การบริหารจัดการความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

ความสำคัญ

(GRI 3-3a.)

          ด้วย OR ดำเนินธุรกิจครอบคลุมหลากหลายพื้นที่ ทั้งสถานีบริการน้ำมัน ศูนย์กระจายสินค้า โรงงานซ่อมบำรุงถังแก๊ส สถานีบริการก๊าซหุงต้ม โรงงานผลิต และร้านค้าปลีก ซึ่งนอกจากจะสร้างรายได้และโอกาสการจ้างงานแก่พนักงาน ผู้รับเหมา และผู้ค้าในห่วงโซ่อุปทานแล้ว ยังมีบทบาทในการสร้างคุณค่าเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม OR มุ่งยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย (OHS) ให้เป็นต้นแบบของอุตสาหกรรม โดยการลงทุนในระบบป้องกันอุบัติเหตุ การจัดการความเสี่ยง และการพัฒนาทักษะบุคลากรเพื่อเสริมความมั่นใจในการทำงานอย่างปลอดภัย ขณะเดียวกันยังดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากความเสี่ยง เช่น การรั่วไหลของสารเคมีหรืออุบัติเหตุจากการขนส่ง พร้อมยกระดับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งมั่นในการก้าวสู่การเป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุ (Zero-Accident Organization) ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการดำเนินงานและกิจกรรมของ OR เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยขององค์กร ทั้งนี้ OR ได้กำหนดนโยบาย แนวทางการบริหารจัดการด้าน OHS และคู่มือปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับกฎหมายไทยและมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความปลอดภัย ความยั่งยืน และคุณค่าร่วมระยะยาวแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

เป้าหมายปี 2568

(GRI 3-3e)
OHS_KPI + Performance_2025 - TH_Rev3

แนวทางการบริหารจัดการ

(GRI 2-13., GRI 2-23., 3-3b., GRI 3-3d., GRI e., GRI 403-1., GRI 403-2., GRI 403-7., GRI 403-9., GRI 403-19.)

             ภายใต้เป้าหมายระยะยาว OR 2030 Goals มีการกำหนดประเด็นด้านสุขภาพและความปลอดภัย เป็นหนึ่งในเป้าหมายของการยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน ครอบคลุมทั้งในพื้นที่ธุรกิจ และชุมชนรอบพื้นที่ธุรกิจ โดยมุ่งมั่นในการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยให้แก่พนักงานและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอกองค์กรที่อาจได้รับผลกระทบจากการประกอบธุรกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม
             OR ตระหนักว่ากระบวนการผลิต การขนส่ง และการดำเนินงานร่วมกับคู่ค้า อาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อสุขภาพและความปลอดภัย ทั้งต่อพนักงานและชุมชนรอบพื้นที่ธุรกิจ OR จึงกำหนดมาตรการควบคุมความเสี่ยงและทำงานร่วมกับคู่ค้าในการยกระดับมาตรฐานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ให้เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายและแนวปฏิบัติสากล
             การประกอบธุรกิจจะดำเนินไปได้ด้วยดีและน่าเชื่อถือนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการที่พนักงานมีสุขภาพที่แข็งแรงทั้งทางกายและจิตใจ ภายใต้นโยบายคุณภาพ ความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (QSHE) และคู่มือระบบการบริหารจัดการบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นกรอบการดำเนินงานหลักที่สำคัญ และมีการสื่อสารให้พนักงาน OR ทุกคนรับทราบผ่านช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย รวมถึงการเปิดเผยต่อผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องบนเว็บไซต์ของบริษัทเพื่อนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงมาตรการด้านความปลอดภัย
             โดยจากผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในปี 2568 มีตัวชี้วัดที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายด้านความปลอดภัย ในเรื่องของอุบัติเหตุในการทำงานของพนักงานและผู้รับเหมา และจำนวนการเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ โดยสาเหตุหลักมาจากการละเมิดกฎระเบียบด้านความปลอดภัย OR จึงกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดมากขึ้น รวมไปถึงการดำเนินกิจกรรมที่สร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยให้แก่พนักงานและผู้รับเหมาที่จริงจัง เพื่อมุ่งหวังให้พนักงานและผู้รับเหมาได้รับความปลอดภัยอย่างสูงที่สุดในการปฏิบัติงานกับ OR

นโยบายคุณภาพ ความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (QSHE Policy)

             ในปี 2569 OR มีการทบทวนนโยบายคุณภาพ ความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (QSHE Policy) ที่ครอบคลุมประเด็นด้านความมั่นคง ความปลอดภัย และอาชีวอนามัย ที่อาจเกิดขึ้นกับพนักงาน ผ้รับเหมา ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียในทุกธุรกิจ และยังคงใช้คู่มือระบบการบริหารจัดการ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) เป็นกรอบการดำเนินงานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานของประเทศไทยและมาตรฐานสากล มุ่งเน้นการปฏิบัติตามกฎหมาย และการบริหารจัดการประเด็นความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

