
ปัญหาการจัดการของเสีย ส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายในการจัดการของเสียตั้งแต่การเก็บรวมรวมไปจนถึงการกำจัดอย่างมหาศาล อีกทั้งสถานการณ์การเกิดของเสียจากภาคอุตสาหกรรมในประเทศที่มีเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ซึ่งหากไม่มีแนวทางในการจัดการที่เหมาะสมจากภาคอุตสาหกรรมแล้ว อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ความเป็นอยู่ของผู้คน และสิ่งแวดล้อมได้ นอกจากนี้ แนวโน้มการบังคับใช้กฎหมายด้านความรับผิดชอบของผู้ผลิตสะท้อนแรงกดดันให้ธุรกิจต้องลดผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจ ทั้งด้านบรรจุภัณฑ์และการจัดการของเสีย ที่สามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม
OR ตระหนักถึงผลกระทบจากการใช้ทรัพยากรและการก่อของเสียในห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ จึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการของเสีย รวมถึงการจัดการการหกรั่วไหลของน้ำมันและสารเคมี เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ พร้อมสร้างคุณค่าเชิงบวก เช่น การส่งเสริมการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน การพัฒนาความรู้ด้านความปลอดภัยแก่ชุมชน และการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

หมายเหตุ: *เป้าหมายปริมาณของเสียจากการสูญเสียอาหารที่ส่งไปกำจัดด้วยวิธีการฝังกลบอย่างปลอดภัย (Food Loss) เป็น 0 ตัน เฉพาะพื้นที่ โรงคั่วกาแฟคาเฟ่อเมซอน โรงงานผงผสม โรงงานเบเกอรี่ และศูนย์กระจายสินค้าคาเฟ่อเมซอน
OR กำหนดเป้าหมายเชิงปริมาณเพื่อลดปริมาณของเสีย (Quantified targets to minimize waste) จากการดำเนินธุรกิจ โดยกำหนดเป้าหมายเพื่อลดปริมาณของเสียอันตรายและของเสียที่ไม่เป็นอันตรายที่ส่งไปกำจัดด้วยวิธีการฝังกลบอย่างปลอดภัย (Reduce the waste sent to landfill) ให้เป็นศูนย์ในปี 2568 และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการของเสีย OR ได้ดำเนินการตรวจสอบและประเมินการจัดการขยะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการขยะ (Waste audits to identify opportunities for improving waste performance) ตามมาตรฐาน ISO 14001 นอกจากนี้ ในช่วงปี 2567-2568 OR ยังมีการพัฒนาระบบฐานข้อมูลสำหรับเก็บข้อมูลปริมาณขยะที่เกิดขึ้นในสถานประกอบการของ OR ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบ OR ESG Data Platform อีกด้วย
เนื่องจากวัตถุดิบส่วนใหญ่ที่ใช้ในธุรกิจของ OR อาทิ น้ำมัน ก๊าซหุงต้ม น้ำมันพื้นฐานในการผลิตผลิตภัณฑ์ (Base Oil) เมล็ดกาแฟ ผงผสม และแป้งสำหรับผสมเบเกอรี่ ซึ่งจะถูกนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้าและผู้บริโภคผ่านห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจของ OR ส่งผลให้เกิดของเสียหลัก ไม่ว่าจะเป็น กากตะกอนน้ำมัน วัสดุปนเปื้อนน้ำมัน กากกาแฟ เศษขนม และผงผสมที่คุณสมบัติไม่ผ่านการควบคุมคุณภาพ ซึ่งหากของเสียจากกระบวนการดำเนินธุรกิจทั้งหมดไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมอาจนําไปสู่ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ ด้วยเหตุนี้ OR จึงได้มีการกำหนดแนวทางการบริหารจัดการของเสียแต่ละประเภทที่เกิดขึ้น บูรณาการเข้ากับแต่ละสถานประกอบการของ OR โดยรายละเอียดแสดงดังตาราง
ประเภทสถานประกอบการ |
ประเภทของเสียหลักที่เกิดขึ้น |
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น |
แนวทางการกำจัด |
|---|---|---|---|
|
คลังน้ำมัน |
|
|
|
|
ศูนย์กระจายสินค้าผลิตภัณฑ์หล่อลื่นบางปะกง |
|
|
|
|
ศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto |
|
|
|
|
PTT Station / ร้านคาเฟ่ อเมซอน |
|
|
|
|
โรงคั่วกาแฟคาเฟ่อเมซอน |
|
|
|
|
โรงงานเบเกอรี่และโรงงานผงผสม |
|
|
|
|
ศูนย์กระจายสินค้าธุรกิจไลฟ์สไตล์ |
|
|
|
|
โรงซ่อมบำรุงถังก๊าซหุงต้ม ปตท. |
|
|
|
