การกำกับดูแล

แนวทางการบริหารจัดการ(GRI 3-3d., GRI 3-3e., GRI 3-3f.)

การกำกับดูแลกิจการ 

              OR มุ่งเน้นการสร้างประโยชน์ที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น และคำนึงถึงผู้ที่มีส่วนได้เสียโดยรวม โดยให้ความสำคัญกับการมีคุณธรรมในการดำเนินธุรกิจ มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ จึงได้กำหนดนโยบายต่าง ๆ เพื่อเป็นกรอบและแนวทางในการกำกับดูแลกิจการที่ดี และเพื่อสื่อสารให้กับผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอกองค์กรให้รับทราบ ไม่ว่าจะเป็น

          เพื่อใช้สื่อสารและเป็นแนวทางให้กับทุกกลุ่มพนักงาน ควบคู่ไปกับข้อบังคับและระเบียบของบริษัท โดยนโยบายและคู่มือฉบับนี้ จัดทำขึ้นภายใต้ข้อกำหนดและกฎหมาย เช่น หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน พ.ศ. 2560 หลักการและแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีในรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ.2562 เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้การกำกับดูแลเป็นไปอย่างถูกต้องและทันต่อเหตุการณ์ OR จึงมีการทบทวนเนื้อหาและรายละเอียดของคู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดี มาตรฐานทางจริยธรรมและจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ หรือคู่มือ CG เป็นประจำทุกปี
          ภายใต้นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของ OR ได้มีการระบุบทบาทหน้าที่ที่สำคัญของคณะกรรมการบริษัทให้มีหน้าที่ติดตามควบคุมการดำเนินงานขององค์กร นอกจากนี้ OR ได้กำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมและจรรยาบรรณของ OR รวมถึงกำหนดวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ นโยบาย และแผนงานที่สำคัญของ OR และจัดตั้งฝ่ายธรรมาภิบาลองค์กร เพื่อดูแลรับผิดชอบด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance: CG) ส่งเสริมแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีขององค์กร รวมทั้งมีการประกาศใช้นโยบายต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน โดยมีการสื่อความและถ่ายทอดการดำเนินงานที่สอดคล้องกับแนวทางการบริหารจัดการแบบกลุ่ม OR ให้แก่บริษัทในกลุ่ม OR พร้อมติดตามการดำเนินงาน เช่น การรายงานความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การรายงานการรับของขวัญ เป็นต้น และ OR มีนโยบายเพื่อเป็นแนวปฏิบัติในการจัดการและแก้ไขกรณี ฝ่าฝืนจรรยาบรรณ โดยผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นในทุกหน่วยงานมีหน้าที่รับผิดชอบกำกับดูแลและสนับสนุนส่งเสริมให้กับพนักงานในบังคับบัญชาปฏิบัติตามคู่มือ CG ของบริษัทอย่างทั่วถึง รวมถึงมีการทบทวนเนื้อหาของนโยบายและคู่มืออย่างเหมาะสม หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ โดยนำผลการดำเนินงานที่ผ่านมา มาทำการวิเคราะห์และปรับปรุงนโยบายให้ครอบคลุมการดำเนินการของธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงและทันสมัย

การสรรหาคณะกรรมการ OR (OR Board Nomination)

            คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน (Nomination and Remuneration Committee) เป็นผู้พิจารณาสรรหาและคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ OR โดยจะต้องสอดคล้องกับกฎหมายและหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงข้อบังคับบริษัทฯ คู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทฯ และหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนปี 2560 (CG Code)
            นอกจากนี้ OR ยังพิจารณาในเรื่องความหลากหลายของคณะกรรมการ (Board Diversity) ทั้งในด้านทักษะ ประสบการณ์ ความสามารถ และคุณสมบัติเฉพาะด้าน ตลอดจนเพศ (gender) และอายุ โดยได้จัดทำตารางองค์ประกอบความรู้ความชำนาญของกรรมการตาม Board Skills Matrix
            ดูเพิ่มเติม: Board Industry Experience
            ทั้งนี้ OR ยังกำหนดให้องค์ประกอบของคณะกรรมการมีความเป็นอิสระ จากการแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ระหว่างประธานกรรมการ OR และประธานเจ้าหน้าที่บริหารออกจากกันอย่างชัดเจน และต้องไม่เป็นบุคคลเดียวกัน ตามนิยามคุณสมบัติกรรมการอิสระของ OR และหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 OR มีคณะกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารจำนวน 14 คน โดยประธานกรรมการไม่เป็นผู้บริหารและมีความเป็นอิสระ รวมทั้งมีกรรมการอิสระ จำนวน 9 คน

