
ธุรกิจเผชิญกับความคาดหวังด้านสิทธิมนุษยชนที่ทวีคูณขึ้น โดยเฉพาะจากการพัฒนาด้านกฎหมายและมาตรฐานในการดำเนินงาน เช่น กฎหมายห่วงโซ่อุปทานของสหภาพยุโรป (EU Corporate Sustainability Due Diligence Directive: CSDDD) กำหนดให้ธุรกิจที่มีการดำเนินการในสหภาพยุโรปตรวจสอบผลกระทบต่อสังคมและสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่ระเบียบแรงงานบังคับของสหภาพยุโรป (EU Forced Labour Regulation: EU FLR) สะท้อนถึงแนวโน้มการบังคับใช้กฎหมายสากลที่เข้มงวดมากขึ้นต่อธุรกิจทั่วโลก รวมถึงแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย (National Action Plan on Business and Human Rights: NAP) ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566-2570) โดยส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชน ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างสมดุล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและการเติบโตอย่างยั่งยืน
OR ตระหนักดีว่ากิจกรรมของบริษัทและผู้ค้าอาจเกี่ยวข้องกับผลกระทบด้านลบในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิแรงงานของพนักงาน สิทธิด้านมาตรฐานการครองชีพของชุมชนในพื้นที่ดำเนินการ รวมถึงสิทธิด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลของผู้บริโภคจากการจัดเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในการดำเนินธุรกิจ ดังนั้น OR จึงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล โดยจัดทำแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนที่ครอบคลุมทั้งพนักงานและผู้ค้าคู่ค้า กำหนดนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และจัดให้มีช่องทางร้องเรียนที่เป็นอิสระและโปร่งใส เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถรายงานการละเมิดได้อย่างมั่นใจ พร้อมทั้งใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานและความสัมพันธ์ทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

นโยบายสิทธิมนุษยชน
OR มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรมและให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิมนุษยชน โดยได้ประกาศนโยบายสิทธิมนุษยชน (Human Rights Policy) ในปี 2565 ซึ่งยึดแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับตราสารสิทธิมนุษยชนสากลระหว่างประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศ และกฎหมายท้องถิ่นของประเทศที่ OR เข้าไปดำเนินธุรกิจ รวมถึงมาตรฐานและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนระดับสากลอื่น ๆ เช่น ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (United Nations Universal Declaration of Human Rights: UNDHR) และอนุสัญญาหลักด้านสิทธิแรงงาน ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization Conventions: ILO Conventions) เป็นต้น อีกทั้งมีความมุ่งเน้นการความเท่าเทียม ไม่แบ่งแยก โดยเคารพความแตกแต่งทางเพศ เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ศาสนา หรือสถานะอื่น ๆ รวมถึงสิทธิขั้นพื้นฐานที่พนักงานพึงได้รับ ต่อต้านการจ้างแรงงานเด็ก แรงงานผิดกฎหมาย กำหนดให้ขอบเขตนโยบายสิทธิมนุษยชนครอบคลุมการดำเนินงานทั้งหมดของ OR บริษัทในกลุ่ม OR และพันธมิตรทางธุรกิจ ได้แก่ ผู้รับเหมา คู่ค้า ผู้ส่งมอบสินค้าและบริการ รวมถึงบริษัทร่วมทุนทางธุรกิจ
OR สื่อสารนโยบายสิทธิมนุษยชนแก่พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง โดยผนวกนโยบายสิทธิมนุษยชนเข้าสู่การอบรมพนักงานและผู้ประกอบการสถานีบริการรายใหม่ สื่อความให้กับบริษัทในกลุ่ม สื่อสารกับผู้ค้า และผู้รับเหมาตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ( โดยในปี 2566 ได้จัดทำ ‘คู่มือสิทธิมนุษยชนของกลุ่ม OR’ เพื่อกำหนดแนวปฏิบัติและมาตรฐานการดำเนินงานที่สนับสนุนนโยบายสิทธิมนุษยชนขององค์กรและบริษัทในกลุ่ม OR