สำหรับของเสียที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ OR มีมาตรการควบคุมและตรวจสอบว่าของเสียเหล่านั้นได้รับการกำจัดอย่างถูกวิธีโดยผู้รับกำจัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผู้รับกำจัดของเสียที่ได้รับใบอนุญาตจะทำการรวบรวมของเสียจากการดำเนินงาน โดยระบุวิธีการนำกลับมาใช้ใหม่หรือการรีไซเคิลอย่างชัดเจน เพื่อให้แน่ใจว่าของเสียจะถูกฝังกลบเป็นศูนย์ ซึ่งข้อมูลการนำของเสียกลับมาใช้ใหม่ โดยไม่กำจัดที่หลุมฝังกลบจะถูกรายงานและตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอกที่มีความน่าเชื่อถือผ่านกระบวนการทวนสอบข้อมูลประจำปี (Waste diversion from landfill is certified by an independent accredited body) ในปี 2568 OR สามารถบรรลุเป้าหมายนี้โดยไม่มีของเสียอันตรายและของเสียไม่อันตรายที่ส่งไปกำจัดด้วยวิธีฝังกลบ
นอกเหนือจากโครงการลดและกำจัดของเสียจากกระบวนการ OR ยังมีการจัดการอบรม Lean Six Sigma Principle ให้กับพนักงาน (Waste reduction training provided to employees) โดยวัตถุประสงค์ของการจัดอบรมดังกล่าว เพื่อประยุกต์ใช้หลักการ Lean Six Sigma ในการช่วยลดค่าใช้จ่าย และส่งผลให้เกิดการผลิตและการลดการของเสียในกระบวนการได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง
หนึ่งในธุรกิจของ OR เป็นธุรกิจน้ำมัน ดังนั้นอุบัติเหตุการรั่วไหลของน้ำมันและสารเคมีนั้นอาจเกิดขึ้นได้และส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนรอบข้างและอาจส่งผลเสียต่อธุรกิจ OR จึงให้ความสำคัญต่อการเตรียมความพร้อมเพื่อตอบสนองและรับมือต่อเหตุการณ์รั่วไหลของน้ำมันและสารเคมี โดยติดตั้งอุปกรณ์ฉุกเฉินเพื่อตอบสนองกรณีเกิดการหกรั่วไหล รวมถึงการเช็คสภาพของอุปกรณ์ฉุกเฉินให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานอยู่เสมอในทุกพื้นที่ และมีการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินเป็นประจำทุกปีสำหรับ คลังน้ำมัน คลังปิโตรเลียม และสถานีเติมน้ำมันอากาศยาน ทำให้ OR สามารถดำเนินการตอบสนองต่อเหตุการณ์รั่วไหลได้ทันที ยิ่งไปกว่านั้น OR ยังร่วมกับสมาชิกสมาคมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมัน (IESG: Oil Industry Environmental Safety Group Association) ในการระดมทุนจัดซื้ออุปกรณ์ที่สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์รั่วไหลที่มีความรุนแรงมากขึ้นได้อีกด้วย
การเปิดศูนย์ฝึกอบรมการขจัดคราบน้ำมันรั่วไหล OR
OR เปิด “ศูนย์ฝึกอบรมการขจัดคราบน้ำมันรั่วไหล OR” (OR Oil Spill Response Training Center) อย่างเป็นทางการ ณ คลังน้ำมันสระบุรี อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ตั้งแต่ปี 2567 ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการรักษาสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซของประเทศไทย
“ศูนย์ฝึกอบรมการขจัดคราบน้ำมันรั่วไหล OR” นี้ ประกอบด้วยอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็น บ่อน้ำขนาดใหญ่ บนพื้นที่ 1,500 ตารางเมตร เพื่อใช้สำหรับการฝึกปฏิบัติ อุปกรณ์กักน้ำมัน (Boom) หลากหลายประเภท ความยาวรวมมากกว่า 100 เมตร อุปกรณ์ดูดคราบน้ำมัน (Skimmer) พร้อมเครื่องยนต์ต้นกำลังไฮดรอลิค อุปกรณ์ฉีดพ่นน้ำยาขจัดคราบน้ำมัน (Sea spray) อุปกรณ์เก็บคราบน้ำมัน (Floating storage tank) ความจุ 1,200 ลิตร และอุปกรณ์สำหรับเก็บของเหลว (Fast tank) ขนาด 11,000 ลิตร และเรือปฏิบัติการเก็บคราบน้ำมัน เป็นต้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ OR ในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในการดำเนินงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นปัญหาการรั่วไหลของน้ำมัน และด้วยพื้นที่คลังน้ำมันของ OR ที่ตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำหลายแห่ง OR จึงตระหนักถึงความสำคัญและการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน


นอกจากนี้ OR ได้นำแนวทางการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมกรณีเกิดการรั่วไหลลงสู่สิ่งแวดล้อมของ กลุ่ม ปตท. มาใช้ในการดำเนินการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว โดยในปี 2568 สถานประกอบของ OR ไม่พบกรณีการรั่วไหลที่มีนัยสำคัญ
OR เร่งลดของเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยผลักดันให้มีการลดการเกิดของเสียในกระบวนการผลิต ของแต่ละกลุ่มธุรกิจ ได้แก่