การอนุมัติจากผู้ถือหุ้นในกรณีมีการแก้ไขข้อบังคับของบริษัท (Shareholder approval required for changes in bylaw)

             ผู้ถือหุ้นจะต้องเข้าร่วมการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อใช้สิทธิออกเสียงในการพิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชี และเรื่องสำคัญอื่น ๆ เช่น การเพิ่มเติมหรือแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับของบริษัท การเพิ่มหรือลดทุนจดทะเบียน การอนุมัติรายการพิเศษตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของบริษัท หรือการเลือกตั้งกรรมการใหม่แทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระ
             อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงด้วยเหตุอื่นใดที่มิใช่การพ้นจากตำแหน่งตามวาระ คณะกรรมการบริษัทจะต้องเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อบังคับของบริษัทและกฎหมายที่เกี่ยวข้องเข้าดำรงตำแหน่งแทน ในการประชุมคณะกรรมการครั้งถัดไป ยกเว้นกรณีที่วาระการดำรงตำแหน่งที่เหลืออยู่ของกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งนั้นมีระยะเวลาน้อยกว่าสองเดือน ซึ่งในกรณีนี้จะต้องได้รับมติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น (อ้างอิงข้อบังคับของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ข้อ 24, 44 และ 46 (4))

การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ และการกำหนดค่าตอบแทน

            OR มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท เป็นประจำทุกปี โดยใช้การประเมินทั้งคณะ (Group Evaluation) การประเมินรายบุคคล (ประเมินตนเอง และ ประเมินไขว้) (Self-evaluation and Cross Evaluation) ที่สอดคล้องกับแนวปฏิบัติของหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนปี 2560 (CG Code) ของสำนักงาน ก.ล.ต. รวมถึงหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีทั้งในระดับประเทศและสากล เพื่อพิจารณาทบทวนผลการปฏิบัติงาน ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ OR ยังพิจารณาจัดให้มีที่ปรึกษาภายนอก (External Consultant) มาประเมิน ปรับปรุง กำหนดแนวทาง และเสนอแนะประเด็นในการประเมินผลการปฏิบัติงาน ตามวงรอบที่เหมาะสม

ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ (Board Accountability)

           ภายใต้ พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สามารถตีความได้ว่ากรรมการของบริษัทมีความรับผิดจำกัด โดยมีบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องดังนี้:

  • พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535
    • มาตรา 85: กรรมการต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัท รวมถึงมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยต้องมีความสุจริต ความซื่อสัตย์ และใช้ความระมัดระวังอย่างเพียงพอในการคุ้มครองผลประโยชน์ของบริษัท
    • มาตรา 94: กรรมการต้องร่วมกันรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้ถือหุ้นหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัท เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำที่เป็นความผิดดังกล่าว ในกรณีต่อไปนี้:
      • (1) การแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรเปิดเผย เกี่ยวกับฐานะทางการเงินหรือการดำเนินธุรกิจของบริษัท ในการเสนอขายหุ้น หุ้นกู้ หรือเครื่องมือทางการเงินของบริษัท
      • (2) การแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือบันทึกรายการที่ไม่ถูกต้องในเอกสารที่ยื่นต่อนายทะเบียน ซึ่งไม่สอดคล้องกับบัญชี ทะเบียน หรือเอกสารของบริษัท
      • (3) การจัดทำงบแสดงฐานะการเงิน งบกำไรขาดทุน รายงานการประชุมผู้ถือหุ้น หรือรายงานการประชุมคณะกรรมการ ที่มีข้อความอันเป็นเท็จ
    • พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
      • มาตรา 89/7: กรรมการและผู้บริหารต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต รวมทั้งต้องปฏิบัติตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัท มติคณะกรรมการ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น
      • มาตรา 89/8: ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบและความระมัดระวัง กรรมการและผู้บริหารต้องปฏิบัติเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไปที่ประกอบธุรกิจประเภทเดียวกันภายใต้สถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน การตัดสินใจใด ๆ หากพิสูจน์ได้ว่าในขณะนั้นการตัดสินใจดังกล่าวเป็นไปตามเงื่อนไขต่อไปนี้ ให้ถือว่ากรรมการหรือผู้บริหารได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบและความระมัดระวังแล้ว:
        • มีความเชื่อโดยสุจริตและมีเหตุผลอันสมควรว่าจะเกิดประโยชน์สูงสุดแก่บริษัท
        • มีการตัดสินใจโดยอาศัยข้อมูลที่เชื่อโดยสุจริตว่าเพียงพอ
        • มีการตัดสินใจโดยปราศจากผลประโยชน์ส่วนตนทั้งทางตรงและทางอ้อมในเรื่องนั้น

