ขั้นตอนมาตรฐานก่อนส่งมอบให้แก่ผู้บริโภค ดังนี้
               1. เช็คสภาพถัง ให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย มีเครื่องหมายมาตรฐานอุตสาหกรรม หรือ มอก. ประทับอยู่บนตัวถังก๊าซหุงต้ม โดยหากพบถังก๊าซหุงต้มที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน จะคัดแยกเพื่อนำไปซ่อมบำรุงหรือทำลาย
               2. ทำความสะอาดตัวถัง สำหรับถังก๊าซหุงต้มที่ผ่านการเช็คสภาพถังตามมาตรฐานเรียบร้อยแล้ว
               3. บรรจุก๊าซ ควบคุมน้ำหนักก๊าซตามมาตรฐานของถังแต่ละขนาด
               4. ชั่งน้ำหนัก หากน้ำหนักขาดหรือเกินกว่ามาตรฐานกำหนด จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการเติมหรือลดก๊าซหุงต้ม และนำกลับมาชั่งน้ำหนักใหม่อีกครั้ง จึงมั่นใจได้ว่าทุกถังมีปริมาณก๊าซหุงต้ม ที่เป็นไปตามมาตรฐาน
               5. ตรวจสอบรอยรั่วซึม ทดสอบตัวถังก๊าซหุงต้ม วาล์ว และเกลียววาล์ว โดยหากพบรอยรั่วจะคัดแยกออกทันที
               6. ซีลวาล์ว ผนึกซีลทอง QR พร้อมตรวจสอบความติดแน่นของซีลเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนส่งมอบให้ร้านค้า เพื่อส่งต่อถึงผู้บริโภคต่อไป
               ถังบรรจุก๊าซหุงต้มที่ครบอายุ 5 ปี นับจากเดือน/ปี ที่ทดสอบครั้งล่าสุด จะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการทดสอบ Hydrostatic Test เพื่อทดสอบการรั่วของถัง ส่วนถังก๊าซหุงต้มที่มีอายุครบ 10 ปี จะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการทดสอบ Expansion Test เพื่อหาอัตราการขยายตัวของถังก๊าซในค่าความดันที่กำหนด ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เรื่องการใช้และการซ่อมบำรุงถังก๊าซปิโตรเลียมเหลว (มอก.151) สำหรับตัววาล์วของถังต้องผ่านกระบวนการทดสอบความปลอดภัยด้วยเช่นกัน โดยวาล์วที่อายุไม่เกิน 10 ปี จะทดสอบการรั่วซึม (Leak Test) และทดสอบอุปกรณ์นิรภัยแบบระบายของวาล์ว (Safety Relief Valve) ส่วนวาล์วที่มีสภาพชำรุด หรืออายุเกิน 10 ปี จะถูกส่งทำลาย เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคได้ใช้ถังก๊าซหุงต้มที่มีความปลอดภัยสูงสุด
               นอกจากนี้ OR ได้ผนวกนวัตกรรมแห่งความปลอดภัย หรือ “ระบบ Check Lock Valve” เรื่องลิ้นสำหรับถังก๊าซปิโตรเลียมเหลว ด้วยการออกแบบลิ้นสำหรับถังก๊าซหุงต้ม เพื่อป้องกันก๊าซรั่วไหลออกจากถัง และเกิดเหตุเพลิงไหม้ระหว่างการขนส่งและการใช้งานของผู้บริโภค

ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น

PTT Lubricants และ ศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto

           การดำเนินธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นอย่างปลอดภัยของ OR ครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การบรรจุ การบริหารคลังสินค้า และการขนส่งผลิตภัณฑ์ โดยมีการป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นและการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้ปฏิบัติงานและตอกย้ำมาตรฐานความปลอดภัยในการให้บริการลูกค้า ผ่านการวิเคราะห์และจัดทำแผนพัฒนาเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น ดังนี้

