
การขับเคลื่อนรูปแบบความร่วมมือที่ชุมชนมีส่วนร่วมกำลังได้รับความสำคัญมากขึ้น ทั้งจากองค์กรภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนความคาดหวังต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการกำหนดทิศทางการพัฒนา รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ ซึ่งสร้างทั้งความท้าทายและโอกาสให้ธุรกิจที่ดำเนินงานใกล้ชิดกับชุมชนอย่าง OR
OR ตระหนักถึงบทบาทการดำเนินงานที่ใกล้ชิดกับชุมชนและสังคม เช่น PTT Station และ ร้าน Café Amazon ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีชุมชนอยู่อย่างหนาแน่น โดยมุ่งดำเนินโครงการที่ชุมชนมีส่วนร่วมในการออกแบบและพัฒนา เพื่อลดผลกระทบเชิงลบและเสริมสร้างผลกระทบเชิงบวกในระยะยาว OR จึงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อชุมชน และสังคม ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนร่วมกัน

นโยบายการบริหารจัดการความยั่งยืน และการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม
การดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของ OR อยู่ภายใต้กรอบแนวปฏิบัติที่กำหนดไว้ในนโยบายการบริหารจัดการความยั่งยืนของบริษัทฯ โดยมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างสอดรับกับนโยบายการบริหารชื่อเสียงและกิจการเพื่อสังคม
จากนโยบายดังกล่าวข้างต้น OR จึงได้พัฒนาคู่มือและกรอบการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Citizenship and Philanthropy Framework and Manual) ในปี 2565 เพื่อกำหนดแนวทางในการดำเนินงานสำหรับโครงการและกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ผ่านกระบวนการวางแผน การปฏิบัติ และการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน โดยมีการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงศึกษาและกำหนดให้การดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมของ OR สอดคล้องตามหลักเกณฑ์สากล Business for Societal Impact Framework (B4SI) ตลอดจนแนวคิดความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility: CSR) การสร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Value: CSV) ความรับผิดชอบต่อสังคมในกระบวนการดำเนินงานของธุรกิจ (CSR in process) ความรับผิดชอบต่อสังคมนอกเหนือกระบวนการดำเนินงานของธุรกิจ (CSR after process) และวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise: SE)
สำหรับแนวทางในการพัฒนาและดำเนินโครงการ OR ยึดหลักการร่วมมือกับสังคมและชุมชน (Collaboration) ด้วยจุดมุ่งหมายที่จะแก้ไขปัญหาหรือสร้างสรรค์โครงการและกิจกรรมพัฒนาสังคม โดย OR จะใช้ศักยภาพและความเชี่ยวชาญขององค์กร เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรม ยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนผ่านกิจกรรมทางสังคมของ OR ทำให้ได้รับความไว้วางใจตลอดจนคนในชุมชนมีทัศนคติที่ดีต่อบริษัทฯ ซึ่งส่งผลให้เกิดการยอมรับจากสังคมให้ดำเนินธุรกิจ (Social License to Operate) ในระยะยาว ทั้งนี้ OR กำหนดขอบเขตกลุ่มเป้าหมายเป็นสองส่วน ได้แก่
1) ระดับพื้นที่ คือ ชุมชนที่อยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตรของพื้นที่ปฏิบัติการ
2) ระดับประเทศ คือ การดำเนินการนอกรัศมีพื้นที่ปฏิบัติการ 5 กิโลเมตร ขึ้นไป
การดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมช่วยส่งเสริมการบรรลุเป้าหมายที่ยั่งยืนของบริษัทฯ “OR 2030 Goals” ที่การคำนึงถึงสามเสาหลักของการดำเนินงานด้านยั่งยืน ได้แก่ S-Small โอกาสเพื่อคนตัวเล็ก D-Diversified โอกาสเพื่อการเติบโตทุกรูปแบบ G-Green โอกาสเพื่อสังคมสะอาด และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) สำหรับการดำเนินงานภายใต้กรอบการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งนี้ OR จัดกลุ่มการดำเนินโครงการและกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมตามวัตถุประสงค์และลักษณะการจัดการประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อมออกเป็น 3 ด้านหลัก รวมถึงกำหนดตัวชี้วัดเพื่อวัดผลการดำเนินงานต่าง ๆ รายละเอียดดังนี้

ด้านที่ 1: S – SMALL โอกาสเพื่อคนตัวเล็ก การดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างประโยชน์ต่อชุมชน โดยรอบพื้นที่ธุรกิจและสถานประกอบการ
ด้านที่ 2: D – DIVERSIFIED โอกาสเพื่อการเติบโตทุกรูปแบบ การสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมนอกพื้นที่ธุรกิจและสถานประกอบการของ OR โดยมุ่งเน้นกิจกรรมสำหรับสังคมทั่วไปในวงกว้าง รวมถึงเศรษฐกิจสังคมในระดับประเทศ
ด้านที่ 3: G – GREEN โอกาสเพื่อสังคมสะอาด องค์กรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
ภายใต้ 3 ด้านหลักการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม OR กำหนดแผนงานสำหรับโครงการและกิจกรรมเพื่อสร้างคุณค่าร่วมกับกลุ่มสังคมและชุมชน ให้สอดคล้องกับลักษณะการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยมีขอบเขตในการดำเนินงานที่สำคัญ ดังต่อไปนี้

การมีส่วนร่วมกับกลุ่มสังคมและชุมชน การวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการของชุมชน
ในปี 2568 OR ดำเนินกระบวนการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการประชุม รับฟังความคิดเห็น และหารือร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของชุมชน ข้อมูลที่ได้รับถูกนำมาใช้กำหนดโครงการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมีโครงสร้างและเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น จำนวนชั่วโมงอาสารายปี ปฏิทินกิจกรรม และแพลตฟอร์มสมัครเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อสร้างกลไกสนับสนุนการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องและตอบสนองต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียในทุกภาคส่วน เพื่อติดตามประสิทธิผล OR ได้จัดทำแบบประเมินทั้งระหว่างการดำเนินโครงการและหลังโครงการ พร้อมรายงานผลต่อคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องสำหรับข้อกังวลหรือผลกระทบที่เกี่ยวข้อง โดยได้กำหนดกระบวนการเยียวยาและป้องกันการเกิดซ้ำ เช่น การปรับคู่มือการทำงาน และการกำหนดมาตรการเชิงป้องกันร่วมกับชุมชน
จากการประเมินปีที่ผ่านมา OR ได้บันทึกประเด็นสำคัญจากการดำเนินโครงการ ที่สามารถนำไปปรับใช้กับการดำเนินงานในอนาคต ได้แก่ ความจำเป็นในการสื่อสารกับชุมชนตั้งแต่ระยะเริ่มต้นโครงการ และการเสริมทักษะให้พนักงานทำกิจกรรมอาสาสมัครและ CSR เพื่อตอบสนองความต้องการได้ตรงจุด ซึ่งได้ถูกนำไปปรับใช้ในแนวทางและกระบวนการดำเนินงานปัจจุบัน
โครงการ/กิจกรรมสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมและชุมชน (Initiatives/ Programs)
ในปี 2568 OR ได้สำรวจความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย โดยครอบคลุมทั้งในระดับพื้นที่ คือ ชุมชนที่อยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตรของพื้นที่ปฏิบัติการ ทั้งหมด 19 พื้นที่ หรือร้อยละ 100 ของพื้นที่ดำเนินการ และ ระดับประเทศ คือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นนอกรัศมีพื้นที่ปฏิบัติการ 5 กิโลเมตร ขึ้นไป เช่น เกษตรกรและกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จึงได้รับทราบและระบุประเด็นความกังวลและความสนใจของชุมชนและสังคม โดยจากผลสำรวจไม่พบปัญหาที่ส่งผลเสียหายต่อชุมชนและสังคมทั้งทางตรงและทางอ้อม