การสรรหาผู้บริหารสูงสุด

                OR มีกระบวนการสรรหาประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือผู้บริหารสูงสุดแทนตำแหน่งที่ว่างลง ตามขั้นตอนและวิธีการที่กำหนดไว้ตามกฎหมายและระเบียบหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง อันประกอบด้วย พระราชบัญญัติบริษัทมหาชน พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เรื่อง การกำหนดลักษณะขาดความน่าไว้วางใจของกรรมการและผู้บริหารของบริษัท โดยดำเนินการอย่างมีความโปร่งใส และเป็นธรรม โดยมีการเปิดเผยเกณฑ์การพิจารณาเบื้องต้นต่อสาธารณชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ซึ่งเกณฑ์ดังกล่าวรวมถึงคุณสมบัติทั่วไป เช่น ต้องมีสัญชาติไทย ไม่ดำรงตำแหน่งกรรมการของ OR ในขณะสมัคร และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดโดยไม่มีลักษณะต้องห้าม
                นอกจากคุณสมบัติทั่วไปแล้ว กระบวนการสรรหายังพิจารณาปัจจัยสำคัญอื่น ๆ ได้แก่ ทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ความสามารถ และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจน้ำมัน ธุรกิจค้าปลีก หรือธุรกิจอื่นที่สนับสนุนหรือสอดคล้องกับการดำเนินงานและการเติบโตในอนาคตของ OR ผู้สมัครต้องมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและมีประสบการณ์ที่พิสูจน์ได้ในการบริหารองค์กรขนาดใหญ่ สำหรับผู้ที่เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารในภาคเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ ต้องเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองกรรมการผู้จัดการใหญ่ (Senior Vice President) เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีติดต่อกันหรือรวมกัน โดยองค์กรนั้นต้องมีรายได้รวมต่อปีไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาทในปีใดปีหนึ่งระหว่างดำรงตำแหน่ง ในทำนองเดียวกันผู้ที่มาจากหน่วยงานราชการในระดับกรมหรือเทียบเท่าต้องเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองอธิบดีหรือเทียบเท่าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีติดต่อกันหรือรวมกัน ทั้งนี้ผู้สมัครทุกคนต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป
ในระหว่างกระบวนการสรรหาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OR จะประกาศเกณฑ์การพิจารณาอย่างชัดเจนและโปร่งใสต่อสาธารณชน

การประเมินผลการปฏิบัติงานของ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Performance Evaluation of Chief Executive Officer (CEO))

                ในการกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลงาน การประเมินผลการปฏิบัติงาน และค่าตอบแทนของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งมีระยะเวลาการปฏิบัติงานตามวาระการดำรงตำแหน่งในแต่ละวาระไม่เกิน 4 ปี ดำเนินการโดยการพิจารณากลั่นกรองของคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน และพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท โดยมีตัวชี้วัดที่สำคัญ 3 ปัจจัย ได้แก่

ปัจจัยที่ 1 ตัวชี้วัดผลการดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ที่นำเสนอต่อคณะกรรมการ OR ที่เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม และขีดความสามารถให้กับองค์กรทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ปัจจัยที่ 2 ความสามารถในการบริหารจัดการและภาวะผู้นำ