           1. จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานสำหรับศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto ให้สอดคล้องตามมาตรฐานการบริการ (Service Standard) และ มาตรฐานการปฏิบัติงาน (Operation Standard) ทั้งในรูปแบบสมุดคู่มือและรูปแบบออนไลน์ เพื่อให้พนักงานสามารถศึกษาได้อย่างสะดวก พร้อมทั้งจัดการฝึกอบรมพนักงานช่างศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto ในด้านเทคนิคยานยนต์และทักษะการให้บริการลูกค้า ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพื่อให้การดำเนินงานและการให้บริการลูกค้าเป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงานและมาตราฐานด้านความปลอดภัย
           2. การจัดอบรมเกี่ยวกับมาตรฐานการให้บริการ เช่น การบริหารจัดการ เทคนิคการขาย และการดำเนินงานด้านการบริการ ตามมาตรฐานที่กำหนดโดยศูนย์บริการยานยนต์ (สำหรับผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต) รวมถึงการยกระดับการบริการให้เหนือความคาดหวังของลูกค้า กระบวนการระบบงานขาย และความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มยานยนต์
           3. การติดตั้งถังดับเพลิงตามจุดที่กำหนด พร้อมกับมีป้ายเตือนต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ลูกค้าที่มารับบริการในส่วนของศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto
           4. การควบคุมคุณภาพการให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ในศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของรถยนต์ที่เข้ารับบริการก่อนส่งมอบให้แก่ลูกค้า การตรวจสอบดำเนินการโดยพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญและผ่านการฝึกอบรมให้ปฏิบัติงานตาม มาตรฐานการปฏิบัติงาน (Operational Standards) ทั้งนี้ OR ได้สื่อสารข้อมูลด้านความปลอดภัยผ่านการจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (Occupational Health and Safety Management) และการใช้ เอกสารข้อมูลความปลอดภัย (Safety Data Sheet: SDS) ตามระบบการสากลการจำแนกประเภทความเป็นอันตรายและการติดฉลากสารเคมีที่เป็นระบบเดียวกันทั่วโลก (GHS: Globally Harmonized System of Classification and Labelling of Chemicals) สำหรับน้ำมันหล่อลื่นทุกประเภท
           5. ติดสัญลักษณ์แสดงความอันตรายของสารเคมี (Diamond Sign) ที่บรรจุภัณฑ์ สำหรับผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายแก่ลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งมีการระบุคำเตือนความเป็นอันตรายและข้อควรระวัง อ้างอิงตาม Globally Harmonized System of Classification and Labelling of Chemicals (GHS) ซึ่งเป็นระบบของการจัดทำเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (Safety Data Sheets: SDS)

           ศูนย์กระจายสินค้าผลิตภัณฑ์หล่อลื่น (Lubricant Distribution Center) ได้นำระบบ Automated Storage and Retrieval System (AS/RS) มาใช้ในการรับ–เก็บ–จ่ายสินค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและการจ่ายผลิตภัณฑ์ให้รวดเร็ว แม่นยำ และปลอดภัยมากขึ้น ระบบนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุของพนักงาน รวมถึงลดความผิดพลาดด้านคุณภาพและปริมาณในการส่งมอบสินค้า อีกทั้งยังมีฟังก์ชันติดตามและยืนยันสถานะการส่งมอบ เพื่อให้ลูกค้าได้รับข้อมูลที่โปร่งใสและมั่นใจในบริการทุกขั้นตอน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภค และสร้างความเชื่อมั่นต่อแบรนด์อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ PTT Lubricants มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องด้วยคุณภาพที่ดีเยียม เพื่อให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจในการซื้อสินค้า จึงมีกระบวนการควบคุมคุณภาพร่วมกับคู่ค้าผ่านระบบบริหารคุณภาพ (QMS) พร้อมมีทีมผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้เรื่องผลิตภัณฑ์หล่อลื่นกับผู้แทนจำหน่ายฯ และลูกค้า ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นของลูกค้าและผู้บริโภคผ่านการจัดสัมมนาลูกค้า (ผู้แทนจำหน่ายหล่อลื่น) เข้าพบ/เยี่ยมลูกค้ากลุ่มผู้แทนจำหน่ายทุกช่องทาง รวมถึงสำรวจความผูกพันจากลูกค้า/ผู้บริโภคของ PTT Lubricants และศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto เพื่อนำข้อเสนอแนะและข้อร้องเรียนมาวิเคราะห์สาเหตุ ดำเนินการแก้ไขปัญหา ตลอดจนพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ

กลุ่มธุรกิจ Lifestyle:

