
OR ตระหนักว่าผลกระทบด้านมลพิษทางอากาศมีความสำคัญ เนื่องจากสามารถส่งผลกระทบต่อทั้งสิ่งแวดล้อม สุขภาพของผู้คน รวมถึงความเป็นอยู่ของชุมชนและพนักงาน อีกทั้ง อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการดำเนินธุรกิจและความเชื่อมั่นของสังคม หากขาดการจัดการที่เหมาะสม ดังนั้น OR ให้ความสำคัญในการป้องกันและลดผลกระทบดังกล่าว ทั้งกระบวนการผลิต การขนส่ง และการให้บริการของ OR
OR จึงดำเนินมาตรการผ่านโครงการต่าง ๆ เพื่อลดและบรรเทาผลกระทบ พร้อมทั้งทำงานร่วมกับคู่ค้าเพื่อให้การจัดการสิ่งแวดล้อมครอบคลุมในห่วงโซ่ธุรกิจ ลดโอกาสที่ผลกระทบทางลบจะขยายออกไป นอกจากนี้ OR ยังส่งเสริมพลังงานสะอาดและการปรับเปลี่ยนกระบวนการให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงช่วยปกป้องสุขภาพของผู้คน ยังสนับสนุนทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัท

OR ให้ความสำคัญต่อการควบคุมมลพิษทางอากาศให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดและไม่ให้เกิดผลกระทบเชิงลบอันเนื่องมาจากมลพิษอากาศที่เกิดจากการดำเนินงาน โดยมลพิษหลักที่เกิดจากกระบวนการดำเนินงานของ OR คือ สารอินทรีย์ระเหย (Volatile Organic Compound: VOC) ซึ่งเกิดจากกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การกักเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง การขนส่ง และซื้อขายน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่ง OR ได้มีการจัดทำบัญชีการระบายสารอินทรีย์ระเหย (VOC Inventory) ที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมของคลังปิโตรเลียม คลังน้ำมัน คลังก๊าซ PTT Station และโรงซ่อมสีถังก๊าซหุงต้ม โดยกำหนดให้มีการปรับปรุงข้อมูลเป็นประจำทุกปี เพื่อติดตามปริมาณการระเหยของ VOC ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งข้อมูลปริมาณการระบายสารอินทรีย์ระเหยดังกล่าวจะนำมาวิเคราะห์และใช้ในการติดตามเพื่อลดผลกระทบจากการระเหยของ VOC ออกสู่สิ่งแวดล้อม
นอกเหนือจากนั้น OR มีการกำหนดช่องทางรับฟังความคิดเห็น ผ่านช่องทาง ที่ระบุในข้อกำหนดบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) เพื่อนำความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียมาประกอบในการปรับปรุงการบริหารจัดการที่ดียิ่งขึ้นในอนาคต
OR บริหารจัดการมลพิษทางอากาศที่สำคัญ คือ สารอินทรีย์ระเหย ผ่านโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่
1. การเปลี่ยนวิธีการถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าออกจากแท็งก์บรรจุน้ำมัน
การเปลี่ยนวิธีการถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าออกจากแท็งก์บรรจุน้ำมันจากการถ่ายน้ำมันด้านบนแท็งก์ (Top Load) ให้เป็นการถ่ายน้ำมันด้านล่างของแท็งก์ (Bottom Load) ซึ่งเป็นระบบปิดช่วยลดการระเหยของน้ำมันเชื้อเพลิงระหว่างการขนส่งและระหว่างการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง การติดตั้งระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง (Vapor Recovery Unit – VRU) ระหว่างถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงและรถขนส่งน้ำมันขณะถ่ายเทน้ำมัน ที่คลังน้ำมันพระโขนง คลังน้ำมันลำลูกกา คลังน้ำมันสระบุรี คลังปิโตรเลียมสุราษฎร์ธานี และคลังปิโตรเลียมสงขลา และที่ PTT Station ทุกแห่ง