ปัจจัยที่ 3 การประเมิน 360 องศา หรือการประเมินแบบรอบทิศ เป็นการประเมินคุณลักษณะหรือพฤติกรรมโดยอาศัยการประเมินจากผู้บังคับบัญชาหรือผู้กำกับดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชา บุคคลภายนอกที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้อง

                 โดยมีตัวอย่างตัวชี้วัดดังต่อไปนี้

        1. ตัวชี้วัดผลตอบแทนทางการเงิน (Financial Returns) เช่น EBITDA และ SOP
        2. การบริหารการลงทุนอย่างมีประสิทธิผล (Effective Investment Management) เช่น New Business Investment, ROIC (ผลตอบแทนจากเงินลงทุน)
        3. ตัวชี้วัดแบบ non-financial เช่น ความสามารถในการบริหารจัดการและภาวะผู้นำ ผลความผูกพันธ์ของลูกค้า เป็นต้น
        4. ตัวชี้วัดผลตอบแทนแบบ Relative Financial เพื่อวัดผลตอบแทนทางการเงิน เช่น ROIC, ROA, ROE กับบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างค่าผลตอบแทนของ OR สามารถเทียบเคียงได้

            ทั้งนี้ กำหนดให้มีการรายงานผลการปฏิบัติงาน (6 เดือน) ต่อคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเพื่อรับทราบและติดตามความคืบหน้าในการปฏิบัติงาน และมีการประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยผลการประเมินในปี 2568 ของประธานเจ้าหน้าที่บริหารได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ  89.6 และผลการประเมินอยู่ในเกณฑ์ดีมาก

            ซึ่งการกำหนดค่าตอบแทนของประธานเจ้าหน้าที่บริหารข้างต้นได้ผ่านการพิจารณากลั่นกรองจากคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน รวมถึงได้ผ่านการพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทแล้ว โดยคณะกรรมการทั้งสองชุด มีความเห็นว่าการกำหนดค่าตอบแทนของประธานเจ้าหน้าที่บริหารมีความเหมาะสมและสมเหตุสมผล จากการปฏิบัติตามนโยบายและหลักเกณฑ์ข้างต้น

แผนสืบทอดตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO Succession Plan)

              OR มีการเตรียมผู้บริหารเพื่อเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO Succession Plan) ผ่านโครงการ PTT Group Leadership Development Program (GLDP) ของ PTT Group โดยการคัดเลือกประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จะดำเนินการผ่านคณะกรรมการสรรหาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คณะอนุกรรมการพิจารณาผลตอบแทนและคณะกรรมการบริษัทในการพิจารณาหลักเกณฑ์และวิธีในการสรรหาและแต่งตั้งบุคคลที่มีความเหมาะสม

ค่าตอบแทนประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ OR ในปี 2568

              การพิจารณาค่าตอบแทน จะดำเนินการอย่างเป็นธรรมและสมเหตุสมผลตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยการพิจารณากลั่นกรองของคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ซึ่งอัตราการขึ้นเงินเดือนและอัตราการจ่ายโบนัสประจำปีจะสอดคล้องกับผลการปฏิบัติงาน (Performance Management) แนวปฏิบัติและมาตรฐานของกลุ่มธุรกิจชั้นนำในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน โดยใช้ผลการประเมินหรือคะแนน KPIs โดยมีการนำเสนอหลักการและจำนวนค่าตอบแทนที่เหมาะสมต่อคณะกรรมการบริษัท (Board of Director) เพื่อพิจารณาอนุมัติค่าตอบแทน โดยพิจารณาจากผลการปฏิบัติงานตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของ CEO ในแต่ละวาระไม่เกิน 4 ปี (Time Vesting for Variable CEO Compensation)

