การจัดการของเสียและการรั่วไหลของน้ำมันและสารเคมี

ความสำคัญ

(GRI 3-3a., GRI 3-3b.)

          ปัญหาการจัดการของเสีย ส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายในการจัดการของเสียตั้งแต่การเก็บรวมรวมไปจนถึงการกำจัดอย่างมหาศาล อีกทั้งสถานการณ์การเกิดของเสียจากภาคอุตสาหกรรมในประเทศที่มีเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ซึ่งหากไม่มีแนวทางในการจัดการที่เหมาะสมจากภาคอุตสาหกรรมแล้ว อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ความเป็นอยู่ของผู้คน และสิ่งแวดล้อมได้ นอกจากนี้ แนวโน้มการบังคับใช้กฎหมายด้านความรับผิดชอบของผู้ผลิตสะท้อนแรงกดดันให้ธุรกิจต้องลดผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจ ทั้งด้านบรรจุภัณฑ์และการจัดการของเสีย ที่สามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม
          OR ตระหนักถึงผลกระทบจากการใช้ทรัพยากรและการก่อของเสียในห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ จึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการของเสีย รวมถึงการจัดการการหกรั่วไหลของน้ำมันและสารเคมี เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ พร้อมสร้างคุณค่าเชิงบวก เช่น การส่งเสริมการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน การพัฒนาความรู้ด้านความปลอดภัยแก่ชุมชน และการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

เป้าหมายปี 2568

(GRI 3-3e.)

หมายเหตุ: *เป้าหมายปริมาณของเสียจากการสูญเสียอาหารที่ส่งไปกำจัดด้วยวิธีการฝังกลบอย่างปลอดภัย (Food Loss) เป็น 0 ตัน เฉพาะพื้นที่ โรงคั่วกาแฟคาเฟ่อเมซอน โรงงานผงผสม โรงงานเบเกอรี่ และศูนย์กระจายสินค้าคาเฟ่อเมซอน

แนวทางการบริหารจัดการ

(GRI 3-3c., GRI 3-3d., GRI 3-3e., GRI 3-3f)

การจัดการของเสีย

           OR กำหนดเป้าหมายเชิงปริมาณเพื่อลดปริมาณของเสีย (Quantified targets to minimize waste) จากการดำเนินธุรกิจ โดยกำหนดเป้าหมายเพื่อลดปริมาณของเสียอันตรายและของเสียที่ไม่เป็นอันตรายที่ส่งไปกำจัดด้วยวิธีการฝังกลบอย่างปลอดภัย (Reduce the waste sent to landfill) ให้เป็นศูนย์ในปี 2568 และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการของเสีย OR ได้ดำเนินการตรวจสอบและประเมินการจัดการขยะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการขยะ (Waste audits to identify opportunities for improving waste performance) ตามมาตรฐาน ISO 14001 นอกจากนี้ ในช่วงปี 2567-2568 OR ยังมีการพัฒนาระบบฐานข้อมูลสำหรับเก็บข้อมูลปริมาณขยะที่เกิดขึ้นในสถานประกอบการของ OR ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบ OR ESG Data Platform อีกด้วย

ประเภทของเสียและแนวทางการกำจัดของเสีย

          เนื่องจากวัตถุดิบส่วนใหญ่ที่ใช้ในธุรกิจของ OR อาทิ น้ำมัน ก๊าซหุงต้ม น้ำมันพื้นฐานในการผลิตผลิตภัณฑ์ (Base Oil) เมล็ดกาแฟ ผงผสม และแป้งสำหรับผสมเบเกอรี่ ซึ่งจะถูกนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้าและผู้บริโภคผ่านห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจของ OR ส่งผลให้เกิดของเสียหลัก ไม่ว่าจะเป็น กากตะกอนน้ำมัน วัสดุปนเปื้อนน้ำมัน กากกาแฟ เศษขนม และผงผสมที่คุณสมบัติไม่ผ่านการควบคุมคุณภาพ ซึ่งหากของเสียจากกระบวนการดำเนินธุรกิจทั้งหมดไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมอาจนําไปสู่ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ ด้วยเหตุนี้ OR จึงได้มีการกำหนดแนวทางการบริหารจัดการของเสียแต่ละประเภทที่เกิดขึ้น บูรณาการเข้ากับแต่ละสถานประกอบการของ OR โดยรายละเอียดแสดงดังตาราง