             อ่านเพิ่มเติมได้ที่ QSHE Policy 2026

โครงสร้างการกำกับดูแลด้านความปลอดภัย และอาชีวอนามัย

              ฝ่ายบริหารความยั่งยืน และคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม มีหน้าที่รับผิดชอบในการกำกับดูแลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย โดยกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อนำไปสื่อสารและทำให้เกิดการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับนโยบายและแนวปฏิบัติดังกล่าว โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้ที่รับผิดชอบจากแต่ละสถานประกอบการ เช่น เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในระดับวิชาชีพของส่วนงานปฏิบัติการคลัง เป็นต้น
              เพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรจะบรรลุเป้าหมายด้านการจัดการความปลอดภัยและอาชีวอนามัย OR จึงกำหนดให้ประเด็นด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน (Operational Safety) เป็นตัวชี้วัดขององค์กร (Corporate KPI) ซึ่งมีผลต่อการประเมินผลการปฏิบัติงาน (Performance Appraisal) และเป็นความรับผิดชอบของพนักงานทั้งองค์กร เพื่อให้ทุกคนในองค์กรมีส่วนร่วมในการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายด้านความปลอดภัย โดยมีการนำเสนอผลการดำเนินงานเป็นประจำทุกไตรมาส ต่อคณะกรรมการคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (OR QSHE GMC) ซึ่งมีประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เป็นประธานในคณะกรรมการ และนำรายงานต่อในการประชุมคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (ERMC) อยู่เป็นประจำทุกไตรมาสหรือตามความเหมาะสม เพื่อให้แนวทางการปรับปรุงผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ระบบบริหารจัดการและโครงการด้านความปลอดภัย และอาชีวอนามัย

              OR ประยุกต์ใช้มาตรฐานระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย กับสถานประกอบการที่ OR ดำเนินการเอง (Own Operation) รวมถึง โรงงานซ่อมบำรุงถังก๊าซหุงต้ม จังหวัดขอนแก่น และโรงงานซ่อมบำรุงถังก๊าซหุงต้มภาคกลาง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยในปี 2567 มีการขยายการดำเนินการไปยังโรงงานซ่อมบำรุงถังก๊าซหุงต้มภาคใต้ จังหวัดสงขลา ตลอดจนมีการควบคุมการดำเนินงานของตัวแทนจำหน่าย (Dealer) ผ่านคู่มือหรือมาตรฐานต่าง ๆ อีกทั้ง OR ได้ดำเนินการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) และการตรวจติดตามภายใน (Internal Inspection) เป็นประจำทุกปี และได้การรับรองมาตรการตามมาตรฐาน ISO 45001:2018 จากหน่วยงานภายนอก ซึ่งมีการตรวจประเมินครอบคลุมทั้งร้อยละ 100 ในปี 2568 รวมถึงการกำหนดมาตรฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเฉพาะตามลักษณะของธุรกิจ เช่น ข้อปฏิบัติด้านความปลอดภัยของการขนส่ง และข้อปฏิบัติด้านความปลอดภัยทางอาหารสำหรับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น ตลอดจนการกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัยสำหรับสถานีบริการ เพื่อให้เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจของผู้แทนจำหน่าย และแฟรนไชส์ รวมถึงการส่งเสริมการพัฒนาระบบบริหารงานของผู้ค้า โดยกำหนดให้มีการทบทวนประสิทธิภาพของการบริหารจัดการของแต่ละพื้นที่ปฏิบัติงานทั้งโดยหน่วยงานภายในและภายนอก เพื่อให้เกิดการพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
              นอกจากนี้ OR มีการนำระบบการจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิต หรือ Process Safety Management (PSM) มาประยุกต์ใช้ในพื้นที่คลังภาคตะวันออก ร่วมกับ ปตท. และพื้นที่โรงงานซ่อมบำรุงถังก๊าซหุงต้มภาคใต้ จังหวัดสงขลา รวมถึงการอบรมให้ความรู้ด้าน PSM ให้แก่พนักงานในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการดำเนินงาน และการประกอบธุรกิจมีความปลอดภัย
              OR มีการพัฒนาระบบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัย ได้แก่ Work Permit System ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ในการขออนุญาตเข้าทำงานในพื้นที่ของ OR ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้การควบคุมการดำเนินงานสอดคล้องตามข้อกำหนดกฎหมายอย่างครบถ้วน และเป็นการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบอีกด้วย
              นอกจากนี้ OR ยังมีการจัดทำระบบ e-MoC หรือระบบการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง (Management of Change) เพื่อให้การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงภายในหน่วยงานปฏิบัติการคลังปิโตรเลียมเป็นไปอย่างมีระบบโดยที่มีระดับความเสี่ยงอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้และสามารถบริหารจัดการได้จริง
              ในส่วนของการจัดการ OHS สำหรับผู้ค้าและผู้รับเหมา OR บูรณาการ ESG รวมถึงเกณฑ์ OHS ในข้อกำหนดด้านการจัดซื้อและสัญญา เพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิผลของแนวปฏิบัติ OHS และลดความเสี่ยงด้าน OHS จากการทำงานของผู้ค้าและผู้รับเหมา โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในเว็บไซต์ ‘การจัดการห่วงโซ่อุปทาน

