ภาพลักษณ์ขององค์กรที่ยั่งยืน

ความสำคัญ

               ในปัจจุบันที่ภาคธุรกิจต้องบูรณาการประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ (ESG) เข้าสู่การดำเนินงานและการรายงาน OR ตระหนักถึงความสำคัญของความโปร่งใสและความถูกต้องในการสื่อสารมี โดยอาจก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบหากข้อมูลที่เปิดเผยไม่สะท้อนความเป็นจริง เช่น การบิดเบือนความเข้าใจของผู้บริโภค การวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง และความเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิผู้บริโภคตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นการเปิดเผยข้อมูลที่ครบถ้วนและโปร่งใสช่วยสร้างความเชื่อมั่น เสริมสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม และสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านเศรษฐกิจเพื่อ ความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น ด้านสิ่งแวดล้อมจากการลดผลกระทบจากการใช้ทรัพยากร และด้านสังคมจากการเคารพสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า
               OR ตระหนักว่าผลกระทบเชิงลบอาจเกิดขึ้นได้ทั้งจากการดำเนินงานโดยตรงและจากความสัมพันธ์ทางธุรกิจ เช่น คู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน หากมีการสื่อสารที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม จึงได้กำหนดแนวทางกำกับดูแลด้านการสื่อสารและการตลาดที่ยึดตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค และยกระดับมาตรการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเพื่อให้มั่นใจว่าผลกระทบเชิงบวกจะถูกขยายให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สังคม

เป้าหมายปี 2568

หมายเหตุ: อ้างอิงจากผลการดำเนินงานสำรวจ Brand Health Check ในปี 2567

แนวทางการบริหารจัดการ

OR 2030 Goals

      OR มุ่งพัฒนาภาพลักษณ์ขององค์กรให้สะท้อนวิสัยทัศน์ “Empowering All Toward Inclusive Growth: OR เติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโต ร่วมกัน” และเป้าหมาย OR 2030 Goals ของบริษัท ซึ่งประกอบด้วย 3 มิติหลักที่สะท้อนการเติบโตอย่างยั่งยืน ได้แก่

    1. Living Community: ยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างชุมชนที่น่าอยู่
    2. Economic Prosperity: ส่งเสริมการเติบโตร่วมกัน กระจายโอกาสและความมั่งคั่งให้กับผู้มีส่วนได้เสีย
    3. Healthy Environment: ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด และลดขยะจากการดำเนินธุรกิจ

         (ศึกษารายละเอียดกลยุทธ์และ OR 2030 Goals เพิ่มเติมในบท “นโยบายและกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน”)

มาตรฐานจริยธรรมการสื่อสารและการโฆษณาประชาสัมพันธ์สำหรับผู้มีส่วนได้เสียของ OR

          OR ตระหนักดีถึงความรับผิดชอบขององค์กรในการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นกลาง โดยเฉพาะการสื่อสารและการโฆษณาที่ไม่อ้างเกินความจริง และได้จัดทำ ข้อกำหนดเพื่อกำกับแนวทางการทำงานด้านการสื่อสารและการโฆษณาประชาสัมพันธ์ขององค์กร ทั้งนี้ OR มุ่งดำเนินตามมาตรฐานจริยธรรมการสื่อสารและการโฆษณา (Ethical Communication and Advertising Standard) ดังนี้:

