นวัตกรรมและเทคโนโลยีสำหรับทุกคน

ความสำคัญ

(GRI 3-3a., 3-3b., GRI 3-3e)

            OR มีความมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาใช้ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจและตอบสนองผู้บริโภคและลูกค้าได้อย่างทันท่วงที ดังนั้น นวัตกรรมและดิจิทัล (Digital & Innovation) เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจของ OR อย่างครบวงจร ทั้งในส่วนติดต่อกับลูกค้า (Front-end) ถึงกระบวนการปฏิบัติการของ OR เอง (Back-end)  เป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจและลดต้นทุนในการดำเนินงาน เสริมขีดความสามารถในการแข่งขันจากการเข้าถึงข้อมูลพฤติกรรมของผู้บริโภค และสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้เมื่อการเชื่อมต่อดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น ความไว้วางใจด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (Digital Trust, Security & Privacy) จึงมีความสำคัญ OR พัฒนาแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันต่างๆ ควบคู่กับการยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

            อย่างไรก็ตาม การนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาใช้ อาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบ เช่น ความเสี่ยงไซเบอร์ การรั่วไหลของข้อมูล ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี และผลกระทบต่อแรงงานดั้งเดิม เพื่อจัดการเรื่องนี้ OR จึงทำงานร่วมกับคู่ค้าและพันธมิตรในการกำหนดมาตรฐานด้านการคุ้มครองข้อมูลและความปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นทั้งจากกิจกรรมขององค์กรและความสัมพันธ์ทางธุรกิจ

            นอกจากนี้ OR มีเป้าหมายเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Digital Driven Organization) และต่อยอดสู่การสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ตลอดจนนำไปสู่การขยายในธุรกิจใหม่ ด้วยฐานข้อมูลของ OR และนวัตกรรมดิจิทัลที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค นอกจากนี้ OR ได้กำหนดเป้าหมายเพิ่มการเข้าถึงของลูกค้าสู่ระบบนิเวศของ OR “OR Ecosystem” ทั้งในรูปแบบของ Organic และ Inorganic โดยใช้ blueplus+ เป็นหนึ่งในเครื่องมือทางดิจิทัลที่จะสามารถเพิ่ม traffic สู่ OR Ecosystem ได้ โดยไม่เพียงแต่เป็นการ Maintain จำนวนการใช้บริการภายใน OR Ecosystem แต่ยังเป็นการเพิ่มการดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ๆได้อีกด้วย

กลยุทธ์และแนวทางการบริหารจัดการ

(GRI 3-3c, 3-3d, 3-3e, 3-3f)

             นวัตกรรมดิจิทัล (Digital & Innovation) จึงเป็นประเด็นที่ OR ให้ความสำคัญ โดยเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดกลยุทธ์ ของ OR สามารถก่อให้เกิดมูลค่าแก่ธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดย OR กำหนดเป้าหมายปี 2030 (OR 2030 Goals) ภายใต้กรอบ Economic Prosperity ดำเนินการผ่านแนวทางการดำเนินงาน “นวัตกรรมและเทคโนโลยีสำหรับทุกคน” ที่มุ่งเน้นการลงทุนด้านนวัตกรรมดิจิทัล ผ่านโครงการ Digital Platform & Technology ต่าง ๆ เพื่อยกระดับระบบนิเวศของ OR

             OR ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการดิจิทัลและธรรมาภิบาลข้อมูล (OR Digital & Data Governance Steering Committee: DGSC) เป็นหน่วยงานกำกับดูแลการใช้งานข้อมูล บริหารจัดการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้สอดคล้องกับทิศทางและกลยุทธ์ของธุรกิจ OR และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกำหนดนโยบาย กรอบธรรมาภิบาล การบริหารจัดการข้อมูล รวมถึงตรวจสอบและให้คำแนะนำการใช้งานข้อมูลให้เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยจัดตั้งส่วนกลยุทธ์และธรรมาภิบาลดิจิทัลเทคโนโลยี เพื่อกำกับดูแลการใช้งานข้อมูล รวมถึงแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO) เพื่อช่วยกำกับดูแลข้อมูลส่วนบุคคล ลูกค้า ให้เป็นไปตามนโยบายที่คณะกรรมการฯ กำหนด รวมถึงตรวจสอบและให้คำแนะนำการใช้งานข้อมูลให้เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 


                ตัวอย่างโครงการที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและดิจิทัลของ OR ที่โดดเด่น สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Highlights นวัตกรรมและเทคโนโลยีสำหรับทุกคน

กระบวนการดำเนินธุรกิจไปสู่ Digital Driven Organization ภายใต้ทิศทางการดำเนินธุรกิจของกลุ่ม OR