Café Amazon 

           ร้าน Café Amazon ได้กำหนดกลยุทธ์ที่ต้องรักษามาตรฐานด้านความปลอดภัยของอาหารและเครื่องดื่มที่สอดคล้องตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมกับการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์และการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความปลอดภัยของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และสื่อสารมาตรฐานดังกล่าวไปยังร้าน Café Amazon ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ รวมถึงมีการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับดังกล่าวอย่างเคร่งครัด
           นอกจากนี้ กลุ่มโรงงานผลิตสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจ Café Amazon ซึ่ง OR เป็นผู้ดำเนินการ ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลด้านระบบการจัดการความปลอดภัยอาหาร (Food Safety Management System) ได้แก่ GHP, Halal และ HACCP โดยโรงคั่วเมล็ดกาแฟและโรงงานผลิตผงผสมภายใต้ธุรกิจ Café Amazon ยังได้รับการรับรองมาตรฐาน FSSC 22000 ซึ่งถือเป็นมาตรฐานความปลอดภัยด้านการผลิตอาหารที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล การรับรองนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ OR ในการปรับปรุงกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคด้านความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ OR ยังมีการพัฒนามาตรฐาน Café Amazon Standard เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตเมล็ดกาแฟจากชุมชนภายใต้การดำเนินงานโครงการพัฒนาการปลูกกาแฟ
           ในด้านการให้ความสำคัญกับคุณภาพในกระบวนการผลิตสินค้า โรงงานผลิตผงผสมได้ปฏิบัติตามมาตรฐานการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการรับรอง ISO 18404: Quantitative methods in process improvement — Six Sigma ในการควบคุมกระบวนการผลิตและบรรจุสินค้าซึ่งส่งผลให้โรงงานผลิตผงผสมสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายจากการสูญเสีย (Loss in Process Control) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
           Café Amazon ให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูลเกี่ยวกับคุณค่าทางโภชนาการและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ดังนั้น Café Amazon จึงปฏิบัติตามมาตรฐานการติดฉลากผลิตภัณฑ์ (Product Labeling Standards) ตามข้อกำหนดใน “ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง คำชี้แจงประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การแสดงฉลากของอาหารในภาชนะบรรจุ (ฉบับที่ 3) และ (ฉบับที่ 4)” โดยสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มสำเร็จรูปจะต้องมีการแสดงฉลากให้เป็นไปตามประกาศดังกล่าวอย่างเคร่งครัด มีการควบคุมสารปรุงแต่งและส่วนประกอบที่อาจส่งผลต่อสุขภาพหรือสิ่งแวดล้อม พร้อมระบุข้อมูลสารก่อภูมิแพ้ (Allergens) บนฉลากผลิตภัณฑ์ รวมทั้งสื่อสารคำแนะนำการบริโภคอย่างปลอดภัยและข้อควรระวัง โดยการติดฉลากครอบคลุมสินค้า ร้อยละ 100 ในทุกหมวดหมู่ภายใต้แบรนด์ Café Amazon
           เพื่อรองรับความหลากหลายของผู้บริโภค Café Amazon ได้พัฒนา “เมนูทางเลือกเพื่อสุขภาพ” ที่เน้นใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ลดน้ำตาลและไขมัน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการบริโภคที่ดีต่อสุขภาพของลูกค้า รวมทั้งขยายการรับรอง “Halal” ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคมุสลิมสามารถเลือกบริโภคสินค้าได้อย่างมั่นใจ สะท้อนถึงการเคารพความแตกต่างทางศาสนาและวัฒนธรรมของผู้บริโภคทุกกลุ่ม 