    1. OR สื่อสารข้อมูลและข่าวสารขององค์กร รวมทั้งผลิตภัณฑ์และบริการในเครือ OR อย่างถูกต้องและมีจรรยาบรรณ โดยมุ่งเน้นความโปร่งใสเพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคจะได้รับข้อมูลที่เป็นจริงหรือไม่ได้รับอันตรายใด ๆ จากการใช้สินค้า ซึ่งคำมั่นสัญญานี้ครอบคลุมถึงการละเว้นจากการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือเกินจริงเกี่ยวกับแหล่งที่มา สภาพ คุณภาพ หรือลักษณะของสินค้าหรือบริการของ OR ตลอดจนการส่งมอบ การจัดหา หรือการใช้ประโยชน์จากข้อเสนอดังกล่าว
    2. OR สื่อสารด้วยความรับผิดชอบ โดยไม่กล่าวอ้างเกินจริงเกี่ยวกับข้อมูลและข่าวสารขององค์กร รวมทั้งผลิตภัณฑ์และบริการในกลุ่มบริษัท OR ที่ส่งผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และ OR ส่งเสริมความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับสินค้าและบริการ เพื่อหลีกเลี่ยงความเชื่อหรือความเข้าใจที่ผิด
    3. OR งดเว้นการสื่อสารข้อมูลและข่าวสารที่อาจสร้างผลกระทบต่อจิตใจ ชื่อเสียง เกียรติยศ หรือผลประโยชน์อื่น ๆ ผ่านสื่อในทุกช่องทางที่ส่งผลต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กและเยาวชน ผู้ที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เป็นต้น เพื่อปกป้องและไม่สร้างผลกระทบเชิงลบ
    4. OR งดเว้นการสื่อสารข้อมูลอันเป็นเท็จเกี่ยวกับภาพลักษณ์องค์กร สินค้าและบริการของคู่แข่ง เพื่อให้เกิดการแข่งขันในตลาดอย่างเป็นธรรม ถูกกฎหมาย และช่วยให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถรับรู้และตัดสินใจด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง

         นอกจากนี้ประเด็นด้านภาพลักษณ์ขององค์กรที่ยั่งยืน (Sustainable Branding) ได้ถูกกำหนดเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่มีการกำหนดหลักการและแนวทางการพิจารณาการตั้งค่าตัวชี้วัด รวมถึงตัวอย่างแนวทางการปฏิบัติไว้ในนโยบายการบริหารชื่อเสียงและกิจการเพื่อสังคมของกลุ่ม OR ภายใต้แนวทางการบริหารจัดการแบบกลุ่ม OR (OR Group Way of Conduct)

การสร้างวัฒนธรรมด้านจริยธรรมการสื่อสารภายในองค์กร

           OR ให้ความสำคัญต่อการสื่อสารและการโฆษณาที่มีจริยธรรม โดยบูรณาการ หลักจริยธรรมการสื่อสารไว้ใน คู่มือกำกับดูแลกิจการ จรรยาบรรณธุรกิจ และแนวทางการปฏิบัติสำหรับพนักงาน เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับยึดถือเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยมีการจัดประชุมแลกเปลี่ยนความรู้และกรณีศึกษาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้บริโภค นอกจากนี้ OR ยังมีกลไกการติดตาม ตรวจสอบ และช่องทางร้องเรียน เพื่อป้องกันการสื่อสารหรือการโฆษณาที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และเพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานด้านการตลาดเป็นไปอย่างโปร่งใส มีความรับผิดชอบ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

การวัดคุณค่าของแบรนด์ในกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย

            OR จัดทำการสำรวจการสร้างคุณค่าตราสินค้าและภาพลักษณ์องค์กร (Brand Health Check) เป็นประจำทุกปีเพื่อวัดคุณค่าตราสินค้าและภาพลักษณ์องค์กร และประเมินประสิทธิภาพในการสื่อสารภาพลักษณ์ขององค์กรที่ยั่งยืน แบบสำรวจนี้ครอบคลุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญขององค์กรทุกกลุ่ม ได้แก่ สังคมชุมชน คู่ค้า ลูกค้า พนักงาน OR ผู้ถือหุ้น OR ประชาชนทั่วไป นักลงทุน ผู้นำชุมชนและสื่อมวลชน ซึ่งมีการประเมินใช้ตัวชี้วัด 2 ด้าน ได้แก่:

    1. ความเข้มแข็งของแบรนด์ (Brand Strengths)
    2. แนวโน้มการแนะนำสินค้าและบริการของ OR ให้กับคนรู้จัก (Net Promoter Score)