การประเมินความเสี่ยง

            OR มีการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และอาชีวอนามัย สำหรับพนักงาน ผู้ค้าและผู้รับเหมา รวมถึงผู้ที่เข้ามาในพื้นที่ของ OR โดยพิจารณาจากประเด็นภายใน (Internal Issues) และประเด็นภายนอก (External Issue) รวมถึงข้อกำหนดของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ในทุกสถานประกอบการ ในกรณีมีการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการทำงาน OR จะมีการทบทวนขั้นตอนการดำเนินงานและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง และมีการดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยสำหรับการดำเนินงานหรือโครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้น โดยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบความรอบคอบ (Due Diligence) โดยฝ่ายบริหารความยั่งยืน และคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำขั้นตอนการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ดังนี้

ขั้นตอนการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัย (Procedures of Safety Risk Assessment and Safety Risk Management)

            1. การจำแนกกิจกรรมงานหรือขั้นตอนการปฏิบัติงาน พิจารณาตั้งแต่กระบวนการแรกจนถึงกระบวนการสุดท้ายของการปฏิบัติงาน เพื่อให้ได้รายการกิจกรรม หรือขั้นตอนของการปฏิบัติงาน
            2. การบ่งชี้อันตราย และการประเมินความเสี่ยง นำรายการกิจกรรม หรือขั้นตอนการปฏิบัติงาน ที่ได้จากข้อ 1 นำมาระบุอันตรายที่อาจเกิดขึ้นโดยวิธีการที่มีความเหมาะสมกับกิจกรรม และขั้นตอนการปฏิบัติงานนั้น ๆ รวมทั้งดำเนินการประเมินความเสี่ยงตามหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมของแต่ละธุรกิจ
            3. การจัดทำแผนบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัย นำผลจากการประเมินความเสี่ยงมาจัดทำแผนบริหารจัดการความเสี่ยงโดยพิจารณาดังนี้

      • ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับไม่ได้ ให้จัดทำแผนในการลดความเสี่ยง โดยพิจารณาเพิ่มมาตรการควบคุมตามหลักการลำดับขั้นของการควบคุม (Hierarchy of Control) ให้ความเสี่ยงลดลงมาอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ จากนั้นต้องจัดทำแผนควบคุมความเสี่ยง เพื่อควบคุมมาตรการที่ได้กำหนดเพิ่มให้คงประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
      • ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ให้จัดทำแผนในการควบคุมความเสี่ยง โดยการคงประสิทธิภาพของมาตรการควบคุมที่มีอยู่

            4. การสื่อสาร ทบทวน และติดตามประสิทธิภาพ ของการประเมินและการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
OR จะจัดลำดับความสำคัญจากผลการประเมินความเสี่ยงที่ได้ดำเนินการ เพื่อนำมากำหนดมาตรการลดความเสี่ยง เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย Zero Accident รวมถึงการกำหนดแผนการตอบสนองเหตุฉุกเฉิน โดยเหตุฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นในสถานประกอบการของ OR ได้แก่ เพลิงไหม้ อุบัติเหตุงานก่อสร้าง และอุบัติเหตุจากการขนส่ง เป็นต้น

การประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพ และโปรแกรมด้านสุขภาพ (Health Risk Assessment and Health Program)
                OR มีการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพสำหรับพนักงานและลูกจ้างทดลองงานเป็นประจำทุกปี รวมถึงมีการกำหนดแนวปฏิบัติเรื่องการตรวจสุขภาพของพนักงานและลูกจ้างทดลองงานที่ทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง และดำเนินการตามโปรแกรมด้านสุขภาพโดยครอบคลุมการตรวจสุขภาพแรกเข้าทำงานของพนักงานใหม่ และกรณีการเปลี่ยนงาน (สรรหาภายในและโยกย้ายงาน) กรณีพ้นสภาพงานการเป็นพนักงาน และการตรวจสุขภาพอาชีวอนามัยประจำปีทั้งของพนักงานและผู้รับเหมาประจำ ทั้งนี้หน่วยงานต้นสังกัด (ผู้บังคับบัญชา) และฝ่ายบริหารความยั่งยืน และคุณภาพความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม จะร่วมกันวิเคราะห์ผลตรวจสุขภาพของพนักงาน ซึ่งบันทึกอยู่ในรูปแบบ e-Health Book เพื่อนำมาใช้ในการประเมินความเสี่ยง และปรับปรุงสภาพพื้นที่ปฏิบัติงาน นำไปจัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพเพิ่มเติม เพื่อลดความเสี่ยงด้านสุขภาพของพนักงาน
                OR ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านสุขภาพของพนักงาน และในปัจจุบันที่เกิดโรคที่ทำให้ผู้คนเกิดการบาดเจ็บอย่างเฉียบพลันเพิ่มมากขึ้น OR จึงได้กำหนดการจัดการภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ (Medical Emergency Management) เป็นแนวทางดำเนินการในการรับมือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อลดความเสี่ยงการเสียชีวิตหรือเจ็บป่วยของพนักงาน รวมถึงการกำหนดแนวทางการฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างมีประสิทธิภาพ