การตรวจประเมินคุณภาพมาตรฐานและความปลอดภัยร้าน Café Amazon

        Café Amazon มุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานของการตรวจประเมินร้านค้า (Store Audit) โดยนำแอปพลิเคชันบนมือถือที่ใช้ระบบบริหารคุณภาพ (QMS) มาใช้ในการตรวจประเมิน นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2564 OR ได้ดำเนินการใช้ Audit Care+ เป็นช่องทางการสื่อสารเพื่อรองรับการสอบถามและให้ข้อมูลด้านคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการในร้านค้า ทั้งนี้ OR ใช้การตรวจประเมินร้าน Café Amazon อยู่ 4 ประเภทหลัก ดังนี้
          1. Standard Audit (Quality Services Cleanliness; QSC) ซึ่งดำเนินการโดยทีมตรวจสอบและควบคุมคุณภาพของ OR โดยเป็นการตรวจประเมินการดำเนินการและให้บริการของร้านค้าทั้งใน สถานีบริการ PTT Station และนอก PTT Station (ประเภท Stand-Alone) เป็นรายเดือนตามมาตรฐานและข้อกำหนดของ OR ครอบคลุมทุกสาขาทั่วประเทศ โดยกำหนดหัวข้อในการประเมินภายใต้ 3 ส่วนหลัก ภาพเครื่องดื่ม และสินค้าอื่น ๆ
                  • ส่วนที่ 2 พนักงานและการบริการ
                  • ส่วนที่ 3 ความสะอาดและการดูแลร้าน
          2. Mystery Audit ดำเนินการโดยทีมตรวจสอบและควบคุมคุณภาพของ OR เพื่อเข้าสุ่มตรวจร้านสาขาเป้าหมายที่กำหนดโดยไม่เปิดเผยตัว มุ่งเน้นการตรวจสอบมาตรฐานการบริการและคุณภาพของสินค้าของร้านค้าให้มีมาตรฐานเดียวกัน (Consistency) เพื่อกำกับดูแลแฟรนไชส์ซีในการพัฒนามาตรฐานด้านการบริการและคุณภาพ รวมถึงแก้ไขข้อร้องเรียนได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยอ้างอิงข้อมูลที่ได้รับจากช่องทางต่าง ๆ อาทิ Standard Audit, Mystery Shopper และข้อร้องเรียนจากศูนย์บริหารคำสั่งซื้อและลูกค้าสัมพันธ์ 1365
          3. Operation Audit เป็นการดำเนินการตรวจสอบร้านสาขาที่ ปตท. และ OR เป็นเจ้าของและบริหาร (Company Own Company Operate: COCO) โดยครอบคลุมการตรวจสอบการเงิน (Financial Audit) การตรวจสอบเงินสด (Cash Audit) การตรวจสอบสินค้าคงคลัง (Stock & Inventory Audit) การควบคุมความสูญเสีย (Loss Control) รวมถึงนโยบายการควบคุมต่าง ๆ ตามที่ OR กำหนด สำหรับสาขาที่เป็นกรรมสิทธิ์และบริหารโดยเอกชน หรือสาขาแฟรนไชส์ จะมีการตรวจประเมินและให้คำแนะนำเพื่อการพัฒนาต่อไป
          4. Mystery Shopper เป็นการประเมินคุณภาพร้านค้าโดยหน่วยงานภายนอก (Third Party) โดยจัดให้มีการสำรวจและประเมินร้านค้าไม่น้อยกว่า 3 ครั้งต่อปี ซึ่งปัจจุบันธุรกิจ Café Amazon ได้นำคะแนน Mystery Shopper มาเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินในโครงการประกวดร้านค้าดีเด่นประจำปี และโครงการประกวดพนักงานร้านดีเด่นประจำปี (Service Excellence) ร่วมกับคะแนน Standard Audit รวมถึงพิจารณาในการขยายสาขาและต่ออายุสัญญาแฟรนไชส์ซีด้วย
          นอกจากนี้ OR ยังมีการติดตามและแก้ไขปัญหา การอบรมหน้างาน (On-the-Job Training) การกำกับดูแลร้านค้าให้เป็นไปตามมาตรการกำกับดูแลร้าน Café Amazon และสัญญาแฟรนไชส์ รวมถึงการแก้ไขข้อร้องเรียนจากลูกค้า (Voice of Customer) ผ่านช่องทางศูนย์บริหารคำสั่งซื้อและลูกค้าสัมพันธ์ 1365 เพื่อให้มั่นใจว่าร้านค้าทุกสาขาสามารถดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานที่ OR กำหนดไว้ และลูกค้าจะได้รับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ

          ในปี 2568 มีการเข้าตรวจประเมิน Café Amazon ในรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้
          • Standard Audit (Quality Services Cleanliness; QSC) ทั้งหมดจำนวน 4,604 สาขา (1 ครั้ง/สาขา/เดือน)
          • Store Audit สำหรับร้านสาขาที่ OR บริหารเอง เฉลี่ย 3 – 4 ครั้ง/สาขา/ปี
          • Mystery Shopper ทุกสาขา จำนวน 3 ครั้ง/สาขา/ปี
          โดยจากผลการตรวจประเมิน พบว่าคะแนนโดยเฉลี่ยของผลการตรวจแบบ Standard Audit (Quality Services Cleanliness; QSC) Café Amazon อยู่ที่ 95.47 คะแนน คิดเป็นสาขาใน สถานีบริการ PTT Station เท่ากับ 95.48 คะแนน และสาขานอก PTT Station เท่ากับ 95.45 คะแนน