               OR ได้มีการวางกลยุทธ์ด้านดิจิทัล (Digital Strategy) เพื่อกำหนดแนวทางในการจัดทำ Digital Transformation ให้เกิดขึ้นในองค์กร โดยมุ่งหวังเพื่อเพิ่มผลประกอบการทางธุรกิจ (Business Performance) ให้กับ OR ผ่าน 3 เป้าประสงค์หลัก ได้แก่ การเพิ่มรายได้และขยายส่วนแบ่งทางการตลาด (Uplift Revenue, Win Market Share) การเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการดำเนินงาน (Optimize Operating Cost) การยกระดับการมีส่วนร่วมของลูกค้า (Elevate Customer Engagement) ทั้งนี้ การออกแบบ OR Digital Blueprint มีการประมวลผลจากข้อมูล 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

      1. วิสัยทัศน์ของ OR ในการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อตอบสนองการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ
      2. แนวโน้มเทคโนโลยีระดับโลกโดยบทวิเคราะห์ของที่ปรึกษาบริบททางธุรกิจเฉพาะของ OR ผ่านกระบวนการวิเคราะห์ภายใต้โครงการ

การติดตามและรายงานผลการดำเนินงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของบริษัท
               หน่วยงานผู้รับผิดชอบ เป็นผู้สรุปผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและดิจิทัลข้างต้นให้แก่คณะกรรมการฯ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยผลการรายงานที่ไม่เป็นไปตามแผนงานจะถูกวิเคราะห์ถึงสาเหตุ ผลกระทบ รวมไปถึงแนวทางในการปรับปรุงแก้ไข ซึ่งจะถูกนำไปพัฒนาในแผนการดำเนินงานต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ยังได้นำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ลูกค้า ผู้บริโภค คู่ค้า และชุมชน มาผนวกเข้ากับการพัฒนาแผนการดำเนินงานทางด้านนวัตกรรมและดิจิทัลของบริษัท เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างครอบคลุม

การพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรด้านนวัตกรรมภายในบริษัท (Innovation Culture)
               OR ให้ความสำคัญกับการพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรด้านนวัตกรรม (Innovation Culture) ภายในบริษัท ซึ่งมีนโยบายสนับสนุนให้พนักงานมีทักษะและพฤติกรรมในการกล้าคิดและกล้าทดลองทำสิ่งใหม่ (Innovation Mindset) เพื่อพัฒนาศักยภาพของ OR ให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ (Business Disruption) ในอนาคต และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน โดยการอบรม หรือจัดกิจกรรมภายในองค์กรที่สร้างความตระหนัก สร้างวัฒนธรรม หรือองค์ความรู้ในการคิดค้นนวัตกรรม หรือคิดค้นการทำงานรูปแบบใหม่ให้เกิดการพัฒนาปรับปรุงการทำงาน นอกจากนี้ OR ยังมีแผนการดำเนินงานด้าน Digital Transformation อย่างเป็นรูปธรรม โดยการดำเนินงานจะไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้งานเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงการปรับเปลี่ยนทุกส่วนขององค์กร ตั้งแต่ กระบวนการทำงาน แนวคิด วิธีการ วัฒนธรรมองค์กร ที่ OR จะต้องสามารถปรับตัวและนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ และยกระดับผลการดำเนินงาน ประสบการณ์ และความพึงพอใจของลูกค้า ตลอดจนสร้างแรงขับเคลื่อนด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดีผ่านนวัตกรรม

ผลการดำเนินงาน

(GRI 3-3e.)

1. การอบรมและกิจกรรมภายในองค์กรที่สร้างความตระหนัก สร้างวัฒนธรรม และองค์ความรู้ในการคิดค้นนวัตกรรม ในปี 2568

1. โครงการ “TECH SPARK: AI BOOTCAMP” เพื่อร่วมเรียนรู้การใช้งาน AI เพื่อปลดล็อคการทำงานให้มีประสิทธิภาพ

      OR มีการเตรียมการเพื่อผลักดันองค์กรมุ่งสู่การเป็น Digital Driven Organization และตอกย้ำความมุ่งมั่นในการทำ Digital Transformation ผ่านการจัดกิจกรรม OR TECH SPARK  เพื่อสร้างความตระหนักรู้และพัฒนาศักยภาพและทักษะให้แก่พนักงานในองค์กร โดยในปี 2568 มีการวางแผนกลยุทธ์และแนวทางการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะ Generative AI มาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของ OR ผ่านกิจกรรมในรูปแบบ Bootcamp เพื่อเสริมสร้างให้พนักงานสามารถออกแบบ AI Workflow และพัฒนาการใช้งานใหม่ ๆ (Use Case) โดยมุ่งเน้นการเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน และเสริมสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าและคู่ค้า โดยจะขยายผลความสำเร็จและวางรากฐานสำหรับการพัฒนาการใช้งาน AI อย่างยั่งยืนต่อไป