OR กำหนดให้ฝ่ายบริหารความยั่งยืน และคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้รับผิดชอบประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนทั้งกระบวนการในระดับการดำเนินงานประจำวัน (Day-to-day Responsibilities) ได้แก่ การทวนสอบนโยบาย การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน โดยมีคณะกรรมการด้านความยั่งยืนและธรรมาภิบาล มีหน้าที่ในการกำกับดูแลสูงสุด (Oversight Responsibility) เพื่อให้มั่นใจว่าการเคารพสิทธิมนุษยชนครอบคลุมการดำเนินงานและห่วงโซ่คุณค่าของกลุ่ม OR โดยมีบทบาทในการพิจารณาผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน อนุมัตินโยบายที่เกี่ยวข้อง และกำกับให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
การปฏิบัติต่อแรงงาน
ในฐานะนายจ้าง OR มีความรับผิดชอบเคารพสิทธิของพนักงานและแรงงานตลอดห่วงโซ่อุปทาน OR ดำเนินการตามหลักการสิทธิแรงงานสากล รายละเอียดดังนี้
เสรีภาพในการสมาคมและการร่วมเจรจาต่อรอง (Freedom of Association)(GRI 407-1)
พนักงานและแรงงานทุกคนมีสิทธิในการรวมตัวกันเพื่อจัดตั้งสมาคมหรือเจรจาเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมการทำงานของพนักงานและแรงงาน OR มุ่งสนับสนุนให้พนักงานและแรงงานได้เข้าถึงสิทธิดังกล่าวโดยไม่กีดกันพนักงานที่เป็นสมาชิกสหภาพหรือการรวมกลุ่ม และจัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการ (Welfare Committee) ที่มาจากการเลือกตั้งของพนักงานในแต่ละพื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อเป็นตัวแทนพนักงานในการร่วมเจรจาต่อรองเกี่ยวกับข้อตกลงที่ส่งผลกระทบต่อพนักงาน สำหรับแรงงานของผู้ค้า OR สื่อสารให้ผู้ค้าเคารพสิทธิในการรวมตัวของแรงงานของตน โดยระบุเรื่อง อิสรภาพในการรวมกลุ่ม เคารพในสิทธิตามกฎหมายของลูกจ้างในการเข้าร่วม หรือไม่เข้าร่วมสมาคม สหภาพ สหพันธ์ต่าง ๆ ไว้ใน แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า (PTTOR Suppliers Sustainable Code of Conduct) โดยสื่อสารให้ผู้ค้าทุกรายรับทราบและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ในปี 2567 OR และกลุ่มผู้ค้าของ OR ไม่มีประเด็นความเสี่ยงในเรื่องของเสรีภาพในการสมาคมและการร่วมเจรจาต่อรอง
แรงงานเด็ก (Child Labor) และแรงงานบังคับ (Forced Labor) (GRI 408-1, GRI 409-1)
การใช้แรงงานเด็กและ/หรือแรงงานบังคับถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง OR มีการดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อมั่นใจว่ากิจกรรมในทุกธุรกิจปราศจากการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยมีการระบุชัดเจนในนโยบายสิทธิมนุษยชนของ OR และแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ((OR Suppliers Sustainable Code of Conduct: SSCoC) อีกทั้งจัดให้การจ้างแรงงานเด็กและการใช้แรงงานบังคับเป็นประเด็นที่มีการติดตามตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน ในปี 2568 OR และคู่ค้าของ OR ไม่มีประเด็นความเสี่ยงในเรื่องการใช้แรงงานเด็ก และแรงงานบังคับ
OR ให้ความสำคัญกับการเคารพและส่งเสริมสิทธิเด็ก ตามหลักการสิทธิเด็กและหลักปฏิบัติทางธุรกิจ (Children’s Rights and Business Principles: CRBP) โดยครอบคลุมสิทธิในการศึกษา สุขภาพ ความปลอดภัย และโอกาสในการพัฒนาอย่างเท่าเทียม โดยได้ดำเนินโครงการเพื่อสนับสนุนสิทธิเด็ก เช่น ทุนการศึกษา กิจกรรมพัฒนาเยาวชน และโครงการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในชุมชน นอกจากนี้ประเด็นด้านแรงงาน ได้ถูกกำหนดเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่มีการกำหนดหลักการและแนวทางการพิจารณา การตั้งค่าตัวชี้วัด ตัวอย่างแนวทางการปฏิบัติ ไว้ในแนวทางการบริหารจัดการความยั่งยืนกลุ่ม OR (OR Group Sustainability Management Guideline) (Link: https://www.pttor.com/wp-content/uploads/2024/10/OR_Sustainability-Management-Guideline_TH.pdf)