ทั้งนี้ OR ยังมีกระบวนการดูแลชุมชนและสังคมอย่างต่อเนื่อง ด้วยการพัฒนาแผนงานและจัดทำโครงการพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างมีส่วนร่วม โดยมีตัวอย่างโครงการและกิจกรรมในปี 2568 จำแนกตามกรอบการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม ปรากฏดังนี้
Focus Area | โครงการ/กิจกรรม | รายละเอียดการดำเนินงานในปี 2568 |
| E – Environment: องค์กรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ | ||
| การให้ความรู้และส่งเสริมการบริหารจัดการขยะ | โครงการ แยก แลก ยิ้ม School Camp (2565 – 2567) | ข้อมูลรวม 2565-2567
|
| โครงการแยก แลก ยิ้ม ของ PTT Station (ปี 2568) | จำนวนสถานีบริการ PTT Station ที่เข้าร่วมเพิ่ม XXX สถานี สร้างรายได้มากกว่า XXX ล้านบาท | |
| การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ | โครงการปลูกป่า 2 ล้านไร่ กลุ่ม ปตท. | OR ลงนาม MOU โครงการปลูกป่า 2 ล้านไร่ กลุ่ม ปตท. ระหว่างกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกับกลุ่ม ปตท. โดย OR ดำเนินการปลูกและบำรุงรักษาป่าร่วมกับกรมป่าไม้บนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจังหวัดเชียงรายและพะเยาเพื่อฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรมที่ถูกบุกรุกและเพิ่มพูนการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมอาชีพของคนในพื้นที่และสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการดูแลป่า |
| โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง | สนับสนุนการจัดการป่าอย่างยั่งยืนในพื้นที่ป่าชุมชน รวม 8,100 ไร่ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มอาชีพให้ชุมชนในพื้นที่ | |
| โครงการจิตอาสาปลูกป่า พัฒนาชุมชนในพื้นที่ห่างไกลอย่างยั่งยืน | ปลูกป่าชายเลน ณ โรงเรียนธรรมชาติป่าชายเลน และบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนเครื่องอุปโภคบริโภคและเครื่องใช้สอยให้แก่ผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนบ้านบ่อล่าง และสิ่งของเครื่องใช้ให้แก่โรงเรียนบ้านฉู่ฉี่ ตำบลบางจะเกร็ง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม | |
| การส่งเสริมการลดใช้ทรัพยากรด้วยกระบวนการ Recycling และ Upcycling | โครงการเซฟโลก เซฟรถ เพื่ออนาคตน้อง ๆ | เปลี่ยนแกลลอนน้ำมันหล่อลื่น PTT Lubricants ที่ใช้แล้วจากผู้ใช้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นภายในศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto นำไปผ่านกระบวนการ “อัพไซคลิ่ง (Upcycling)” ผลิตเป็นชุดโต๊ะเก้าอี้นักเรียน เพื่อมอบให้กับโรงเรียนในพื้นที่ขาดแคลน โดยปัจจุบันในปี 2568 ได้นำเดินการส่งมอบชุดโต๊ะเก้าอี้นักเรียนไปแล้ว จำนวน 5 แห่ง ได้แก่โรงเรียนหนองโป่ง จ.นครราชสีมา, โรงเรียนบ้านโนนค่าวิทยา จ.นครราชสีมา, โรงเรียนวัดบางวัว จ.ฉะเชิงเทรา, โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา จ.ชลบุรี และโรงเรียนศรีเนห์รู จ.เชียงใหม่ รวมทั้งสิ้น 100 ชุด โดยโครงการได้ใช้แกลลอนน้ำมันหล่อลื่นทั้งสิ้น 4,900 แกลลอน สามารถลดขยะพลาสติกได้ถึง 1,200 กิโลกรัม และ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 8,000 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ได้ถึง 850 ต้น |