ค่าตอบแทนผู้บริหารระดับสูงของ OR

            OR ได้กำหนดกลไกจูงใจในระยะยาว เช่น การให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างค่าตอบแทน โดยมุ่งสนับสนุนการดึงดูดและรักษาทรัพยากรบุคคลในระยะยาว รวมถึงการสร้างความต่อเนื่องของผลการดำเนินงาน กลไกดังกล่าวสะท้อนการมุ่งเน้นผลลัพธ์ในระยะยาวขององค์กร และได้รับการบูรณาการไว้ในระบบการประเมินผลและกำหนดค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูง
            นอกจากนี้ บริษัทได้ผนวกตัวชี้วัดด้านความยั่งยืน (ESG Performance) เข้าไว้ในการกำหนดค่าตอบแทนผู้บริหารระดับสูง โดยเชื่อมโยงกับเป้าหมายขององค์กรตาม OR 2030 Goals และกรอบยุทธศาสตร์ความยั่งยืน ตัวชี้วัดดังกล่าวรวมถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เช่น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อันสอดคล้องตามการดำเนินงานตามเป้าหมายความยั่งยืนขององค์กร ซึ่งถูกบรรจุไว้ใน Corporate KPIs และได้รับการมอบหมาย (Deploy) มายังผู้บริหารระดับสูง เพื่อให้ค่าตอบแทนของผู้บริหารสะท้อนถึงความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

กฎการเรียกคืนโบนัส (Clawback Provision)

            กฎการเรียกคืนโบนัส (Clawback Provision) เป็นไปตาม พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) มาตรา 85 และ พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) มาตรา 89/7 และมาตรา 89/18 ซึ่งกำหนดว่าในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ ผู้บริหารต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต รวมทั้งต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัทฯ และมติคณะกรรมการ ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น
            ในกรณีที่พบว่าผู้บริหารไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต บริษัทฯ สามารถเรียกค่าเสียหายและประโยชน์ที่ได้รับจากผู้บริหาร โดยพิจารณาจากผลการดำเนินงานของผู้บริหารซึ่งไม่ตรงตามเงื่อนไขกฎเกณฑ์ของบริษัทฯ

แนวทางการถือครองหุ้น (Management Ownership Guideline)

            OR DNA คือค่านิยมหลักของเรา OR ส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้สึกเป็นเจ้าของเสริมสร้างความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งภายในและภายนอก เพื่อสร้างความสำเร็จร่วมกัน และเพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทได้บริหารจัดการผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและ/หรือผู้บริหารระดับสูงท่านอื่น ได้รับการส่งเสริมในการเป็นเจ้าของหุ้นเท่ากับจำนวนทวีคุณของค่าตอบแทนพื้นฐานประจำปีตามสัดส่วน ดังต่อไปนี้:

    • สำหรับ CEO: ถือหุ้นบริษัทฯ จำนวน 10 เท่า เทียบกับค่าตอบแทนรายปี
    • สำหรับผู้บริหารระดับสูงท่านอื่น: ถือครองหุ้นบริษัทฯ จำนวน 5 เท่า เทียบกับค่าตอบแทนเฉลี่ยของผู้บริหารระดับสูงท่านอื่นรายปี

กลยุทธ์ด้านภาษี (Tax Strategy)

              OR ยึดถือต่อหลักความโปร่งใสและความเป็นธรรมสำหรับการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับภาษีอากร โดยได้ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีการเสียภาษีอย่างเป็นธรรรม (“Fair share of tax”) ไม่มีนโยบายใช้โครงสร้างการลงทุนเพื่อวัตถุประสงค์ในการถ่ายโอนกำไร การทำธุรกรรมที่ไม่เป็นไปตามหลักการ Arm’s Length หรือการจัดตั้งบริษัทในประเทศที่เอื้อต่อการหลบหลีกหรือหลีกเลี่ยงภาษีหรือเสียภาษีในอัตราต่ำ และส่งเสริมการกำกับดูแลที่ดีที่สามารถตรวจสอบได้ โดยจัดให้มีผู้รับผิดชอบด้านภาษีรวมถึงการจัดจ้างที่ปรึกษาภาษีอากรที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อลดความเสี่ยงทางภาษีตามนโยบายภาษีที่ได้เปิดเผยไว้ 

              OR มีกลไกการรับข้อร้องเรียนด้านภาษีจากผู้มีส่วนได้เสีย และมีการทวนสอบข้อมูลภายใน รวมถึงเปิดเผยรายงาน นอกจากนี้ OR มีการสื่อสารอย่างต่อเนื่องกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และมีแนวทางการมีส่วนร่วมเชิงนโยบายสาธารณะอย่างโปร่งใส และรับฟังความคิดเห็นจากนักลงทุน ผู้ถือหุ้น และชุมชนเพื่อประกอบการตัดสินใจด้านภาษี