นอกจากนี้ OR มุ่งมั่นเคารพสิทธิของชนพื้นเมือง (Indigenous people) และชุมชนท้องถิ่นตามปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิชนพื้นเมือง (UNDRIP) โดยกำหนดให้การดำเนินธุรกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อที่ดิน ทรัพยากร วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของชนพื้นเมืองต้องผ่านกระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้าอย่างเสรี ครบถ้วน และโปร่งใส (Free, Prior and Informed Consultation) และดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมโดยเสรี ล่วงหน้า และมีข้อมูลเพียงพอ (Free, Prior and Informed Consent: FPIC) จากชุมชน พร้อมทั้งจัดให้มีช่องทางการร้องเรียนและกลไกเยียวยาที่เป็นธรรม เข้าถึงได้ และโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการดำเนินงานของ OR เป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบและสอดคล้องกับมาตรฐานสากลด้านสิทธิมนุษยชน
อ่านเพิ่มเติมเรื่องมาตรฐานผู้ค้าในบท ‘การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management)’
( อ่านเพิ่มเติมเรื่องมาตรฐานผู้ค้าในบท ‘Supply Chain Management’: คลิก)
( มาตรฐานการบริหารจัดการความยั่งยืน OR Group (OR Group Sustainability Management Standard)
การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence) (GRI 406-1., GRI 411-1)
OR ให้ความสำคัญกับการบริการจัดการด้านสิทธิมนุษยชน จึงได้จัดทำการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due-diligence: HRDD) อย่างน้อยทุก ๆ 3 ปี ตามกรอบการรายงานมาตรฐาน โดยจัดทำครั้งล่าสุดเมื่อปี 2566 ครอบคลุมพื้นที่การดำเนินธุรกิจ 100% รวมถึงผู้รับเหมาและผู้ค้าทางตรง (Contractors and Tier I Suppliers) และการร่วมทุน (joint ventures) โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่รับผิดชอบกลุ่มผู้ถือสิทธิเข้ามาพิจารณากิจกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า และประเมินระดับความความรุนแรงและโอกาสการเกิดของประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในกิจกรรมธุรกิจดังที่ระบุข้างต้น

กระบวนการการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
OR ได้กำหนดให้มีการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านขององค์กร ประกอบด้วยกระบวนการ ดังนี้
ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน และผู้ทรงสิทธิที่เกี่ยวข้อง
OR ทบทวนแนวโน้มของกระแสโลกในเรื่องสิทธิมนุษยชนผ่านแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เช่น รายงานขององค์กร Human Rights Watch และ Business and Human Rights Resource Center รวมถึงพิจารณาร่วมกับประเด็นสิทธิมนุษยชนของบริษัทที่มีการประกอบธุรกิจใกล้เคียงกับ OR เพื่อระบุประเด็นสิทธิมนุษยชนที่มีนัยสำคัญ ผลมีดังนี้

เกณฑ์การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
OR พิจารณาความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนจากความเสี่ยงที่มีอยู่ตามธรรมชาติ โดยพิจารณาจากการทบทวนแนวโน้มของกระแสโลกในเรื่องสิทธิมนุษยชน และบริษัทที่ประกอบธุรกิจลักษณะใกล้เคียงกับ OR และกำหนดเกณฑ์ในการประเมินโดยแบ่งเป็น ระดับของผลกระทบ และโอกาสที่จะเกิด โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ความหมายของความเสี่ยง




1) ความรุนแรงของความเสี่ยงหรือผลกระทบ (Severity) จะขึ้นอยู่กับระดับของ ผลกระทบ (Scale) จำนวนของผู้ได้รับผลกระทบ (Scope) และความสามารถในการเยียวยาผลกระทบ (Remediability)
ทั้งนี้ระดับความรุนแรงจะสัมพันธ์กับความเสี่ยงหรือผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นโดยไม่พิจารณาค่าผลรวม (พิจารณาเหตุการณ์ที่ร้ายแรงที่สุด (Worst Case))
2) โอกาสเกิด (Likelihood) โอกาสการเกิดความเสี่ยงหรือผลกระทบ (Likelihood) จะขึ้นอยู่กับบริบท/สภาพแวดล้อมของความเสี่ยงหรือผลกระทบที่เกิดขึ้น ซึ่งระดับความเสี่ยงสำหรับบางประเด็นอาจสูงขึ้นในพื้นที่ปฏิบัติงาน โดยแบ่งออกเป็น ความถี่ที่เคยเกิดและ/หรือโอกาสที่จะเกิด และความน่าจะเป็น
ช่องทางการติดต่อสื่อสารและรับเรื่องร้องเรียน (Complaint Channel)