          โดย OR นำผลการสำรวจถูกนำไปวิเคราะห์เพื่อปรับกลยุทธ์การสื่อสารให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค เสริมสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ และสร้างฐานผู้สนับสนุนที่ยั่งยืน พร้อมรายงานต่อคณะกรรมการจัดการ (ORMC) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนากลยุทธ์การโฆษณาและประชาสัมพันธ์ต่อไป

ผลการดำเนินงาน ปี 2568

จำนวนเหตุการณ์ที่เป็นการละเมิดข้อกำหนดด้านการสื่อสารทางการตลาด
          จากการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใสและใส่ใจต่อผู้บริโภค พบว่าในปี 2568 ไม่พบเหตุการณ์ที่เป็นการละเมิดข้อกำหนดด้านการสื่อสารทางการตลาด หรือการโฆษณาเกินจริงเกี่ยวกับสินค้าและบริการ

ผลลัพธ์การสำรวจตัวชี้วัดทางการตลาด
          OR ดำเนินการวัดคุณค่าของแบรนด์ในกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียในปี 2567 รายละเอียดผลการประเมินคะแนน Brand Strength เท่ากับ 79.5 คะแนน โดยคะแนนเฉลี่ยตัวชี้วัดด้านความยั่งยืนทั้ง 3 ด้าน ได้แก่

    • People: ผู้มีส่วนได้เสียให้คะแนนด้านยกระดับคุณภาพชีวิต ช่วยสร้างโอกาสเติบโต และพัฒนาความเป็นอยู่ของสังคมชุมชน 1 คะแนน
    • Planet: ด้านการเป็นธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน 1คะแนน และ
    • Performance: การเป็นองค์กรที่ช่วยสร้างงาน อาชีพ และกระจายรายได้สู่คนทุกกลุ่ม 7 คะแนน

           ทั้งนี้ คะแนนทั้ง 3 ด้าน ในภาพรวมสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี 2567 ซึ่งเท่ากับ 77.6 คะแนน อยู่ที่ 1.9 คะแนน สำหรับผลการประเมิน Net Promoter Score (NPS) หรือเครื่องมือสำหรับวัดการยินดีบอกต่อสินค้าและบริการของลูกค้า เท่ากับ 53 คะแนน เท่ากับค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ในปี 2567 ซึ่งเท่ากับ 53 คะแนน

รางวัลที่ได้รับ
            ในปี 2568 OR ยังได้รับรางวัลสะท้อนความเข้มแข็งของแบรนด์ในด้านความยั่งยืน ทั้ง 3 มิติ เช่น

    1. รางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2025 แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทย จากผลสำรวจบริษัทชั้นนำจากนิตยสารมาร์เก็ตเธียร์และมาร์เก็ตเธียร์ออนไลน์ ได้รับการจัดอันดับแบรนด์ยอดนิยมต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 แบรนด์ยอดนิยมอันดับหนึ่งในใจผู้บริโภคใน 5 หมวดธุรกิจหลัก ได้แก่ Café Amazon ในหมวดร้านกาแฟ, PTT Lubricants ในหมวดน้ำมันเครื่องรถยนต์, PTT Station ในหมวดสถานีบริการน้ำมัน, EV Station PluZ ในหมวดสถานีชาร์จรถไฟฟ้า และ ก๊าซหุงต้ม ปตท. ในหมวดถังก๊าซหุงต้ม
    2. รางวัล World Branding Awards ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ในฐานะแบรนด์แห่งปี (Brand of the Year: National Tier 2024-2025) โดยเป็นแบรนด์ไทยเพียงแบรนด์เดียวที่ได้รับรางวัลในหมวด Petrol/Gas Stations และ Retailer – Coffee
    3. รางวัล Thailand’s Most Admired Brand 2025 แบรนด์ที่น่าเชื่อถือที่สุด ในกลุ่มธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน ต่อเนื่อง 22 ปี จาก BrandAge ควบคู่กับรางวัลพิเศษ “Innovation Brand Award” เป็นแบรนด์ที่มีความโดดเด่น และมีการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง
ร่วมงานกับเรา