การตรวจสอบย้อนกลับ 

           OR ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของสินค้าตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ (Value Chain) โดยมีระบบการตรวจสอบย้อนกลับเพื่อให้มั่นใจได้ว่าตลอดกระบวนการตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต และการกระจายสินค้า ในทุกธุรกิจ เป็นไปตามมาตรฐาน และสามารถคงคุณภาพของสินค้าเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภค ซึ่งหากพบว่าสินค้าไม่ได้คุณภาพอันเกิดจากการจัดหาวัตถุดิบ หรือระหว่างการกระจายสินค้า OR จะดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้นถึงจุดที่เกิดความผิดปกติ และดำเนินการแก้ไขโดยทันที และหากสินค้าเป็นสินค้าหลักที่ส่งผลกระทบต่อการจำหน่ายสินค้าให้ผู้บริโภคและมีผลกระทบกับทุกส่วน OR จะพิจารณาร่วมกับผู้ผลิตและดำเนินการเรียกคืนสินค้าทั้งรุ่น/ชุด (Lot) ที่พบปัญหา และร่วมดำเนินการปรับปรุงการผลิตเพื่อแก้ไขปัญหาให้หมดไป
           ธุรกิจสถานีบริการ PTT Station มีการควบคุมคุณภาพในกระบวนการ รับ-เก็บ-ผลิต-จ่าย สำหรับคลังน้ำมัน ตามแผนการควบคุมคุณภาพ (QC Plan) ตั้งแต่โรงกลั่นน้ำมัน คลังเก็บน้ำมัน สถานีบริการ PTT Station โดย OR มีการกำหนดแผนการตรวจสอบคุณภาพน้ำมันใน สถานีบริการ PTT Station ทุกสถานี จำนวน 1 ครั้งต่อปี และมีการให้บริการทางเทคนิคแก่ลูกค้าสถานีบริการ PTT Station เมื่อเกิดปัญหาคุณภาพน้ำมันที่จ่ายจากสถานี หรือกรณีที่ลูกค้าประเภท End-user ร้องเรียนด้านคุณภาพน้ำมันที่สถานีบริการผ่านผู้จัดการพื้นที่ (Area Manager, AM) และ ช่องทางศูนย์บริหารคำสั่งซื้อและลูกค้าสัมพันธ์ 1365 ซึ่งเป็นระบบ บันทึกจัดเก็บข้อมูล ติดตามกรณีมีปัญหา
           OR มีโรงงานซ่อมบำรุงถังก๊าซหุงต้ม (LPG Cylinder Refurbishing Plant) เพื่อทดสอบและซ่อมบำรุงถังก๊าซหุงต้ม ให้เป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 151 พร้อมทั้งมีระบบบันทึกข้อมูลผลการทดสอบและซ่อมบำรุงถังก๊าซหุงต้ม
           ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น มีกระบวนการควบคุมและตรวจสอบคุณภาพ ตั้งแต่กระบวนการรับวัตถุดิบผลิตภัณฑ์หล่อลื่น จนถึงกระบวนการส่งมอบผลิตภัณฑ์หล่อลื่น โดย OR ได้กำหนด Batch Number ของผลิตภัณฑ์หล่อลื่นแต่ละรุ่น เพื่อใช้สำหรับการตรวจสอบย้อนกลับที่มาของผลิตภัณฑ์ ซึ่งหากลูกค้ามีข้อสงสัยหรือปัญหาจากการใช้งานสามารถแจ้งกลับมายัง OR เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบประเด็นปัญหาดังกล่าวได้
           ร้าน Café Amazon ได้นำแนวปฏิบัติระบบบริหารจัดการด้านคุณภาพมาประยุกต์ใช้ โดยมุ่งเน้นการควบคุมคุณภาพสินค้า ตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบตลอดจนถึงการส่งมอบสินค้าให้แก่ลูกค้า สำหรับกระบวนการคัดเลือกคู่ค้าที่ส่งมอบวัตถุดิบ ได้แก่ เมล็ดกาแฟ ผงเครื่องดื่ม และนม เป็นต้น จะมีการตรวจประเมินสถานที่ผลิต และคุณภาพผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ การผลิตผลิตภัณฑ์จะต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐานของแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์ รวมถึงศักยภาพในการผลิตและจัดส่งสินค้าให้คงคุณภาพตามข้อกำหนด (Terms of Reference: TOR)

กระบวนการเรียกคืนผลิตภัณฑ์  

        OR มีการกำหนดกระบวนการเรียกคืนผลิตภัณฑ์ตามหน่วยธุรกิจที่มีลักษณะการดำเนินงานที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่า OR รับผิดชอบต่อการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความปลอดภัย โดยมีการกำหนดขั้นตอน ผู้มีอำนาจอนุมัติกระบวนการเรียกคืนกลับอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันให้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานก่อนถึงมือผู้บริโภค (End Consumer)