2. การติดตั้งระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง (Vapor Recovery Unit – VRU) ที่หัวจ่ายน้ำมัน
การติดตั้งระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง (Vapor Recovery Unit – VRU) ที่หัวจ่ายน้ำมันขณะทำการถ่ายเทน้ำมันเชื้อเพลิงลงสู่ถังน้ำมันของรถยนต์ลูกค้า PTT Station โดยทำการติดตั้งใน PTT Station ตามที่กฎหมายกำหนดและบริเวณพื้นที่ชุมชนอ่อนไหว เช่น โรงเรียน เป็นต้น เพื่อเป็นการป้องกันผลกระทบต่อชุมชนสังคมที่อยู่บริเวณโดยรอบ PTT Station
3. การควบคุมมลพิษอากาศ
การควบคุมมลพิษอากาศทั้งภายในพื้นที่โรงงาน พื้นที่สำนักงาน และบริเวณโดยรอบของพื้นที่ควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม โดย OR มีการควบคุมการปล่อยก๊าซประเภทออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) ก๊าซออกไซด์ของซัลเฟอร์ (SOx) และปริมาณฝุ่นละอองในบรรยากาศ (TSP) จากกระบวนการผลิต ซึ่ง OR มุ่งเน้นควบคุมที่แหล่งกำเนิด โดยการดำเนินธุรกิจประเภท คลังก๊าซ คลังน้ำมัน คลังปิโตรเลียม มีการดำเนินการตามมาตรฐานที่กำหนดในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA) และมีการเลือกใช้เทคโนโลยีที่ช่วยลดหรือกำจัดมลพิษทางอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ OR ยังได้มีการติดตามคุณภาพอากาศโดยห้องปฏิบัติการภายนอกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นประจำทุกปี
4. กลุ่มโรงงาน OASYS
กลุ่มโรงงาน OASYS มีการติดตั้ง After Burner พร้อมกรอง Catalyzer ซึ่งเป็นการนำควันมาเผาซ้ำที่อุณหภูมิสูง เพื่อขจัดกลิ่นและควันให้หมดไป และมีการติดตั้งระบบ ProAir ซึ่งเป็นการขจัดกลิ่นของควันด้วยระบบพลาสมาก่อนปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศ
5. โรงซ่อมบำรุงถังก๊าซหุงต้ม
โรงซ่อมบำรุงถังก๊าซหุงต้ม ในขั้นตอนการพ่นสีถังก๊าซหุงต้มปิโตรเลียมเหลวมีการติดตั้งระบบม่านน้ำ (Scrubber) เพื่อชะล้างมลสารในอากาศ และติดตั้งระบบ Activated Carbon Filter เพื่อช่วยขจัดกลิ่น และเริ่มมีการติดตั้งระบบ Regenerative Thermal Oxidize (RTO) ที่ช่วยกำจัดสารระเหย เช่น สี กลิ่น สารทำละลาย ไอระเหยของก๊าซชีวภาพ ซึ่งเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพสูงในการขจัดมลพิษทางอากาศ
OR มีการดำเนินโครงการต่าง ๆ ในปี 2568 ดังนี้
1. “Bio Very Low Sulphur Fuel Oil (VLSFO)” สำหรับเรือขนส่งสินค้า
OR ร่วมกับบริษัท อาร์ ซี แอล จำกัด (มหาชน) ลงนามข้อตกลงจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงทางเลือกชนิดใหม่ “Bio Very Low Sulphur Fuel Oil (VLSFO)” สำหรับเรือขนส่งสินค้า ซึ่งเป็นการพัฒนาการใช้น้ำมัน Biofuel ในภาคการขนส่งทางทะเลของไทยเป็นครั้งแรก โดยเชื้อเพลิง Biofuel ที่พัฒนาขึ้น เป็นการผสมน้ำมันเตากำมะถันต่ำ (VLSFO) กับ UCOME (Used Cooking Oil Methyl Ester) ซึ่งผลิตจากน้ำมันพืชใช้แล้วผ่านกระบวนการกลั่น
การใช้น้ำมัน Biofuel ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศ และยังเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามข้อกำหนดขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ในการลดคาร์บอนของอุตสาหกรรมการขนส่งทางทะเลทั่วโลกอีกด้วย