ช่องทางการสื่อสารและรับเรื่องร้องเรียนเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ OR ตระหนักถึงความเสี่ยงด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน ตลอดจนเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นหรือเคยเกิดขึ้น และเป็นองค์ประกอบสำคัญในการยืนยันผลของการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ในกรณีที่การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนเผยประเด็นความเสี่ยงไม่ครบถ้วน ช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนอาจเป็นแนวทางให้ผู้ถือสิทธิได้ส่งเรื่องร้องเรียนและชี้ให้ OR ได้เห็นถึงประเด็นที่อาจถูกละเลย OR จึงกำหนดช่องทางการสื่อสารและรับเรื่องร้องเรียน ในประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนทั้งในรูปแบบเปิดเผยและไม่เปิดเผยตัวตน ประกอบด้วย
พนักงานหรือผู้ทรงสิทธิภายใน สามารถส่งข้อร้องเรียนได้โดยตรงผ่านช่องทางดังต่อไปนี้
ลูกค้า OR หรือกลุ่มผู้ทรงสิทธิภายนอกสำหรับลูกค้า OR หรือกลุ่มผู้ทรงสิทธิภายนอกสามารถส่งข้อร้องเรียนและรายงานที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสิทธิมนุษยชน ผ่าน OR Contact Center ดังต่อไปนี้
เพื่อคุ้มครองผู้ร้องเรียน OR จะถือเรื่องร้องเรียนเป็นความลับโดยจะประสานงานข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ทั้งนี้กรณีไม่ประสงค์เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ร้องเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหา ผู้ร้องเรียนสามารถแจ้งความประสงค์เพื่อทาง OR จะทำการปกปิดชื่อผู้ร้องเรียน อีกทั้งกำหนดให้มีการคุ้มครองจากการเอาคืน หรือความไม่ชอบธรรมที่อาจเกิดจากการร้องเรียนได้
OR ได้ดำเนินการตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท โดย OR ให้คำมั่นสัญญาว่าจะรับฟังทุกข้อร้องเรียนอย่างเสมอภาค โปร่งใส และเอาใจใส่ รวมทั้งให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย กำหนดระยะเวลาสอบสวนข้อร้องเรียน และสื่อสารแนวทางการปรับปรุงแก้ไขต่อผู้ร้องเรียนอย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ OR ให้ความสำคัญกับการบูรณาการความคิดเห็นของลูกค้าหรือผู้ทรงสิทธิเข้าสู่การดำเนินการตามกลไกการรับเรื่องร้องเรียน โดยจะมีการสำรวจความพึงพอใจหลังจากลูกค้าหรือผู้ทรงสิทธิได้รับการแก้ไขข้อร้องเรียนนั้น ๆ เพื่อนำข้อเสนอแนะไปปรับปรุงกระบวนการเรื่องร้องเรียนหรือพัฒนาการบริการต่อไป
โดย OR ได้ประกาศข้อกำหนดบริษัทว่าด้วย การร้องเรียน การแจ้งเบาะแสการทุจริต และการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบองค์กร เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการร้องเรียน (Whistleblowing) ที่ชัดเจน โปร่งใส ยุติธรรม สามารถตรวจสอบได้และรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย สอดคล้องตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและปรัชญาการดำเนินธุรกิจของ OR โดยกำหนดระยะเวลาสอบสวนอย่างเหมาะสม ซึ่งชื่อของผู้ร้องเรียนจะถูกปิดเป็นความลับ ผู้ร้องเรียนจะได้รับความคุ้มครอง ไม่ให้ถูกกลั่นแกล้ง ทั้งในระหว่างการสอบสวน และภายหลังการสอบสวน โดยฝ่ายธรรมาภิบาลองค์กรของ OR จะดำเนินการติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนเรื่องทุจริต การไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบองค์กร และรายงานต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการพัฒนาอย่างยั่งยืน อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง และรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
โดยสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากประกาศข้อกำหนดบริษัทว่าด้วย การร้องเรียน การแจ้งเบาะแสการทุจริต และการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบองค์กร
จากการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due-Diligence) อย่างครอบคลุมทุกพื้นที่ปฏิบัติการของ OR ครบทั้งร้อยละ 100 รวมถึงผู้รับเหมา (Contractors) ผู้ค้าทางตรง (Tier-1 Suppliers) และบริษัทร่วมทุน (Joint Ventures) พบว่าในปี 2566 ถึง 2568 มีความเสี่ยงด้านประเด็นสิทธิมนุษยชนที่มีความเสี่ยงสูง ทั้งหมด โดยครอบคลุมจำนวน 262 พื้นที่ดังนี้