ประเภทสถานประกอบการ
ประเภทของเสียหลักที่เกิดขึ้น
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
แนวทางการกำจัด

คลังน้ำมัน

  • กากตะกอนน้ำมัน และวัสดุปนเปื้อนน้ำมัน
  • ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
  • ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ
  • ดำเนินการโดยผู้รับกำจัดที่มีใบอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนด ควบคู่ไปกับแผนดำเนินการเพื่อลดการเกิดของของเสีย (Alongside actions plans to reduce waste generation)

ศูนย์กระจายสินค้าผลิตภัณฑ์หล่อลื่นบางปะกง

  • ฟิล์มแรป
  • ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
  • นำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ดำเนินการโดยผู้รับกำจัดที่มีใบอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อลดการส่งของขยะไปที่หลุมฝังกลบ โดยการบูรณาการการรีไซเคิลในการกำจัดขยะ

ศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto

  1. กระป๋องบรรจุภัณฑ์ปนเปื้อน
  2. น้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว
  3. แบตเตอรี่ใช้แล้ว
  4. ยางรถยนต์ใช้แล้ว
  • ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
  • ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ
  • นำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ดำเนินการโดยผู้รับกำจัดที่มีใบอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงการจัดให้มีการอบรมเรื่องการลดขยะให้กับพนักงาน
  • น้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว

    นำเข้าสู่ระบวนการทางอุตสาหกรรมเพื่อแปรรูปเป็นน้ำมันเตา (Alternative Fuel Oil)

PTT Station / ร้านคาเฟ่ อเมซอน

  1. ขยะทั่วไป
  2. ขยะประเภทรีไซเคิลได้ เช่น พลาสติก ขวดแก้ว
  • เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลง และพาหะของโรค
  • ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
  • นำเข้าสู่กระบวนการคัดแยกและรีไซเคิล
  • ส่งกำจัดโดยเทศบาล/ผู้รับกำจัดตามกฎหมาย

โรงคั่วกาแฟคาเฟ่อเมซอน

  • Food Waste ได้แก่ เยื่อหุ้มเมล็ดกาแฟ และ เมล็ดกาแฟเสื่อมสภาพ
  • เศษบรรจุภัณฑ์ ได้แก่ ฟอยล์ เศษอะลูมิเนียม และบรรจุภัณฑ์แคปซูล
  • เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลง และพาหะของโรค
  • ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
  • Food waste นำไปเป็นวัตถุดิบในกระบวนการทำวัสดุปรับปรุงดิน
  • เศษบรรจุภัณฑ์ นำไปเข้าสู่กระบวนการคัดแยกและรีไซเคิล และนำไปเข้าสู่กระบวนการคัดแยกและรีไซเคิลเผาเป็นเชื้อเพลิงผสมเพื่อให้ได้พลังงาน

โรงงานเบเกอรี่และโรงงานผงผสม

  • Food Waste

    - เศษขนม

    - ผงเสื่อมสภาพ

    - เศษขนม ผัก ผลไม้

  • เศษบรรจุภัณฑ์

    - ขวดพลาสติก ขวดแก้ว

    - บรรจุภัณฑ์กระดาษ

  • เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลง และพาหะของโรค

  • ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม

  • Food Loss นำไปเป็นวัตถุดิบในกระบวนการทำวัสดุปรับปรุงดิน
  • เศษบรรจุภัณฑ์

ศูนย์กระจายสินค้าธุรกิจไลฟ์สไตล์

  • Food Loss วัตถุดิบที่ไม่เหมาะสมกับ
    การบริโภค เช่น เครื่องดื่ม นม ขนม ชา กาแฟ โกโก้

  • เศษบรรจุภัณฑ์ ประกอบด้วย ขวดพลาสติก ขวดแก้ว บรรจุภัณฑ์กระดาษ และ ซีลพลาสติก

  • เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลง และพาหะของโรค
  • ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
  • Food Loss นำไปเป็นวัตถุดิบในกระบวนการทำวัสดุปรับปรุงดิน
  • เศษบรรจุภัณฑ์ นำไปเข้าสู่กระบวนการคัดแยกและรีไซเคิล และนำไปเข้าสู่กระบวนการเผาเป็นเชื้อเพลิงผสมเพื่อให้ได้พลังงาน

โรงซ่อมบำรุงถังก๊าซหุงต้ม ปตท.