ผลการดำเนินงาน (Performance) 

              มีรายละเอียดผลการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้
             1. OR เข้าร่วมเป็นสมาชิก UN Global Compact (UNGC) หรือกรอบความร่วมมือการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2565 โดยมุ่งหมายให้กลยุทธ์และการดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับหลักการสากลสิบประการ (Ten Principles) ในด้านสิทธิมนุษยชน แรงงาน สิ่งแวดล้อม และการต่อต้านคอรัปชัน ไปปรับใช้ในกิจกรรมทางธุรกิจ และการกระตุ้นให้เกิดการลงมือปฏิบัติเพื่อสนับสนุนเป้าหมายต่าง ๆ ของสหประชาชาติ ซึ่งรวมถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)

              2. OR ได้ร่วมกับบริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม ปตท. ได้แก่ PTT, PTTEP, GC, TOP, IRPC และ GPSC จัดงาน PTT Group CG Day 2025

              OR ได้ร่วมกับบริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม ปตท. ได้แก่ PTT, PTTEP, GC, TOP, IRPC และ GPSC จัดงาน PTT Group CG Day 2025 ภายใต้หัวข้อ “PTT Group CG Day 2025 : ONE CG – Driving Sustainable Future for All” เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงจุดยืนในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ควบคู่ไปกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการของกลุ่ม ปตท. ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วยกรรมการ ผู้บริหาร พนักงานในกลุ่ม ปตท. ผู้แทนจากหน่วยงานกำกับดูแล องค์กรอิสระ คู่ค้า และลูกค้า

              3. กิจกรรม CG CAMP 2025

              OR จัดกิจกรรม “CG CAMP 2025” เพื่อสร้างการเรียนรู้ด้านการกำกับดูแลกิจการแก่ผู้บริหารและพนักงาน โดยมีการบรรยาย กิจกรรมกลุ่ม และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นหลักธรรมาภิบาล ผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานต่างๆ ทั่วทั้งองค์กรได้รับทั้งองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตรง ผลที่เกิดขึ้นคือบุคลากรมีความเข้าใจและสามารถนำแนวคิด CG มาประยุกต์ใช้ในงานจริง พร้อมเสริมสร้างการเติบโตขององค์กรอย่างโปร่งใสและยั่งยืน

             4. การเรียนรู้ด้าน AI และหลักสูตร AI Governance

             OR ได้พัฒนาหลักสูตร AI Governance E-learning เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการกำกับดูแลและการใช้เทคโนโลยี AI อย่างเหมาะสมและปลอดภัย โดยครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติ ความเสี่ยง และกรอบการใช้งานที่สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานองค์กร พนักงานสามารถเรียนรู้พร้อมระบบทดสอบความรู้ที่ช่วยประเมินผลการเรียนได้ทันที ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือบุคลากรมีทักษะในการใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงด้านข้อมูล และสนับสนุนการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการทำงานจริง

             5. การสื่อสารแนวคิดด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี (CG Quote)

              มีการสื่อสารแนวคิดด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี (CG Quote) ของผู้บริหารให้พนักงานรับทราบถึงเจตนารมณ์ขององค์กรในการปฏิบัติงานตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในการทำงานอย่างซื่อสัตย์ และโปร่งใส

เอกสารที่เกี่ยวข้อง (Related Documents)

Document Name
File (Attach or Link)
1. แนวทางบริหารจัดการแบบกลุ่ม OR ประจำปี 2568 (OR Group Way of Conduct 2025)
Click to see/Download
2. คู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดี มาตรฐานทางจริยธรรมและจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ หรือคู่มือ CG (CG Handbook)
Click to see/Download
3. OR independent director definition
Click to see/Download
4. Board Industry Experience
Click to see/Download
5. Relative Financial Indicators
Click to see/Download
6. OR Tax Strategy
Click to see/Download
7. นโยบายภาษี
Click to see/Download
ร่วมงานกับเรา