| โครงการ “บอกรักษ์เจ้าพระยา บอกลาขยะแม่น้ำ” | OR จัดโครงการบอกรักษ์เจ้าพระยาบอกลาขยะแม่น้ำ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อส่งเสริมการจัดการและป้องกันขยะออกสู่ทะเลจากแม่น้ำเจ้าพระยา มุ่งเน้นให้เกิดการจัดการขยะอย่างถูกวิธี โดยในปี 2568 ได้ดำเนินการร่วมกับ GC ดูแลรับผิดชอบพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยาในเขตกรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ และได้จัดดังนี้ กิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้ ณ โรงเรียนวัดบางนานอก กิจกรรมส่งเสริมชุมชนให้สามารถคัดแยกขยะให้ถูกวิธี ณ คอนโดเอื้ออมรสุข กิจกรรมเก็บและคัดแยกขยะจากแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณท่าเรือคลังปิโตรเลียมบางจาก และชุมชนพื้นที่คุ้งบางกะเจ้า กิจกรรมรับบริจาคขยะขวดน้ำพลาสติก PET ใช้แล้ว ที่คลังปิโตรเลียมบางจาก คลังน้ำมันพระโขนง และอาคารสำนักงานพระโขนง และเข้าร่วมกิจกรรมตลาดนัดรีไซเคิล ณ วัดจากแดง ผลจากการดำเนินกิจกรรมสามารถลดขยะพลาสติกจากแม่น้ำได้กว่า 3,600 กิโลกรัม สามารถนำขยะกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลกว่า 5,000 กิโลกรัม นอกจากนี้ได้พาชุมชนรอบคลังน้ำมันพระโขนง และคลังปิโตรเลียมบางจาก ศึกษาดูงาน บริษัท เอ็นวิคโค จำกัด (Envicco) และศูนย์บริหารจัดการขยะวัดชากลูกหญ้า จ.ระยอง เพื่อนำแนวทางการจัดการขยะมาปรับใช้ในชุมชนต่อไป | |
| การส่งเสริมการการใช้พลังงานสะอาดสำหรับการขนส่ง | โครงการ “Green Logistics” สำหรับขนส่งสินค้าประเภทเมล็ดกาแฟดิบ | โครงการทดลองการขนส่งเมล็ดกาแฟดิบโดยยานยนต์เชื้อเพลิงไฟฟ้าEV Truck โดยใช้เครือข่ายสถานีชาร์จ EV Station PluZ ของ OR ในเส้นทาง “Green Coffee Bean Route” เป็นเจ้าแรกของประเทศไทย เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำในการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในกิจกรรมการขนส่งเมล็ดกาแฟ รวมทั้งเป็นการนำร่องโครงการตามนโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) โดยมีเส้นทางจากที่โกดังเก็บเมล็ดกาแฟ อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ มายังปลายทางโกดังเก็บเมล็ดกาแฟที่ศูนย์ธุรกิจไลฟ์สไตล์ Café Amazon (OASYS) อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา |
| S – Social: การดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างประโยชน์ต่อชุมชน โดยรอบพื้นที่ธุรกิจและสถานประกอบการ | ||
| การอบรมด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยแก่ชุมชน | โครงการศูนย์ฝึกอบรมการขจัดคราบน้ำมันรั่วไหล OR (OR Oil Spill Response Training Center) (2566-ปัจจุบัน) | ให้บริการหลักสูตรฝึกอบรมดับเพลิง และหลักสูตรการขจัดคราบน้ำมันรั่วไหล ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยเปิดให้บริการหลักสูตรการขจัดคราบน้ำมันรั่วไหล ผู้เข้าอบรมจะได้รับประกาศนียบัตร (Certificate) ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล |
| โครงการ OR ใส่ใจ ห่วงใยชุมชน | ตรวจสอบและติดตั้งถังดับเพลิงภายในชุมชนให้พร้อมใช้งาน ให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ก๊าซหุงต้มอย่างถูกวิธี และสาธิตการดับเพลิงเบื้องต้นในพื้นที่คลังน้ำมันพระโขนง คลังปิโตรเลียมบางจาก และคลังน้ำมันลำลูกกา รวมผู้เข้าร่วมอบรม 160 คน โดยมีผู้ได้รับความรู้ 160 คน, สนับสนุนถังดับเพลิง 33 ถัง และตรวจสอบ/ติดตั้งรวม 58 ถัง | |
| โครงการ LPG Safety ความรู้ดีๆ มีรอบถัง |
| |