การจัดการของเสียในกลุ่มธุรกิจ Lifestyle
ดังนั้นเพื่อเป็นการดำเนินงานตามเป้าหมายองค์กร และการให้ความสำคัญถึงปลายทางในการกำจัดของเสียประเภทต่างๆ รวมถึงการลดปริมาณของเสียที่ต้องถูกส่งไปหลุมฝังกลบ (Landfill) OR จึงได้มีความร่วมมือกับ PRISM และ GC ในการคัดแยกของเสียที่สามารถรีไซเคิลได้ นำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลผ่านผู้รับกำจัดที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อลดของเสียที่จะถูกกำจัด ถือเป็นโครงการที่ช่วยส่งเสริมการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน และการใช้ประโยชน์จากของเสีย อีกทั้งยังช่วยลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากการเผาได้อีกด้วย
การจัดการของเสียในกลุ่มธุรกิจ Mobility
1. โครงการ “บอกรักษ์เจ้าพระยา บอกลาขยะแม่น้ำ ปี 2”
ในปี 2568 OR และ GC ได้สานต่อโครงการ “บอกรักษ์เจ้าพระยา บอกลาขยะแม่น้ำ” เป็นปีที่ 2 โดยมุ่งเน้นการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางในพื้นที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงสำคัญที่ขยะสามารถไหลลงสู่ทะเล ความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการบูรณาการของภาครัฐ เอกชน และชุมชน ในการรณรงค์คัดแยกขยะ เก็บขยะริมตลิ่งและท่าเรือ รวมถึงสร้างต้นแบบชุมชนริมน้ำที่สามารถจัดการขยะได้อย่างยั่งยืน
กิจกรรมสำคัญปีนี้ ได้แก่ การจัดกิจกรรมปลูกฝังความรู้ความเข้าใจในการจัดการขยะในแม่น้ำลำคลอง รวมถึงการส่งเสริมการจัดการพลาสติกใช้แล้ว ให้กับเยาวชนของโรงเรียนวัดบางนานอก ซึ่งอยู่ในพื้นที่ใกล้คลังปิโตรเลียมของ OR โดยกิจกรรมดังกล่าว เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของ OR GC สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8
นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนโครงการบอกรักษ์เจ้าพระยา บอกลาขยะแม่น้ำ ดังนี้
โครงการนี้ ถือเป็นการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเอกชน หน่วยงานภาครัฐ ชุมชนสังคม ด้านการบริหารจัดการของเสีย นำไปสู่การพัฒนาองค์ความรู้ และสร้างแรงจูงใจในการแยกขยะอย่างถูกต้อง ตั้งแต่ระดับครัวเรือน โรงเรียน ไปจนถึงคลังปิโตรเลียมของ OR สอดคล้องกับแนวคิด “Living Community” ที่ OR ยึดถือปฏิบัติอย่างแท้จริง


2. OR – SEAOIL – PRIMA MARINE ร่วมเปิดตัวการใช้น้ำมันหล่อลื่นเรือขนส่งที่ย่อยสลายได้
OR, SEAOIL และ PRIMA MARINE ร่วมกันเปิดตัวการใช้น้ำมันหล่อลื่นเรือที่ย่อยสลายได้ (Biodegradable Marine Lubricant) โดยได้ดำเนินการเติมน้ำมันหล่อลื่นในระบบท้ายน้ำเรือ (Stern Tube) เป็นครั้งแรกให้กับเรือ SRI TAPEE ที่เข้าซ่อมบำรุง ณ อู่เรือยูนิไทย ชลบุรี ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นผลสำเร็จจากการวิจัยและพัฒนาร่วมกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567 เพื่อผลิตน้ำมันหล่อลื่นเรือที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีคุณสมบัติเป็น Environmentally Acceptable Lubricant (EAL) สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ลดผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล
การทดลองใช้งานจริงในช่วงการซ่อมบำรุงเรือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลด้านประสิทธิภาพการใช้งานจริง ทั้งทางเทคนิคและด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรมเดินเรือในอนาคต ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ OR และพันธมิตรในการนำนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ในอุตสาหกรรมเดินเรือ ช่วยลดปัญหามลพิษและส่งเสริมการพัฒนาทางทะเลอย่างยั่งยืนในระยะยาว

3. การสูญเสียอาหารและของเสียประเภทอาหาร (Food Loss and Food Waste)
การสูญเสียอาหารและของเสียประเภทอาหารเป็นปัญหาที่ท้าทายสำหรับธุรกิจค้าปลีก ดังนั้น OR จึงสนับสนุนให้เกิดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า โดยได้แสดงเจตนารมณ์ (Commitment) ในการลดการสูญเสียอาหารและปริมาณของเสียที่เกิดขึ้น โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ OR Food Loss and Waste Strategy and Commitment