  • ถังก๊าซหุงต้มที่ไม่ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบทดสอบตามมาตรฐาน
  • น้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว
  • ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
  • ถังก๊าซหุงต้มที่ไม่ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบทดสอบตามมาตรฐาน นำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ดำเนินการโดยผู้รับกำจัดที่มีใบอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนด โดยการบูรณาการการรีไซเคิลในการกำจัดขยะ
  • น้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว นำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลแปรรูปเป็นน้ำมันเตา (Alternative Fuel Oil)

              สำหรับของเสียที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ OR มีมาตรการควบคุมและตรวจสอบว่าของเสียเหล่านั้นได้รับการกำจัดอย่างถูกวิธีโดยผู้รับกำจัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผู้รับกำจัดของเสียที่ได้รับใบอนุญาตจะทำการรวบรวมของเสียจากการดำเนินงาน โดยระบุวิธีการนำกลับมาใช้ใหม่หรือการรีไซเคิลอย่างชัดเจน เพื่อให้แน่ใจว่าของเสียจะถูกฝังกลบเป็นศูนย์ ซึ่งข้อมูลการนำของเสียกลับมาใช้ใหม่ โดยไม่กำจัดที่หลุมฝังกลบจะถูกรายงานและตรวจสอบโดยหน่วยงานภายนอกที่มีความน่าเชื่อถือผ่านกระบวนการทวนสอบข้อมูลประจำปี (Waste diversion from landfill is certified by an independent accredited body) ในปี 2568 OR สามารถบรรลุเป้าหมายนี้โดยไม่มีของเสียอันตรายและของเสียไม่อันตรายที่ส่งไปกำจัดด้วยวิธีฝังกลบ
              นอกเหนือจากโครงการลดและกำจัดของเสียจากกระบวนการ OR ยังมีการจัดการอบรม Lean Six Sigma Principle ให้กับพนักงาน (Waste reduction training provided to employees) โดยวัตถุประสงค์ของการจัดอบรมดังกล่าว เพื่อประยุกต์ใช้หลักการ Lean Six Sigma ในการช่วยลดค่าใช้จ่าย และส่งผลให้เกิดการผลิตและการลดการของเสียในกระบวนการได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง

การรั่วไหลของน้ำมันและสารเคมี

          หนึ่งในธุรกิจของ OR เป็นธุรกิจน้ำมัน ดังนั้นอุบัติเหตุการรั่วไหลของน้ำมันและสารเคมีนั้นอาจเกิดขึ้นได้และส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนรอบข้างและอาจส่งผลเสียต่อธุรกิจ OR จึงให้ความสำคัญต่อการเตรียมความพร้อมเพื่อตอบสนองและรับมือต่อเหตุการณ์รั่วไหลของน้ำมันและสารเคมี โดยติดตั้งอุปกรณ์ฉุกเฉินเพื่อตอบสนองกรณีเกิดการหกรั่วไหล รวมถึงการเช็คสภาพของอุปกรณ์ฉุกเฉินให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานอยู่เสมอในทุกพื้นที่ และมีการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินเป็นประจำทุกปีสำหรับ คลังน้ำมัน คลังปิโตรเลียม และสถานีเติมน้ำมันอากาศยาน ทำให้ OR สามารถดำเนินการตอบสนองต่อเหตุการณ์รั่วไหลได้ทันที ยิ่งไปกว่านั้น OR ยังร่วมกับสมาชิกสมาคมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมัน (IESG: Oil Industry Environmental Safety Group Association) ในการระดมทุนจัดซื้ออุปกรณ์ที่สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์รั่วไหลที่มีความรุนแรงมากขึ้นได้อีกด้วย