วัฒนธรรมความปลอดภัย และอาชีวอนามัยในการทำงาน

            OR ตระหนักถึงการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในกลุ่มพนักงานและผู้รับเหมา โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคณะทำงานเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยของ กลุ่ม ปตท. และสนับสนุนให้ผู้บริหารทุกระดับในทุกสายงานของบริษัทฯ สื่อสารกับพนักงานในเรื่องความปลอดภัย ปี 2568 OR กำหนดเป้าหมายให้ผู้บริหารระดับฝ่ายขึ้นไปและส่วนขึ้นตรง ประธานเจ้าหน้าที่้บริหารฯ (ปธบ.) และรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จะต้องเป็นต้นแบบ (Role Model) ในการติดตามตรวจสอบและสื่อสารการดำเนินงานตามคู่มือมาตรฐาน ตรวจสอบความเสี่ยงและความปลอดภัย เพื่อหลีกเลี่ยงการปฏิบัติงานที่ต่ำกว่ามาตรฐานของแต่ละสถานประกอบการ นอกจากนี้ยังกำหนดให้ผู้จัดการส่วนของพื้นที่ปฏิบัติการดำเนินการ QSHE Tour เป็นประจำทุกปีเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติงานพนักงานและความปลอดภัยของพื้นที่ ควบคุมดูแลให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่กำหนด และ QSHE Talk เพื่อสื่อสารประเด็น ข่าวสาร หรือองค์ความรู้ในการสร้างความตระหนักด้านสุขภาพและความปลอดภัยให้กับพนักงานก่อนเริ่มการประชุม
            นอกจากนี้พนักงาน OR ทุกคนได้รับการสื่อสารเรื่องการให้สิทธิ Stop Work Authority ที่สามารถปฏิเสธการปฏิบัติงานในพื้นที่อันตราย หรืองานที่เป็นอันตราย โดยไม่มีมาตรการป้องกันด้านความปลอดภัยที่เหมาะสม

การสอบสวนอุบัติการณ์ที่เกี่ยวเนื่องจากการทำงาน

               การรายงานและการสอบสวนอุบัติการณ์หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวเนื่องจากการทำงาน ถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบการจัดการอุบัติการณ์ของ OR เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย QSHE และรายงานให้แก่ผู้บริหารรับทราบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบ วิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริง (Root Cause) และกำหนดมาตรการควบคุมป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ OR จึงได้กำหนดให้มีการรายงานอุบัติการณ์ที่เกิดขึ้นอันเกี่ยวเนื่องจากการทำงาน และมีการเก็บบันทึกไว้อย่างเป็นระบบ โดยครอบคลุมเหตุการณ์อุบัติเหตุ (Accident) และเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near Miss) ทั้งนี้ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ผู้อยู่ในเหตุการณ์หรือผู้พบเห็นจะต้องรายงานไปยังเจ้าของพื้นที่และผู้เกี่ยวข้องทราบภายในระยะเวลาที่กำหนด ดังนี้

      • อุบัติเหตุร้ายแรงและใหญ่หลวง ต้องมีการรายงานภายใน 24 ชั่วโมง
      • อุบัติเหตุเล็กน้อยและปานกลาง ต้องมีการรายงานภายใน 72 ชั่วโมง

               และจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุการณ์เพื่อสอบสวนอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และกำหนดมาตรการควบคุมป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำอีกอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ
               การสอบสวนอุบัติการณ์ของ OR จะดำเนินการอย่างเป็นระบบ โดยใช้เครื่องมือการสอบสวนที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับลักษณะของอุบัติการณ์ ในการดำเนินการค้นหาสาเหตุที่แท้จริง หลังจากนั้น OR จะมีการวิเคราะห์ ตรวจติดตามผลการดำเนินการแก้ไข ปรับปรุงตามมาตรการควบคุมป้องกันที่ได้ระบุไว้เป็นระยะ นอกจากนี้เพื่อให้การควบคุมป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมีประสิทธิภาพ OR ได้จัดทำการเรียนรู้จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น (Lesson Learned) สื่อสารให้กับพนักงาน และผู้รับเหมาทราบผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุในรูปแบบเดิมขึ้นอีก