ประเด็นสิทธิมนุษยชนที่มีความเสี่ยงสูง | มาตรการควบคุมความเสี่ยงและลดผลกระทบ (Process implemented to mitigate human rights risks) |
ผู้ถือสิทธิ: ผู้ค้าและผู้รับเหมา |
|
ผู้ถือสิทธิ: ผู้ค้าและผู้รับเหมา |
|
ผู้ถือสิทธิ: ชุมชน |
|
นอกจากนี้ ภายใต้กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน OR ได้รวมการประเมินโอกาสและความเสี่ยงของการเริ่มหรือพัฒนาธุรกิจใหม่ (New Business Relations) ที่ครอบคุลมกิจการร่วมค้า (Joint Venture) เพื่อป้องกันไม่ให้ภารกิจของบริษัทก่อผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนต่อผู้ทรงสิทธิหรือกลุ่มเปราะบางกลุ่มใด
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในรายงานสิทธิมนุษยชนประจำปี 2566 link: คลิก
OR ได้ดำเนินการสร้างความตระหนักรู้ด้านสิทธิมนุษยชนในองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางอีเมลและสื่อสิ่งพิมพ์ในพื้นที่ปฏิบัติการ เพื่อให้พนักงานเข้าใจถึงความสำคัญของสิทธิมนุษยชน การป้องกันและลดความเสี่ยง ตลอดจนติดตามกระแสการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับประเทศและสากล พร้อมทั้งจัดกิจกรรมตอบคำถามเพื่อทดสอบความเข้าใจ และเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการเสนอแนะเพื่อปรับปรุงสื่อให้เหมาะสมกับความต้องการมากยิ่งขึ้น
สำหรับผู้มีส่วนได้เสียภายนอก OR ได้มีการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อให้ความรู้แก่บุคคลทั่วไปผ่าน OR Academy Facebook และจัดกิจกรรมที่สร้างการมีส่วนร่วมระหว่าง OR กับผู้ค้า ผู้รับเหมา รวมถึงสังคมชุมชนผ่านกิจกรรมการให้ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน เป็นส่วนหนึ่งภายในการจัดงาน OASYS CSR Showcase 2025เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568
การแสดงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบและเคารพสิทธิมนุษยชน จากที่ OR ได้ร่วมลงทุนกับบริษัท Brighter Energy Company Limited (BE) ตั้งแต่ปี 2562 เพื่อดำเนินธุรกิจค้าส่งและคลังเก็บผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในช่วงที่เมียนมายังอยู่ในภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม ภายหลังเกิดเหตุการณ์รัฐประหารในปี 2564 ซึ่งนำไปสู่ความรุนแรงและการคว่ำบาตรจากนานาประเทศ OR ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และแสดงเจตนารมณ์ในการเคารพสิทธิมนุษยชน โดยระงับการก่อสร้างคลังและการเพิ่มทุนในโครงการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 แม้จะไม่มีอำนาจควบคุมการตัดสินใจของ BE ในฐานะผู้ถือหุ้นส่วนน้อย
OR ได้กำหนดแนวทางการบริหารความเสี่ยงเชิงป้องกัน โดยเพิ่มกลไกการตรวจสอบบริษัทที่เข้าร่วมลงทุนผ่านการประเมินด้านความยั่งยืน (ESG) ซึ่งครอบคลุมสิทธิมนุษยชนและแรงงาน (Human Rights and Labor Issues) รวมถึงการกำกับดูแลบริษัทร่วมทุนตามแนวทางการบริหารจัดการแบบกลุ่ม OR (OR Group Way of Conduct) และการกำกับดูแลผู้ค้าผ่านแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า OR (OR Suppliers Sustainable Code of Conduct: SSCoC) พร้อมทั้งเปิดช่องทางรับข้อร้องเรียนจากผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อให้มั่นใจว่า OR จะไม่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทาน
เพื่อยืนยันความรับผิดชอบต่อสังคมและธรรมาภิบาล OR ได้ดำเนินการทบทวนนโยบายการกำกับดูแลให้ครอบคลุมมาตรการคว่ำบาตรทางการค้าและเศรษฐกิจ รวมถึงออกคู่มือการตรวจสอบบุคคลที่สาม โดยใช้เครื่องมือ World Check Screening และแบบสอบถาม Due Diligence ในการคัดกรองก่อนทำธุรกรรมระหว่างประเทศ นอกจากนี้ OR ยังได้ร่วมกับกลุ่ม ปตท. บริจาคเงิน 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่สภากาชาดเมียนมา เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในปี 2568 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างแท้จริง