| การส่งเสริม/สนับสนุนการกีฬา | สนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับกีฬา (2567-2570) | สนับสนุนงบประมาณสำหรับจัดงานแข่งขันต่าง ๆ เพื่อสร้างโอกาสและพัฒนาศักยภาพนักกีฬาไทย เช่น การสนับสนุน 3 สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย จำนวน |
| การส่งเสริม/สนับสนุนความเท่าเทียมในการเข้าถึงปัจจัยพื้นฐาน เช่น สุขภาพ การศึกษา | บริจาคทุนจัดซื้อเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้า อัตโนมัติ (AED) ให้บริการประชาชนในเขตพื้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและชุมชนโดยรอบ (2568) | สนับสนุนทุนจัดซื้อเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) ติดตั้งให้บริการประชาชนและนักท่องเที่ยวในเขตพื้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและชุมชนโดยรอบ จำนวน 100,000บาท |
| บริจาคทุนโครงการครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง มูลนิธิ ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ (2568) | สนับสนุนทุนเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่าย ได้แก่ ค่าบริหารโครงการ ค่าจ้างครู และอื่น ๆ ของโครงการครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงในภาคเหนือ จำนวน 500,000 บาท | |
| การให้ความรู้จากธุรกิจ แก่หน่วยงานภาคภาครัฐ สถาบันการศึกษาและชุมชน | โครงการ OR อาสาสานสุข ปีที่ 5 | แบ่งปันข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น PTT Lubricant ให้กับชุมชน ในบริเวณรอบสถานปฏิบัติการคลังของ OR ทั้ง 19 แห่งทั่วประเทศ และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ ทั่วประเทศ รวม 4,241 คัน ที่ช่วยสร้างระบบนิเวศสีเขียว ลดการก่อมลพิษ PM 2.5 มีผู้เข้าร่วมงานและได้รับองค์ความรู้เกี่ยวกับน้ำมัน (โครงสร้างราคา, คุณภาพ และประเด็นที่เกี่ยวข้อง) กว่า 6,533 คน และการใช้ก๊าซหุงต้มในครัวเรือนอย่างปลอดภัยกว่า 6,533 คน อีกทั้งส่งมอบยางยืดเหยียดภายใต้โครงการจิตอาสา OR ยางห่วงใย ไอห่วงยูว์ให้แก่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและศูนย์ดูแลผู้สูงอายุรอบพื้นที่ปฏิบัติการของ OR กว่า 4,260 เส้น จิตอาสากว่า 2,152 คน นอกจากนี้ยังสร้างโอกาสเพิ่มรายได้ให้กับคนในพื้นที่รวมกว่า 1,885,850 บาท |
| โครงการ OR Seeding the Future ASEAN Camp 2025 | เป็นโครงการที่ดำเนินการเป็นปีที่ 9 เพื่อส่งเสริมการสร้างเครือข่ายเยาวชน การสร้างคุณค่าในสังคม และเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจของกลุ่ม OR และ ปตท. โดยในปีนี้เปิดโอกาสให้เยาวชนที่เป็นนิสิตนักศึกษาจากประเทศไทย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ฟิลิปปินส์ และสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา รวมกว่า 50 คน เข้าร่วมโครงการเมล็ดพันธุ์แห่งความดี ที่จะเติบโตเป็นอนาคตที่สำคัญในการพัฒนาภูมิภาคอาเซียนต่อไป | |
| การสนับสนุนชุมชนในพื้นที่ปฏิบัติการของ OR | การช่วยเหลือ/บริหารจัดการภัยพิบัติ (แผ่นดินไหว/อุทกภัย/ภัยหนาว) |
|
| โครงการสานฝันเยาวชน | จัดการเรียนการสอนความรู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ฝึกอาชีพและแนะนำการประกอบอาชีพ ในพื้นที่ศูนย์ธุรกิจไลฟ์สไตล์ (OASYS) โดยใช้ความเชี่ยวชาญขององค์กร และพนักงาน มาใช้ในการพัฒนาชุมชน ให้กับโรงเรียนคอตันคลอง 27 จำนวน 50 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนและบุคลากร ทางการศึกษามีความรู้เพื่อไปประกอบอาชีพได้ และมีความเข้าใจในธุรกิจของ OR ทราบถึงบริบทของอาชีพในพื้นที่ศูนย์ธุรกิจไลฟ์สไตล์ OASYS สนับสนุนการสร้างอาชีพเสริม และสร้างรายได้ให้กับโรงเรียนและชุมชน โดยในปี 2568 โรงเรียนและชุมชนเกิดรายได้กว่า 50,000 บาท | |