ระบบความปลอดภัยในการขนส่ง

               การขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ซึ่งดำเนินการโดยผู้ค้านั้น เป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงทั้งในด้านความปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงานและสังคมชุมชน รวมถึงเป็นความเสี่ยงซึ่งอาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน OR จึงกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดสำหรับกิจกรรมดังกล่าว ได้แก่ การใช้ระบบควบคุมและติดตามการขนส่ง (In-Vehicle Monitoring System : IVMS) กับรถขนส่งในสัญญาของ OR ซึ่งประกอบด้วยการติดตั้งระบบบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถขนส่ง (GPS) ระบบกล้อง CCTV เพื่อใช้ในการบันทึกภาพการเดินรถตลอดการขนส่ง โดยทำการเก็บข้อมูลที่บันทึกไว้ให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างน้อย 7 วัน รวมทั้งมีระบบป้องกันความอ่อนล้าระหว่างการขับขี่ (Fatigue Management System) ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบ IVMS อีกด้วย นอกจากนี้ มีการกำหนดให้รถขนส่งติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิง และการควบคุมการหกรั่วไหลในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงกำหนดให้มีการแจ้งเตือนหากมีการขับขี่ที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายหรือข้อกำหนดของ OR นอกจากนี้ OR มีการประเมินการบริหารงานของผู้ค้า ตามแนวทางการบริหารจัดการความปลอดภัยในการขนส่ง (Road Safety Management Guideline) ของกลุ่ม ปตท. เป็นประจำทุกปี เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดความตระหนักด้านความปลอดภัย เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียจากอุบัติเหตุจากการขนส่ง ทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน อันเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมอีกทางหนึ่งด้วย
               ในส่วนของการบริหารการขนส่งผลิตภัณฑ์หล่อลื่น OR ได้กำหนดความปลอดภัยด้านการขนส่ง ในสัญญาจ้างกับผู้ค้า ก่อนเริ่มการขนส่งผลิตภัณฑ์หล่อลื่น เพื่อกำหนดขอบข่ายด้านความปลอดภัยระหว่างการส่งมอบ ไม่ให้เกิดความสูญเสียจากอุบัติเหตุจากการขนส่ง ทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน สังคมและชุมชน ในสัญญากำหนดให้ติดตั้งกล้องบันทึกภาพหน้ารถ และระบบตำแหน่งระหว่างการขนส่ง (GPS Tracking) เพื่อใช้ในการตรวจสอบสถานะขนส่ง เพื่อรักษาการดำเนินงานให้เป็นไปตามระบบและมาตรฐานของข้อกำหนด อีกทั้งหน่วยงานได้ดำเนินการประเมินผู้ทำการขนส่งสินค้า เพื่อให้มั่นใจว่าการปฏิบัติงานของผู้ค้าเป็นไปตามมาตรฐานที่ OR กำหนดไว้ โดยการตรวจประเมินผู้ค้าดังกล่าวแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่
                             1. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ค้า (รายเดือน)
                             2. การประเมินผลด้านความปลอดภัยและกฎหมาย
                             3. การประเมินผลการบริหารงานของผู้ค้า (Management Audit) ตามแนวทางของปลุ่ม ปตท.
               ทั้งนี้ OR จะสรุปรวมผลประเมินการปฏิบัติงานเป็นรายเดือน รายไตรมาสและรายปี โดยหากผู้รับจ้างขนส่งมีผลประเมินไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่ OR กำหนด จะมีการดำเนินการตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาและมาตรการของ OR
               สำหรับมาตรการด้านความปลอดภัยในการขนส่งทางเรือ เรือขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่เข้ามาทำการขนส่งผลิตภัณฑ์กับ OR ต้องผ่านขั้นตอนในการตรวจประเมินเรือของกลุ่ม ปตท. ดังนี้
                             1. การตรวจเรือ (Inspection) จากผู้ตรวจประเมินเรือที่ได้รับการรับรองจาก OCIMF (Oil Companies International Marine Forum)
                             2. การประเมินเรือ (Vetting) โดย PTT Group Marine Expertise ซึ่งใช้ผลจากการตรวจเรือมาประเมินกับ Marine Environmental and Safety Criteria โดยขั้นตอนทั้งหมดของระบบตรวจประเมินเรือจะถูกบันทึกในระบบ Web Marine Quality Assurance Program
               ในส่วนของการประเมินผลการบริหารงานของผู้ขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทางเรือ OR ได้นำเครื่องมือ Tanker Management and Self-Assessment (TMSA) ของ OCIMF มาเป็นส่วนหนึ่งในการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ค้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทางเรือ และยกระดับมาตรฐานในการปฏิบัติงานของผู้ขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทางเรือของ OR ให้เทียบเคียงกับมาตรฐานสากล