เพื่อศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแสดงเจตนารมณ์ในการไม่สนับสนุนการละเมิดสิทธิมนุษยชนของ OR ในการดำเนินธุรกิจ ณ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ต่อนักลงทุนและผู้ถือหุ้น ผ่าน เอกสารชี้แจงข่าวเกี่ยวกับการลงทุนในเมียนมา กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2565 (Link: ) แก่ และ คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาส 2/2566
การอบรมและสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน (Human Rights Training and Informing)
ในปี 2568 OR ดำเนินการอบรมและสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนเพื่อส่งเสริมความเข้าใจและพัฒนาศักยภาพของพนักงานในการปฏิบัติตามนโยบายสิทธิมนุษยชนขององค์กร โดยจัดทำและเผยแพร่หลักสูตรฝึกอบรม เรื่อง Human Rights for OR Business ในรูปแบบหลักสูตรออนไลน์ (e-learning) ครอบคลุมเนื้อหาด้านหลักการพื้นฐานของสิทธิมนุษยชนในภาคธุรกิจ นโยบายสิทธิมนุษยชนของ OR ประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในการดำเนินธุรกิจ กรณีศึกษาด้านสิทธิมนุษยชนในการดำเนินธุรกิจที่น่าสนใจด้านสิทธิมนุษยชน และกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชนสำหรับพนักงาน OR และบุคคลภายนอก OR รวมถึงแนวปฏิบัติขององค์กรในการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ยังมีการจัดอบรมให้ความรู้พื้นฐาน และหลักการด้านสิทธิมนุษยชนในการดำเนินธุรกิจแก่บริษัทในกลุ่ม OR ในประเทศอีกด้วย
การอบรมด้านการเลือกปฏิบัติและการล่วงละเมิด
เนื่องจากการเลือกปฏิบัติและการล่วงละเมิดเป็นหนึ่งในประเด็นสิทธิมนุษยชนที่มีความเสี่ยงสูง OR ได้พัฒนาหลักสูตรการอบรมออนไลน์ (e-learning) ด้านการเลือกปฏิบัติและการล่วงละเมิด (Discrimination and Harassment) และกำหนดให้พนักงานต้องเข้าการอบรมดังกล่าว โดยวัตถุประสงค์ของหลักสูตรดังกล่าวต้องการให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดความรู้ ความเข้าใจถึงหลักความเสมอภาค การเลือกปฏิบัติ การล่วงละเมิดหรือการคุกคาม การข่มเหงรังแกในที่ทำงานและกฎหมายไทยที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมาตรการในการป้องกันและแนวทางการแก้ไขปัญหาการเลือกปฏิบัติและล่วงละเมิดหรือคุกคามในการทำงาน
การอบรมด้านการเคารพสิทธิมนุษยชนในการดำเนินการด้านการรักษาความปลอดภัย
ด้านผู้รับเหมาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในสถานประกอบการของ OR ต้องผ่านการสื่อสารนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนของ OR และกำหนดให้ระบุในสัญญาจ้างว่าต้องผ่านการอบรมด้านสิทธิมนุษยชน โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรับทราบนโยบายสิทธิมนุษยชนของ OR ครบร้อยละ 100 ครอบคลุมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่จ้างโดยผู้รับเหมา โดยอ้างอิงตาม UN Guiding Principles on Business and Human Rights (UNGPs) เพื่อให้การใช้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสอดคล้องกับมาตรฐานสากลด้านสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ OR มีการสื่อสารข้อกำหนดด้านสิทธิมนุษยชนให้แก่ผู้ค้าของ OR และมีการลงนามรับทราบในแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า (OR Suppliers Sustainable Code of Conduct: SSCoC)
OR เข้าร่วมการประกวดองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2568 ซึ่งจัดโดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม โดยได้รับผลการพิจารณาในระดับ “ดีเด่น” ในกลุ่มรัฐวิสาหกิจต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และเข้าร่วมการเสวนา เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการดำเนินธุรกิจที่สนับสนุนสิทธิมนุษยชน ตอกย้ำการเป็นองค์ที่ดำเนินธุรกิจอย่างเคารพสิทธิมนุษยชน มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และส่งเสริมการสร้างรายได้รวมถึงการสร้างโอกาสทางสังคมให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียของ OR อย่างเป็นรูปธรรม