การเปิดศูนย์ฝึกอบรมการขจัดคราบน้ำมันรั่วไหล OR
            OR เปิด “ศูนย์ฝึกอบรมการขจัดคราบน้ำมันรั่วไหล OR” (OR Oil Spill Response Training Center) อย่างเป็นทางการ ณ คลังน้ำมันสระบุรี อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี ตั้งแต่ปี 2567 ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการรักษาสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซของประเทศไทย
            “ศูนย์ฝึกอบรมการขจัดคราบน้ำมันรั่วไหล OR” นี้ ประกอบด้วยอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็น บ่อน้ำขนาดใหญ่ บนพื้นที่ 1,500 ตารางเมตร เพื่อใช้สำหรับการฝึกปฏิบัติ อุปกรณ์กักน้ำมัน (Boom) หลากหลายประเภท ความยาวรวมมากกว่า 100 เมตร อุปกรณ์ดูดคราบน้ำมัน (Skimmer) พร้อมเครื่องยนต์ต้นกำลังไฮดรอลิค อุปกรณ์ฉีดพ่นน้ำยาขจัดคราบน้ำมัน (Sea spray) อุปกรณ์เก็บคราบน้ำมัน (Floating storage tank) ความจุ 1,200 ลิตร และอุปกรณ์สำหรับเก็บของเหลว (Fast tank) ขนาด 11,000 ลิตร และเรือปฏิบัติการเก็บคราบน้ำมัน เป็นต้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ OR ในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในการดำเนินงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นปัญหาการรั่วไหลของน้ำมัน และด้วยพื้นที่คลังน้ำมันของ OR ที่ตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำหลายแห่ง OR จึงตระหนักถึงความสำคัญและการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

            นอกจากนี้ OR ได้นำแนวทางการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมกรณีเกิดการรั่วไหลลงสู่สิ่งแวดล้อมของ กลุ่ม ปตท. มาใช้ในการดำเนินการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว โดยในปี 2568 สถานประกอบของ OR ไม่พบกรณีการรั่วไหลที่มีนัยสำคัญ

ผลการดำเนินงาน

การจัดการของเสีย

          OR เร่งลดของเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยผลักดันให้มีการลดการเกิดของเสียในกระบวนการผลิต ของแต่ละกลุ่มธุรกิจ ได้แก่