การมีส่วนร่วมของพนักงานในด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

              OR มีการแต่งตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานในทุกสถานประกอบการที่มีพนักงานถึงตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด โดยคณะกรรมการฯ มีวาระการประชุมอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อพิจารณาประเด็นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน และข้อเสนอแนะในการปรับปรุงด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ตลอดจนผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยในพื้นที่ปฏิบัติงาน
               นอกจากนี้ OR กำหนดให้ฝ่ายบริหารความยั่งยืน และคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม มีทีมงานด้านความปลอดภัย และอาชีวอนามัยทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่พนักงานและบริหารจัดการงานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย รวมถึงการตั้งเป้าหมายด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ได้แก่ จำนวนอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงาน (Lost Time Accident: LTA) อัตราการบาดเจ็บจากการทำงาน (Total Recordable Injuries Rate: TRIR) อัตราการเจ็บป่วยจากการทำงาน (Total Reportable Occupational Illness Rate: TROIR) การค้นหาและรายงานการกระทำหรือสภาพแวดล้อมที่ต่ำกว่ามาตรฐาน การสื่อสารด้านความปลอดภัย อุบัติเหตุทางรถยนต์ (Car Accident) อุบัติเหตุรถขนส่งผลิตภัณฑ์ (Transportation Safety) และ ความปลอดภัยของกระบวนการผลิต (Process Safety)
              โดยอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานของพนักงาน (Lost Time Accident: LTA) อุบัติเหตุทางรถยนต์ (Car Accident) อุบัติเหตุรถขนส่งผลิตภัณฑ์ (Transportation Safety) และ ความปลอดภัยของกระบวนการผลิต (Process Safety) เป็นตัวชี้วัดระดับองค์กร (Corporate KPI) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำหรับการประเมินผลการดำเนินงานของผู้บริหารระดับสายงาน พนักงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการในประเด็นด้านอาชีวอนามัยทั่วทั้งองค์กร

การส่งเสริมด้านสุขภาพจิตที่ดีให้แก่พนักงาน

             OR ให้ความสำคัญต่อด้านสุขภาพจิตที่ดีของพนักงาน ด้วยความตระหนักว่าสุขภาพจิตที่ดีมีผลต่อสุขภาพร่างกายอันส่งผลต่อเนื่องถึงต่อการทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้น OR จึงจัดกิจกรรมส่งเสริมด้านสุขภาพจิตให้แก่พนักงานด้วยกิจกรรมการให้ความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญฟรีแก่พนักงาน และมีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรู้เกี่ยวกับการบริการจัดการเวลาในการดำเนินชีวิตและการทำงานที่มีประสิทธิภาพ (Work-Life Balance) อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังมีการจัดทำโครงการ OR Happy Healthy Mind บนเว็บไซต์เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพนักงาน ผ่านการบริการอย่างหลากหลาย ได้แก่

      1. แบบประเมินตนเอง สำหรับประเมินระดับความเครียด หรืออาการซึมเศร้าเบื้องต้นด้วยตนเอง
      2. สัมมนาออนไลน์ประจำเดือน เพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพจิตจากนักจิตวิทยาเดือนละ 1 ครั้ง
      3. Self-Help Center รวบรวมบทความ วิดีโอ และแหล่งความรู้ที่มีประโยชย์เกี่ยวกับสุขภาพจิตสำหรับให้พนักงานนำไปประยุกต์ใช้ด้วยตนเอง
      4. Emergency Call พนักงานสามารถติดต่อนักจิตวิทยาโดยตรงในกรณีมีเหตุเร่งด่วนได้ตลอด 24 ชั่วโมง
      5. LINE Chat Service สามารถติดต่อกับนักจิตวิทยาเพื่อปรึกษาด้านสุขภาพจิตรูปแบบการแชทผ่านทางข้อความ
      6. นัดหมายเพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพจิต โดย จิตแพทย์ และนักจิตวิทยา

การทบทวนประสิทธิภาพของระบบการจัดการ และการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