| โครงการครัวบ้านสู่โรงงาน OASYS | จัดให้มีการสั่งอาหารจากครอบครัวของพนักงานและร้านค้าในชุมชนเข้ามาร่วมขายอาหารให้กับพนักงานผ่าน Line Application เพื่อบริหารจัดการโรงอาหารในโรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้กับชุมชน ตลอดจนสามารถลดขยะที่เกิดขึ้นจากการบริโภคและลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก โดยปัจจุบันมีการสั่งอาหารมูลค่าเดือนละ 30,000 บาท | |
| โครงการ Together รักษ์ แอท ท่าเสา (2565-2568) |
| |
| โครงการ Together หนองยาง Herbal (2566-2568) | พัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เกิดเป็น 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ พร้อมส่งเสริมและผลักดันให้เป็นสินค้า OTOP ของจังหวัดลำปาง สร้างรายได้ให้แก่ 5 ชุมชน มูลค่า 52,785 บาท | |
| โครงการ Together รักษ์ แอทหนองกุง (2564 – 2568) | ลดปริมาณขยะตลอด 5 ปีที่ดำเนินโครงการ ตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบันได้รับความร่วมมือจากคนในใกล้เคียงคลังปิโตรเลียมขอนแก่น ทำให้มีเครือข่ายเข้าร่วมโครงการกว่า 750 ครัวเรือน ก่อให้เกิดกลุ่มสัมมาชีพ และมีรายได้จากการแยกขยะกว่า 150,000 บาท และบริหารจัดการขยะ (คัดแยก, เพิ่มมูลค่า) ได้กว่า 28.93 ตัน อีกทั้ง ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดการขยะภายในชุมชน ได้ถึง 32.68 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า | |
| G – Governance: การสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมนอกพื้นที่ธุรกิจและสถานประกอบการของ OR | ||
| การจัดหาวัตถุดิบจากชุมชน | โครงการพัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน | สนับสนุนให้เกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน พัฒนาความรู้และทักษะอาชีพให้ผลิตกาแฟที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน ภายใต้ระบบอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน รวมทั้ง เป็นช่องทางในการจำหน่ายเมล็ดกาแฟกะลา ทำให้เกษตรกรมีรายได้ และความเป็นอยู่ดีขึ้น จากการรับซื้อในราคาที่เป็นธรรมในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ น่าน และชุมพร โดยความร่วมมือกับกระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ และอีกหลายหน่วยงานภาคีเครือข่าย โดยในปี 2568 สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรทั้งสิ้น 19 ชุมชน มูลค่าการรับซื้อกว่า 24 ล้านบาท โดยตั้งแต่ปี 2558-2568 OR ได้สนับสนุนเกษตรกรด้วยการเป็นตลาดรับซื้อกาแฟสารจากเกษตรกรไทยรวมแล้วกว่า 7,500 ตัน คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 1,500 ล้านบาท |
| โครงการใช้ระบบวนเกษตรในการพัฒนาไร่กาแฟต้นแบบใน สปป. ลาว (Agroforestry Coffee Plantation) | การร่วมศึกษาและพัฒนาโครงการใช้ระบบวนเกษตร (Agroforestry) ในการพัฒนาไร่กาแฟต้นแบบให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟใน สปป. ลาว เพื่อขึ้นทะเบียนโครงการคาร์บอนเครดิต | |
| การส่งเสริมการสร้างอาชีพกลุ่มเปราะบางและผู้ขาดโอกาส | โครงการ Café Amazon for Chance (2561 – ปัจจุบัน) |
|
| การสร้างช่องทางจำหน่ายสินค้าชุมชน | การส่งเสริมการตลาดผลิตภัณฑ์ชีวภาพเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพและเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน | ความร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (BEDO) ช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ชีวภาพใหม่ ๆ จากความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่น การยกระดับมาตรฐานการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน |
| โครงการไทยเด็ด (2561 – ปัจจุบัน) |
| |
| พื้นที่ปันสุข (2564 – ปัจจุบัน) | ในปี 2568 สถานีบริการ PTT Station ร่วมเปิดพื้นที่ให้เกษตรกร/วิสาหกิจชุมชนจำหน่ายสินค้ากว่า 36 แห่ง สร้างรายได้ให้เกษตรกรกว่า 10 ล้านบาท และรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรล้นตลาดร่วมกับกรมการค้าภายใน และแจกให้แก่ผู้เติมน้ำมันในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมกว่า 360 แห่ง มูลค่ารวมกว่า 3.78 ล้านบาท | |
| การพัฒนา/จำหน่ายผลิตภัณฑ์และบริการ ส่งเสริมสุขภาพ | เมนูผสมนมข้าวโอ๊ต ในร้าน Café Amazon | จำหน่ายเมนูผสมนมข้าวโอ๊ต ณ ร้าน Café Amazon สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการดื่มนมเพื่อสุขภาพ และ Plant-based สำหรับผู้ที่แพ้นมวัว |
| การพัฒนาและสนับสนุนชุมชน | Fix it Center | สนับสนุนโครงการศูนย์ซ่อมเพื่อชุมชน โดยจิตอาสาในพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนในพื้นที่นั้นๆ อาทิเช่น จ.น่าน มีบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ฟรี และที่ จ.เชียงราย สนับสนุนทีมจิตอาสาเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยหลังวิกฤตน้ำท่วมภาคเหนือ |
| การพัฒนาและสนับสนุนวัฒนธรรมชุมชน | โครงการค่ายเยาวชน OR อนุรักษ์ประเพณีตีก๋องปู่จานครลำปาง ประจำปี 2568 | สนับสนุนการฝึกฝนทักษะความรู้ความสามารถในการตีก๋องปู่จาให้เด็กและเยาวชนรวมจำนวน 130 คน จาก 13 อำเภอในจังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นวัฒนธรรมไทยล้านนาที่มีคุณค่าและเสี่ยงเลือนหายไปตามกาลเวลา |
| การสนับสนุนการท่องเที่ยวชุมชน | โครงการ Amazing All Season ท่องเที่ยวยุคใหม่ วิถีไทยยั่งยืน | สนับสนุนการท่องเที่ยวท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกระจายรายได้แก่ชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น |
การสนับสนุนโครงการและกิจกรรมการลงทุนเพื่อสังคมปี 2568
การสนับสนุนโครงการและกิจกรรมการลงทุนเพื่อสังคมปี 2568
OR ได้แบ่งประเภทของกิจกรรมการลงทุนเพื่อสังคม และมีการเก็บข้อมูล งบประมาณในการลงทุนในกิจกรรมแต่ละประเภท โดยสรุปได้ ดังนี้
โดยงบประมาณหรือมูลค่าการลงทุนเพื่อสังคมรอบสถานประกอบการที่ดำเนินการในปี 2568 มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
การวิเคราะห์ผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (Social Return on Investment: SROI)
OR ได้ทำการประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (SROI) จากกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเปรียบเทียบมูลค่าต้นทุนที่ใช้ไปมูลค่าผลลัพธ์ทางสังคมในรูปแบบมูลค่าทางการเงิน โดยค่า SROI ที่มากกว่า 1 แสดงถึงความคุ้มค่าและการสร้างประโยชน์แก่สังคมอย่างยั่งยืน
ในปี 2568 OR ได้มีการวิเคราะห์ผลจากโครงการไทยเด็ด เพิ่มเติมจาก โครงการพัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน และโครงการ Café Amazon for Chance ผลการวิเคราะห์พบว่าโครงการต่าง ๆ ของ OR สามารถสร้างผลลัพธ์ทางสังคมที่เป็นรูปธรรม มีค่า SROI มากกว่า 1 ทุกโครงการ และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างมีส่วนร่วม
อ่านเพิ่มเติมในบท Highlight: การพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างมีส่วนร่วม