การจัดการของเสียในกลุ่มธุรกิจ Lifestyle

  1. โครงการ Sustainable Coffee Project
    OR ดำเนินการลดของเสียจากกระบวนการผลิตผ่านโครงการ Sustainable Coffee Project โดยมีการจัดอบรมสำหรับเกษตรกรในด้านการเพาะปลูกกาแฟ การดูแลบำรุงรักษา การเก็บเกี่ยวผลผลิต ตลอดจนกระบวนการแปรรูป ซึ่งจะช่วยปรับปรุงคุณภาพของวัตถุดิบที่เข้าสู่กระบวนการผลิต ซึ่งเป็นการช่วยลดวัตถุดิบที่ไม่ได้มาตรฐาน และลดของเสียที่จะเกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตอีกทางหนึ่ง
  2. การศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้เปลือกกาแฟกะลากลับมาใช้ประโยชน์ใหม่
    OR ได้ลงทุนด้านนวัตกรรมและการวิจัยและพัฒนาเพื่อมุ่งลดของเสีย (invests in innovation and R&D to minimize waste) อาทิ การศึกษาวิจัยการใช้เปลือกและกะลากาแฟเป็นวัสดุทางเลือกสำหรับการเพาะเห็ด ซึ่งเป็นตัวอย่างของการนำของเสียจากกระบวนการผลิตกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ อีกทั้ง OR ยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ประโยชน์จากเปลือกและกะลากาแฟ ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการกะเทาะเมล็ดกาแฟ ณ โรงคัดบ่มเมล็ดกาแฟจังหวัดเชียงใหม่ โดยการศึกษาดังกล่าวครอบคลุมการวิเคราะห์คุณสมบัติทางเคมีและกายภาพของเปลือกกาแฟ รวมถึงความเป็นไปได้ในการใช้เป็นวัสดุปรับปรุงดินทางการเกษตร โครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ OR ในการส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านการเพิ่มมูลค่าให้กับของเสียทางการเกษตร
  3. Food Loss to Fertilizer
    OR มีรวบรวมของเสียอาหารจากกระบวนการผลิตของธุรกิจคาเฟ่อเมซอน เช่น เยื่อหุ้มเมล็ดกาแฟ (จากโรงคั่วกาแฟอเมซอน) โดยในปี 2568 ของเหลือทิ้งจากการผลิต (Food Loss) ซึ่งเป็นเยื่อหุ้มเมล็ดกาแฟได้ถูกไปนำไปเป็นวัสดุปรับปรุงดิน นอกจากนี้ยังได้มีการศึกษาการนำเปลือกกาแฟกะลา ซึ่งเป็นของเสียที่เกิดจากกระบวนการสีกาแฟของโรงแปรรูปเมล็ดกาแฟ จังหวัดเชียงใหม่ นำไปศึกษาแนวทางการใช้ประโยชน์ เช่น ศึกษาองค์ประกอบของเปลือกกาแฟ ศึกษาการนำไปเป็นวัสดุปรับปรุงดินในการปลูกพืช เป็นต้น
  4. โครงการ Lean Six/Sigma ณ โรงผงผสม
    OR มีการค้นหาวิธีในการลดหรือกำจัดกิจกรรมที่ไม่จำเป็นหรือไม่เพิ่มมูลค่า โดยเน้นที่การลดความไม่แน่นอน ให้การดำเนินงานคงที่ มีความแปรผันน้อยที่สุด ซึ่งได้ดำเนินโครงการในสถานประกอบการโรงงานผงผสม Dry Mix โดยผลจากการดำเนินโครงการ ทำให้กระบวนการในการตรวจปล่อยผลิตภัณฑ์แม่นยำมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ปริมาณของเสียที่เกิดจากบรรจุภัณฑ์จากกระบวนการลดน้อยลง
  5. โครงการศึกษาวิจัยครีมทามือ
    OR ได้ทำการวิจัยของเสียของเมล็ดกาแฟดิบหรือเมล็ดกาแฟดำ ที่ไม่เหมาะต่อการคั่วเพื่อบริโภคในรูปแบบกาแฟ เพื่อหาแนวทางในการเพิ่มมูลค่าด้วยการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถจำหน่ายเชิงพาณิชย์ภายใต้กลุ่มธุรกิจของ OR ได้ นำมาสู่การเพิ่มมูลของเมล็ดกาแฟดำด้วยการพัฒนาในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Personal care จากสารสกัดของเมล็ดกาแฟดำที่อุดมไปด้วยสารสำคัญจากเมล็ดกาแฟ เช่น Chlorogenic Acid, Phenolic Acid, Flavonoid เป็นต้น ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยการการลดริ้วรอย ลดการอักเสบของผิว ให้ความชุ่มชื้น เป็นต้น
    นอกจากนั้นแล้ว OR ยังพัฒนาสารสกัดดังกล่าวต่อไปด้วยการทำให้อยู่ในรูปของอนุภาคนาโนเพื่อคงฤทธิ์ของสารสำคัญ และช่วยให้สารสกัดจากเมล็ดกาแฟดำซึมเข้าสู่ผิวหนังชั้นใน เพื่อให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งจากภายใน โดยในขั้นต้น OR ได้พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ในรูปของครีมทามือ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เห็นถึงศักยภาพของ OR ในการมุ่งเน้นด้านการลดของเสียจากการดำเนินธุรกิจตามเป้าหมายของ OR 2030 Goal และในอนาคต OR มีแผนพัฒนาต่อยอดอนุภาคนาโนของสารสกัดเมล็ดกาแฟดำไปสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงได้ เช่น เซรั่มและเวชสำอางค์ รวมถึงพัฒนาเทคโนโลยีการสกัดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
  6. โครงการลดของเสียที่ถูกกำจัดด้วยการนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลของพื้นที่ OASYS
    OR เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเกิดของเสียและการลดของเสียในกระบวนการผลิต โดยเฉพาะการดำเนินงานของศูนย์ธุรกิจไลฟ์สไตล์คาเฟ่ อเมซอน (OASYS) ที่ก่อให้เกิดของเสียจากกระกวนการผลิต (Operation Waste) เป็นจำนวนมาก เช่น บรรจุภัณฑ์กระดาษ บรรจุภัณฑ์พลาสติก อลูมิเนียมฟอยล์ เป็นต้น ซึ่งปลายทางการกำจัดของเสียดังกล่าว มักถูกกำจัดด้วยกระบวนการนำไปทำเป็นเชื้อเพลิงทดแทนเป็นหลัก และมีโอกาสถูกส่งไปกำจัดขั้นสุดท้ายด้วยการฝังกลบ (Landfill)