             นอกจากนี้ OR ยังได้จัดให้มีช่องทางการร้องเรียน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของ OR รวมถึงการรายงานปัญหาหรือข้อบกพร่องของผลิตภัณฑ์ (issues or defective products) ผ่านศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ Contact Center 1365 และสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เมื่อ OR ได้รับข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะจากผู้บริโภคแล้ว จะดำเนินการตรวจสอบโดยทันที พร้อมทั้งแก้ไขปัญหา และสื่อสารแนวทางการแก้ไขและมาตรการป้องกันอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้เพื่อแสดงถึงความจริงใจในการตอบสนองต่อข้อร้องเรียน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคหรือผู้ร้องเรียนในการไว้วางใจผลิตภัณฑ์และบริการของ OR ต่อไป

ผลการดำเนินงาน
การเรียกคืนผลิตภัณฑ์
ตัวชี้วัด 2565 2566 2567 2568
จำนวนการเรียกคืนผลิตภัณฑ์ (Number of recalled issued) 0 0 0 0
จำนวนหน่วยผลิตภัณฑ์ที่ถูกเรียกคืนทั้งหมด (Total units recalled) 0 0 0 0

การพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ

1. สถานีบริการ PTT Station
               OR ได้เข้าร่วมโครงการ “แยก แลก เทิร์น x ไม่เทรวม” ร่วมกับกรุงเทพมหานคร, GC และ Wastebuy โดยนำร่องในสถานีบริการ PTT Station 10 แห่ง เพื่อสนับสนุนพื้นที่และอำนวยความสะดวกในการคัดแยกและส่งต่อวัสดุรีไซเคิล ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการจัดการขยะและลดปริมาณขยะฝังกลบ โดยลูกค้าสามารถลดค่าเก็บขยะของ กทม. เหลือ 20 บาทต่อเดือน รวมถึงความสะดวกในการส่งวัสดุรีไซเคิลใกล้บ้าน โครงการนี้ยังช่วยสร้างความแตกต่างด้านบริการ เสริมภาพลักษณ์ Green Station และส่งเสริมการมีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความผูกพันระหว่างสถานีบริการ PTT Station และชุมชนอย่างยั่งยืน

2. Energy Solutions
                น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน
                การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel : SAF) เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าสายการบินพาณิชย์ให้สอดคล้องกับนโยบายขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization : ICAO) ที่มีเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอุตสาหกรรมการบินเพื่อเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Green House Gas : GHG) โดย OR ผ่านการรับรองมาตรฐาน The International Sustainability and Carbon Certification CORSIA (ISCC CORSIA) ภายใต้ขอบเขต Trader with Storage ซึ่งเริ่มจำหน่ายน้ำมัน 1% SAF Co-Process ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ให้แก่สายการบินพาณิชย์ เช่น Bangkok Airways Thai VietJet Air เป็นต้น

                น้ำมันชีวภาพสำหรับเรือขนส่งต่างประเทศ
                การจำหน่ายน้ำมันชีวภาพ (Bio-VLSFO) สำหรับเรือขนส่งต่างประเทศ เป็นน้ำมันที่มีการผสมระหว่างน้ำมันเตากำมะถันต่ำ (VLSFO) กับน้ำมันไบโอดีเซลที่ผลิตจากน้ำมันพืชใช้แล้ว (UCOME – Used Cooking Oil Methyl Ester) เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และสนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือกในอุตสาหกรรมการขนส่งทางทะเลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดย OR ผ่านการรับรองมาตรฐาน The International Sustainability and Carbon Certification EU (ISCC EU) ภายใต้ขอบเขต Trader with Storage ณ คลังปิโตรเลียมบางจาก OR เริ่มจำหน่าย B24-VLSFO เป็นครั้งแรกให้กับลูกค้า บริษัท อาร์ ซี แอล จำกัด มหาชน (RCL) โดยส่งมอบ ณ ท่าเรือแหลมฉบังเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2568

3. Café Amazon
                จัดการแข่งขัน Café Amazon Barista Championship ประจำปี 2568 เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการและคุณภาพเครื่องดื่ม อีกทั้งยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้บาริสต้าได้แสดงฝีมือ และพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับบาริสต้ายุคใหม่ ทั้งด้านความรู้เกี่ยวกับกาแฟ การใช้อุปกรณ์ การสร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ การชงกาแฟอย่างถูกต้องตรงตามมาตรฐานของ Café Amazon รวมถึงการบริการเพื่อลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกขั้นตอนโดยมีบาริสต้ากว่า 400 คนจากทั่วประเทศและสาขาต่างประเทศเข้าร่วมคัดเลือกในครั้งนี้