               OR มีการจัดทำคู่มือระบบการจัดการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย และสื่อสารไปยังทุกหน่วยธุรกิจ รวมถึงบริษัทในกลุ่ม เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินการนั้นมีประสิทธิภาพ เพียงพอ ต่อเนื่องและสอดคล้องกับนโยบาย QSHE ของ OR นอกจาก ระบบการจัดการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ยังมีการจัดทำระบบบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management System : BCMS) ซึ่งมีการตรวจประเมินโดยหน่วยงานภายนอก (External Audit) และการตรวจประเมินภายใน (Internal Audit) จากการแต่งตั้งผู้ตรวจประเมินภายใน (Internal Auditor) เพื่อจัดทำแผนการตรวจประเมินประจำปี และมีการจัดเก็บผลการตรวจประเมินในระบบ Management System Audit การตรวจติดตามภายในระบบ QSHE โดยจะมีการนำผลการตรวจประเมิน มาวิเคราะห์สมรรถนะของระบบการจัดการเพื่อทำการปรับปรุงและพัฒนากระบวนการต่าง ๆ ในทุก ๆ สถานประกอบการของ OR รวมถึงการทบทวนผลการดำเนินงานที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานตามเป้าหมายที่กำหนดขึ้น
               OR มีการเตรียมความพร้อมในการจัดการเหตุฉุกเฉิน โดยทุกสถานประกอบการของ OR มีการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินประจำปี โดยมีคณะทำงานผู้ตรวจประเมินการจัดการความมั่นคงปลอดภัย และการฝึกซ้อมแผนการจัดการเหตุฉุกเฉินและภาวะวิกฤต ในการให้คำแนะนำการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉิน และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการจัดการเหตุฉุกเฉินเพื่อให้ระบบการจัดการเหตุฉุกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบความปลอดภัย LPG ให้กับโรงบรรจุเอกชน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการปฏิบัติงานมีความปลอดภัย และได้มาตรฐาน

การจัดการประเด็นสุขภาพระดับโลก

          OR ตระหนักถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาสุขภาพระดับโลก เช่น HIV/AIDS วัณโรค และมาลาเรีย ซึ่งยังคงเป็นความท้าทายด้านสาธารณสุขในหลายประเทศ บริษัทจึงดำเนินโครงการให้ความรู้และรณรงค์ป้องกันโรคแก่พนักงานและชุมชน สนับสนุนการเข้าถึงการตรวจคัดกรองและการรักษา รวมถึงประสานความร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่เสี่ยงเพื่อควบคุมและลดการแพร่กระจายของโรค ทั้งนี้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (SDG 3)

ผลดำเนินงาน

ผลการดำเนินงานและการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย
                ในปี 2568 พบอุบัติเหตุจากการทำงานที่นำไปสู่การบาดเจ็บและเสียชีวิต ในกลุ่มผู้รับเหมา โดยหากเกิดเหตุการณ์บริษัทมีมาตรการในการสอบสวนหาสาเหตุ วิเคราะห์ข้อบกพร่อง และดำเนินการแก้ไขป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ โดยในรอบปีที่ผ่านมา ได้ดำเนินการตรวจสอบความเสี่ยงและเสริมมาตรการเชิงป้องกัน ดังนี้

      • ประเภทงานที่มีอันตรายสูง เช่น การทำงานบนที่สูงและการขับขี่ยานพาหนะ ได้รับการประเมินความเสี่ยงและออกมาตรการป้องกันตามลำดับขั้นของการควบคุมอันตราย (Hierarchy of Controls)
      • ตัวอย่างมาตรการด้านการทำงานบนที่สูง ได้แก่ การกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงาน การควบคุมงาน และการชี้แจงผู้รับจ้างในการปฏิบัติงาน
      • ด้านการขับขี่ปลอดภัย มีการจัดฝึกอบรมหลักสูตรการขับขี่เชิงป้องกัน (Defensive Driving) และรณรงค์สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในการขับขี่ผ่านสื่อสารภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง

                บริษัทจะคงการเปิดเผยข้อมูลในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์สำคัญ พร้อมรายงานผลการสอบสวนและการดำเนินการแก้ไขอย่างโปร่งใสตามหลักสากล

การอบรมด้านอาชีวนามัยและความปลอดภัยแก่พนักงาน
การส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัย (Safety Culture)
            ในปี 2568 OR จัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมด้านความปลอดภัย (Safety Culture) เพื่อส่งเสริมให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยภายในองค์กร ผ่านการปฏิบัติตามกฎระเบียบและการใช้สิทธิ “หยุดงานเมื่อไม่ปลอดภัย” (Stop Work Authority: SWA) รวมถึงการเป็นผู้สังเกตและเตือนเพื่อนร่วมงานเมื่อเห็นพฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัย ผู้บริหารมีบทบาทเป็นแบบอย่างและส่งเสริมการโค้ชด้านความปลอดภัยเพื่อสร้างทักษะและการมีส่วนร่วมของพนักงาน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ องค์กรไร้อุบัติเหตุ (Zero Accident) ซึ่งจะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บ เพิ่มขวัญกำลังใจและประสิทธิภาพการทำงาน พัฒนาความร่วมมือและความพึงพอใจของพนักงาน ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตและความยั่งยืนขององค์กร ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากพนักงาน โดยสายงานสำนักงาน (Office) มีพนักงานร่วมส่งคลิปเข้าประกวด 7 หน่วยงาน จำนวน 7 วิดีโอ และสายงานพื้นที่ปฏิบัติการของ OR ร่วมส่งคลิปเข้าประกวด 14 หน่วยงาน จำนวน 14 วิดีโอ