           ดังนั้นเพื่อเป็นการดำเนินงานตามเป้าหมายองค์กร และการให้ความสำคัญถึงปลายทางในการกำจัดของเสียประเภทต่างๆ รวมถึงการลดปริมาณของเสียที่ต้องถูกส่งไปหลุมฝังกลบ (Landfill) OR จึงได้มีความร่วมมือกับ PRISM และ GC ในการคัดแยกของเสียที่สามารถรีไซเคิลได้ นำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลผ่านผู้รับกำจัดที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อลดของเสียที่จะถูกกำจัด ถือเป็นโครงการที่ช่วยส่งเสริมการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน และการใช้ประโยชน์จากของเสีย อีกทั้งยังช่วยลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากการเผาได้อีกด้วย

การจัดการของเสียในกลุ่มธุรกิจ Mobility

  1. โครงการ Used Lube to Alternative Fuel Oil
    OR ยังดำเนินโครงการ Used Lube to Alternative Fuel Oil โดยการขยายการจัดเก็บน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วไปยังโรงซ่อมและบำรุงถังก๊าซหุงต้ม ปตท. ทั้งหมด ได้แก่ โรงซ่อมและบำรุงถังก๊าซหุงต้ม จังหวัดอยุธยา โรงซ่อมและบำรุงถังก๊าซหุงต้ม จังหวัดขอนแก่น และโรงซ่อมและบำรุงถังก๊าซหุงต้ม จังหวัดสงขลา โดยส่วนหนึ่งของน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วที่ถูกใช้งานในกระบวนการของเครื่องจักรต่าง ๆ จะถูกนำไปใช้ซ้ำในเครื่องจักรภายในโรงงาน และส่วนที่เหลือจะถูกรวบรวมและจัดเก็บ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการทางอุตสาหกรรมเพื่อแปรรูปเป็นน้ำมันเตา (Alternative Fuel Oil) สำหรับใช้เป็นน้ำมันทางเลือกให้แก่ลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรม
  2. Waste Management ใน PTT Station
    OR มีการผลักดันการดำเนินงานด้านการจัดการของเสียภายในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station อย่างต่อเนื่อง ผ่านการดำเนินโครงการต่างๆ เช่น การนำของเสียจากเศษอาหารไปเป็นอาหารสัตว์ โครงการผลิตปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร การทำน้ำหมัก อีกทั้งยังมีศูนย์ปฏิบัติการและเรียนรู้การจัดการขยะที่นำขยะที่เกิดขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้อย่างครบถ้วน ใน PTT Station จำนวน 9 สาขา ดังนี้
        • สาขาสารภี
        • สาขาแหลมฉบัง (ขาเข้า)
        • สาขาแหลมฉบัง (ขาออก)
        • สาขาวงแหวนตะวันตก
        • สาขาสระบุรี
        • สาขาพระราม 2 (ขาออก)
        • สาขาบางนา (ขาออก)
        • สาขาวิภาวดี 62
        • สาขาวังจันทร์

การรั่วไหลของสารเคมี

             1. โครงการ “บอกรักษ์เจ้าพระยา บอกลาขยะแม่น้ำ ปี 2”
             ในปี 2568 OR และ GC ได้สานต่อโครงการ “บอกรักษ์เจ้าพระยา บอกลาขยะแม่น้ำ” เป็นปีที่ 2 โดยมุ่งเน้นการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางในพื้นที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงสำคัญที่ขยะสามารถไหลลงสู่ทะเล ความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการบูรณาการของภาครัฐ เอกชน และชุมชน ในการรณรงค์คัดแยกขยะ เก็บขยะริมตลิ่งและท่าเรือ รวมถึงสร้างต้นแบบชุมชนริมน้ำที่สามารถจัดการขยะได้อย่างยั่งยืน
กิจกรรมสำคัญปีนี้ ได้แก่ การจัดกิจกรรมปลูกฝังความรู้ความเข้าใจในการจัดการขยะในแม่น้ำลำคลอง รวมถึงการส่งเสริมการจัดการพลาสติกใช้แล้ว ให้กับเยาวชนของโรงเรียนวัดบางนานอก ซึ่งอยู่ในพื้นที่ใกล้คลังปิโตรเลียมของ OR โดยกิจกรรมดังกล่าว เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของ OR GC สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8  
             นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนโครงการบอกรักษ์เจ้าพระยา บอกลาขยะแม่น้ำ ดังนี้