4. ธุรกิจก๊าซหุงต้ม ปตท.
               “ก๊าซหุงต้ม ปตท.” มาพร้อมสโลแกน “ดูแลดีที่ 1 ดูที่ซีลทอง” มุ่งเน้นส่งเสริมให้ผู้บริโภคตระหนักถึงความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ก๊าซหุงต้มและสร้างการรับรู้ให้เริ่มสังเกต “ซีลทอง QR” สัญลักษณ์การันตีว่าเป็นก๊าซหุงต้ม ปตท. ของแท้ที่ “ปลอดภัย ร้อนไว ไฟแรง” ถูกทดสอบและซ่อมบำรุงความปลอดภัยตามมาตรฐาน มอก. 151 พร้อมบรรจุน้ำก๊าซหุงต้มคุณภาพจาก OR แน่นอน

5. ธุรกิจหล่อลื่น PTT Lubricants
               มีการนำเม็ดพลาสติก Recycle ที่ผลิตขึ้นจากพลาสติกที่ใช้งานแล้ว (Post-Consumer Recycled: PCR) เป็นส่วนประกอบในการผลิตแกลลอนน้ำมันหล่อลื่นเพอร์ฟอร์มา ซินเธติค อีโคคาร์ (Performa Synthetic Eco Car) โดย PCR เป็นพลาสติกที่ผู้บริโภคใช้กันทั่วไป เช่น ขวดพลาสติก บรรจุภัณฑ์พลาสติก ถุงพลาสติก เป็นต้น พลาสติกเหล่านี้จะถูกนำไปคัดแยก ทำความสะอาด และบดย่อยให้เป็นเม็ดพลาสติกขนาดเล็ก จากนั้นจึงนำไปขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ดังนั้น แกลลอนน้ำมันหล่อลื่น ดังกล่าวจึงมีการเพิ่มสัดส่วนการใช้เม็ดพลาสติกรีไซเคิล (PCR) ทดแทนการใช้เม็ดพลาสติกใหม่ (Virgin Plastic) ในอัตราส่วน ร้อยละ 30 สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืน และการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมตามนโยบายความยั่งยืนของ OR
               PTT Lubricants ยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑน้ำมันหล่อลื่นด้วย“อีโวเทค เทคโนโลยี” (EVOTEC Technology) เน้นการลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ ลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ด้วยคุณสมบัติเด่นทั้ง 3E ของ EVOTEC ที่คำนึงถึงทุกมิติเพื่ออนาคต ได้แก่ Environment ลดการปล่อยมลพิษและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ดีและสะอาด เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน Endurance การชะล้างสิ่งสกปรก พร้อมปกป้องเครื่องยนต์ให้ทนทานสูงสุดในทุกสภาวะการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานหนักหรือเป็นระยะเวลานาน และ Efficiency เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ให้เต็มพลังทุกอัตราเร่ง ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้สูงสุด
               และนำเสนอแคมเปญปลุกร่างทองของรถคุณ! ด้วย PTT Lubricants น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ 100% ขั้นสูงโดย PTT Lubricants เป็นแบรนด์แรกในประเทศไทยที่ผลิตน้ำมันเครื่องที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน API SQ จากสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (American Petroleum Institute: API) และได้รับการรับรองจาก กรมธุรกิจพลังงาน ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐานนี้คือ PERFORMA SUPER SYNTHETIC 0W‑20 มีคุณสมบัติ คือ ปกป้องเครื่องยนต์ยาวนาน มั่นใจตลอดอายุการใช้งาน ด้วยการทดสอบ Seq IX aged ลดความเสี่ยง Pre-Ignition ให้เครื่องยนต์ทำงานเต็มประสิทธิภาพ และลดการสึกหรอของโซ่ราวลิ้นได้มากขึ้น 20% ตามมาตรฐาน API SQ / ILSAC GF-7A รวมถึงประหยัดน้ำมันมากขึ้น 16% ช่วยลดการใช้พลังงานและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง อีกทั้งยังรองรับมาตรฐาน EURO 5 เหมาะสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ รองรับ GPF (Gasoline Particulate Filter) ช่วยลดมลพิษและรักษาสิ่งแวดล้อม