การส่งเสริมทักษะด้านความปลอดภัย
            OR Academy จัดอบรมเพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะด้านความปลอดภัยให้แก่พนักงาน โดยมีหลักสูตรการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (First Aid & CPR) เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือเหตุฉุกเฉิน ลดการบาดเจ็บ และเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือผู้ป่วย รวมถึงหลักสูตรการพัฒนาบุคลากรด้านความปลอดภัย (Safety Leadership & Safety Coaching for Change Behavior) ที่มุ่งสร้างพฤติกรรมความปลอดภัยอย่างยั่งยืน ผ่านการโค้ช การสื่อสาร และการเป็นแบบอย่าง โดยมีผู้เชี่ยวชาญภายนอกและคณาจารย์ร่วมบรรยาย เป้าหมายสูงสุดคือการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยภายในองค์กร นำไปสู่ “องค์กรไร้อุบัติเหตุ (Zero Accident)” โดยในปี 2568 OR มีการจัดอบรมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยให้แก่พนักงานและผู้รับเหมารวมกันทั้งสิ้น 42 หลักสูตร โดยประกอบไปด้วยเนื้อหาการอบรมที่เกี่ยวข้องกับด้านความปลอดภัย อาทิ การประเมินความเสี่ยงด้านความมั่นคง และความปลอดภัย กฎหมายด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน เช่น นั่งร้าน ปั้นจั่น อับอากาศ เป็นต้น

โครงการวันความปลอดภัย (OR Safety Day)
            OR มุ่งมั่นสู่เป้าหมายองค์กรไร้อุบัติเหตุ (Zero Accident) โดยจัดงาน “OR Safety Day 2025” ภายใต้แนวคิด “โลกยุคใหม่ ต้องรอดด้วยความปลอดภัย” และคำมั่นสัญญา (Commitment) “Hero to Zero Accident ความปลอดภัยสร้างได้ด้วยตัวเรา” เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยในทุกสถานประกอบการของ OR โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 200 คนผ่านช่องทางออนไลน์ ภายในงานมีการเสวนาเกี่ยวกับการรับมือวิกฤตด้วยแผนที่ใช้งานได้จริง พลิกวิกฤตด้วยพฤติกรรมความปลอดภัย และการขับขี่อย่างปลอดภัย พร้อมทั้ง OR ยังจัดกิจกรรม Safety Day ในแต่ละพื้นที่ปฏิบัติการ เพื่อสื่อสารนโยบายด้านความปลอดภัยให้พนักงานและผู้รับเหมามีส่วนร่วมและตระหนักถึงความสำคัญในการลดอุบัติเหตุ โดยมุ่งเน้นการดูแลพนักงาน ผู้รับเหมา ลูกค้า และชุมชนรอบข้างอย่างปลอดภัยและยั่งยืน

การส่งเสริมสุขภาพพนักงาน
              ในปี 2568 โครงการที่ OR ได้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมสุขภาพของพนักงานมีดังต่อไปนี้

โครงการ Happy Workplace Project
โครงการส่งเสริมการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ถูกหลักการยศาสตร์ (Ergonomics)

โครงการ Happy Workplace Project

โครงการส่งเสริมการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ถูกหลักการยศาสตร์ (Ergonomics)

โครงการ OR Exercise Together for Better Health

ส่งเสริมให้พนักงานตระหนักเรื่องการดูแลสุขภาพของตนเองในเชิงป้องกัน (Preventive)

 

OR Happy Healthy Mind

กิจกรรมสัมมนา Online

  • หัวข้อ Healing Depression and Anxiety รับมือความเศร้าและวิตกกังวลอย่างเข้าใจ
  • หัวข้อ Emotional Intelligence Managing Your Emotions ฮีลใจตัวเองในวันที่ไม่ได้ดั่งใจ
  • หัวข้อ Creating Mental Balance between Work and Life สร้างสมดุลทางใจเพื่อชีวิตและงานที่ยั่งยืน

รางวัลด้านความปลอดภัย และอาชีวอนามัย
             ในปี 2568 OR ได้ดำเนินงานตามนโยบายด้านความปลอดภัย และอาชีวอนามัยอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง ส่งผลให้สามารถยกระดับมาตรฐานการทำงานและสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับพนักงานทุกคนอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยความร่วมมือร่วมใจจากผู้บริหารและพนักงานทุกระดับ ทำให้มีผลการดำเนินงานโดดเด่นจนได้รับรางวัลสำคัญดังต่อไปนี้

      • รางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย (Safety Award) ประจำปี พ.ศ. 2568 จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
      • รางวัลกิจกรรมการรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ (Zero Accident Campaign) ประจำปี พ.ศ. 2568 จากสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (สสปท.)

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

ร่วมงานกับเรา