      • กิจกรรมตลาดนัดรีไซเคิล ณ วัดจากแดง ในวันที่ 22 ตุลาคม 2568 ได้ขยะกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลกว่า 2,585 กิโลกรัม
      • กิจกรรมเก็บและคัดแยกขยะจากแม่น้ำเจ้าพระยา ณ ท่าเรือคลังปิโตรเลียมบางจาก ได้ปริมาณขยะประมาณกว่า 3,600  กิโลกรัม
      • กิจกรรมรณรงค์และส่งเสริมชุมชนให้สามารถคัดแยกขยะให้ถูกวิธี ณ คอนโดเอื้ออมรสุข สามารถคัดแยกขยะและนำขยะกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้กว่า 2,785 กิโลกรัม 
      • กิจกรรมเปิดรับบริจาคขยะขวดน้ำพลาสติก PET ใช้แล้ว ที่คลังปิโตรเลียมบางจาก คลังน้ำมันพระโขนง และอาคารสำนักงานพระโขนง
      • กิจกรรมศึกษาดูงานพาชุมชนรอบคลังน้ำมันพระโขนง และคลังปิโตรเลียมบางจาก ศึกษาดูงาน บริษัท เอ็นวิคโค จำกัด (Envicco) และศูนย์บริหารจัดการขยะวัดชากลูกหญ้า จ.ระยอง

             โครงการนี้ ถือเป็นการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเอกชน หน่วยงานภาครัฐ ชุมชนสังคม ด้านการบริหารจัดการของเสีย นำไปสู่การพัฒนาองค์ความรู้ และสร้างแรงจูงใจในการแยกขยะอย่างถูกต้อง ตั้งแต่ระดับครัวเรือน โรงเรียน ไปจนถึงคลังปิโตรเลียมของ OR สอดคล้องกับแนวคิด “Living Community” ที่ OR ยึดถือปฏิบัติอย่างแท้จริง

             2. OR – SEAOIL – PRIMA MARINE ร่วมเปิดตัวการใช้น้ำมันหล่อลื่นเรือขนส่งที่ย่อยสลายได้
             OR, SEAOIL และ PRIMA MARINE ร่วมกันเปิดตัวการใช้น้ำมันหล่อลื่นเรือที่ย่อยสลายได้ (Biodegradable Marine Lubricant) โดยได้ดำเนินการเติมน้ำมันหล่อลื่นในระบบท้ายน้ำเรือ (Stern Tube) เป็นครั้งแรกให้กับเรือ SRI TAPEE ที่เข้าซ่อมบำรุง ณ อู่เรือยูนิไทย ชลบุรี ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นผลสำเร็จจากการวิจัยและพัฒนาร่วมกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567 เพื่อผลิตน้ำมันหล่อลื่นเรือที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีคุณสมบัติเป็น Environmentally Acceptable Lubricant (EAL) สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ลดผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล
             การทดลองใช้งานจริงในช่วงการซ่อมบำรุงเรือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลด้านประสิทธิภาพการใช้งานจริง ทั้งทางเทคนิคและด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรมเดินเรือในอนาคต ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ OR และพันธมิตรในการนำนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ในอุตสาหกรรมเดินเรือ ช่วยลดปัญหามลพิษและส่งเสริมการพัฒนาทางทะเลอย่างยั่งยืนในระยะยาว

              3. การสูญเสียอาหารและของเสียประเภทอาหาร (Food Loss and Food Waste)
              การสูญเสียอาหารและของเสียประเภทอาหารเป็นปัญหาที่ท้าทายสำหรับธุรกิจค้าปลีก ดังนั้น OR จึงสนับสนุนให้เกิดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า โดยได้แสดงเจตนารมณ์ (Commitment) ในการลดการสูญเสียอาหารและปริมาณของเสียที่เกิดขึ้น โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ OR Food Loss and Waste Strategy and Commitment

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

ร่วมงานกับเรา