6. FIT Auto
                ศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto มีบริการเติมน้ำยาบำบัดไอเสียดีเซล DYNAMIC AdBlue โดยน้ำยาบำบัดไอเสียดีเซลคุณภาพสูงพิเศษถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลสะอาดสมัยใหม่เทคโนโลยียูโร 5 และ 6 ที่ติดตั้งอุปกรณ์ Selective Catalytic Reduction (SCR) ในระบบบำบัดไอเสีย ผลิตจากสารละลายยูเรียที่มีความบริสุทธิ์สูงด้วยกระบวนการขั้นสูง เพื่อควบคุมปริมาณสิ่งปนเปื้อนให้อยู่ในระดับต่ำที่สุด และผ่านมาตรฐานสากล DYNAMIC AdBlue ที่มีประสิทธิภาพสูงในการลดการปลดปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (Nitrogen Oxides: NOx) ที่เป็นมลพิษรวมถึงช่วยยึดอายุการใช้งานของสารตัวเร่งปฏิกิริยา นอกจากนี้ ด้วยสัดส่วนการผสมสารเคมีองค์ประกอบที่แม่นยำ ยังช่วยป้องกันปัญหาก๊าซแอมโมเนียส่วนเกินซึ่งก่อให้เกิดกลิ่นฉุนที่ปลายท่อไอเสีย (Ammonia Slip) อีกด้วย
                นอกเหนือจากศูนย์บริการ FIT Auto แล้ว ได้มีการพัฒนาและขยายเครือข่ายศูนย์บริการ FIT Express ซึ่งเป็นรูปแบบศูนย์บริการขนาดย่อมที่เน้นความสะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงง่าย โดยได้มีการยกระดับภาพลักษณ์และมาตรฐานการให้บริการของ FIT Express ทั่วประเทศ พร้อมทั้งขยายจำนวนสาขาเป็น 98 สาขา ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั่วประเทศ ซึ่งบริการหลักของ FIT Express ประกอบด้วย การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง บริการแบตเตอรี่รถยนต์ เปลี่ยนใบปัดน้ำฝน ทั้งยังได้มีการ ผลักดันการขายผลิตภัณฑ์ไส้กรองน้ำมันเครื่อง ภายใต้ ตราสินค้า House Brand ของ FIT Auto เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าในราคาที่เข้าถึงได้ และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับศูนย์บริการในระยะยาว
                จัดการฝึกอบรมสำหรับพนักงานศูนย์บริการ FIT Auto เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความสามารถทั้งด้านเทคนิคและทักษะการให้บริการ โดยเนื้อหาฝึกอบรมครอบคลุมการดูแลรักษารถยนต์ทั้งระบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อเตรียมความพร้อมในการให้บริการรองรับการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต
                จัดการแข่งขันทักษะฝีมือช่าง FIT Auto ประจำปี เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการด้านเทคนิคและการแนะนำผลิตภัณฑ์ในศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto อีกทั้งยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ช่างผู้ให้บริการได้แสดงศักยภาพและพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับงานบริการยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เช่น น้ำมันเครื่องและยางรถยนต์ การตรวจเช็กสภาพรถยนต์ตามรายการมาตรฐาน 35 รายการ การให้คำแนะนำลูกค้าอย่างมืออาชีพ ตลอดจนทักษะด้านการขายและการนำเสนอสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

7. ร้านเพื่อสุขภาพและความงาม
                   OR เล็งเห็นโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม ที่ปัจจุบันมีการขยายตัวในตลาดอย่างต่อเนื่อง OR จัดตั้งบริษัท OR Health & Wellness (ORHW) และได้เปิดตัว found & found ร้านค้าปลีกด้านสินค้าสุขภาพและความงาม 5 สาขาแรกอย่างเป็นทางการ ด้วยหลักคิด “SIMPLE. EASY. EVERYSKIN.” โดยมีแผนเปิดครบ 10 สาขาในปี 2568 สินค้าที่จัดจำหน่ายภายในร้านครอบคลุมถึงเครื่องสำอาง สกินแคร์ อาหารเสริม และวิตามิน เป็นต้น โดย ORHW ได้จับมือกับพันธมิตรชั้นนำ เพื่อนำเสนอสินค้านวัตกรรมใหม่ ๆ ได้แก่ บริษัท SUGI Holdings หนึ่งในผู้นำด้านธุรกิจเครือข่ายร้านขายยาและผู้นำด้านแพลตฟอร์มนาโนเทคโนโลยีรายใหญ่ที่สุดจากญี่ปุ่น นำเข้าแบรนด์คุณภาพที่เป็น Exclusives at found & found อาทิ Prieclat U, S-Select, Method, T3 เป็นต้น และบริษัท Konvy ที่เป็นผู้นำด้านบิวตี้อีคอมเมิร์ซอันดับ 1 ของประเทศไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรที่สำคัญในการบริหารจัดการสินค้าระบบ Supply Chain และนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพจากแบรนด์ดัง

ร่วมงานกับเรา