1.2 ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรด้วยหลักการ 5S Digital

           OR มีการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงาน 5ส ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของ PTT Group ตามหลักการ “สะสาง สะดวก สะอาด สุขลักษณะ และสร้างนิสัย” สู่หลักการ 5S digital ที่มีการนำระบบ Digital และ Technology เข้ามาประยุกต์ใช้มากขึ้น ภายใต้หลักการย่อย 5 ข้อได้แก่ Shift Speed Smart Smooth และ Secure เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบการทำงานในปัจจุบัน ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างวัฒนธรรมและรากฐานสู่นวัตกรรมใหม่ และยังส่งเสริมให้นำหลักการ 5S Digital มาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพิ่มผลผลิต

           OR ยังส่งเสริมพนักงานให้เข้าร่วมประกวดในระดับ PTT Group ด้วย โดยผลการประกวด PTT Group 5S Digital Award 2025 นั้นในปีนี้ OR ส่งประกวด “ลดระยะเวลาในกระบวนการรายงานสถานภาพ

         โรงบรรจุก๊าซ LPG”ซึ่งได้รับรางวัลในระดับ [Platinum] ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดในระดับ PTT Group

1.3 โครงการส่งเสริมแนวคิดในการปรับปรุง/พัฒนากระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง

          ปี 2568 OR ได้รับนโยบาย EBITDA Uplift จากโครงการ MissionX ของกลุ่ม ปตท. มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริษัทจัดทำโครงการที่ให้ผลลัพธ์ทางการเงินที่เป็น EBITDA เพิ่มขึ้น โดยการดำเนินงาน Productivity Improvement เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย OR EBITDA Uplift จึงได้มีการดำเนินการร่วมกัน ซึ่งมีโครงการเข้าร่วมในปี 2568 กว่า 200 โครงการ โดยสามารถเพิ่มมูลค่า EBITDA จากการจัดทำโครงการ (EBITDA Uplift value from projects) ไม่ต่ำว่า 780 ล้านบาท

          อีกทั้งยังมีการแบ่งปันแนวคิดและประสบการณ์ของผู้ที่ได้รับรางวัล OR Productivity Improvement  Awards ในปี 2568 สู่เวที MissionX TO Group Outing ของกลุ่ม ปตท. เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการคิดสิ่งใหม่ และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับพนักงานได้นำไปปรับใช้ต่อยอดในงานตนเองต่อไป

          นอกจากนี้ OR มีการสร้างแรงกระตุ้นและแรงจูงใจให้พนักงานจัดทำโครงการที่ให้ผลลัพธ์ทางการเงินในระดับสูงมากขึ้น ผ่านการจัดประกวดรางวัล OR Best Productivity ซึ่งในปี 2568 จัดขึ้นเป็นปีแรก โดยมีการคัดเลือก 5 โครงการที่โดดเด่น เข้านำเสนอแบบ Pitching ต่อผู้อำนวยการใหญ่ (President) ซึ่งผู้บริหารระดับสูงของ OR ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการเพิ่มผลผลิต สามารถลดค่าใช้จ่าย สร้างรายได้ ลดเวลาการทำงาน ฯลฯ เพื่อสร้างโอกาส ความได้เปรียบทางธุรกิจ และพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงของธุรกิจที่จะเกิดขึ้น

4. 4. อบรมหลักสูตร Generative AI for Creative Design

           ในปี 2568 OR จัดอบรมหลักสูตร Generative AI for Creative Design แบบ Onsite ให้กับพนักงาน OR ที่สนใจ มีเข้าร่วมอบรม 30 คน โดยหลักสูตรมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจพื้นฐานของ Generative AI สำหรับงานออกแบบ พร้อมการเรียนรู้การใช้เครื่องมือ AI เพื่อสร้างสรรค์งานศิลปะ กราฟิก วิดีโอ และการเขียน Prompt ที่ได้ผลลัพธ์มีคุณภาพ ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้หลักการทำงานและจุดเด่นของเครื่องมือ AI แต่ละประเภท ตลอดจนการผสานไอเดียและสไตล์ของตนเองเข้ากับความสามารถของ AI เพื่อช่วยลดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

           นอกจากนี้ หลักสูตรยังครอบคลุมถึงข้อจำกัดของ AI (Limitation) และหลักจริยธรรม (Ethics) ในประเด็นด้านลิขสิทธิ์และการใช้ผลงานอย่างรับผิดชอบ เพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบ และส่งเสริมการใช้ AI อย่างถูกต้องและสร้างสรรค์

5. อบรมหลักสูตร AI for Marketing

              ในปี 2568 OR ได้จัดอบรม AI for Marketing ให้แก่พนักงานที่สนใจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมทักษะและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในงานการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ หลักสูตรครอบคลุมตั้งแต่ความรู้พื้นฐานด้าน AI สำหรับการขายและการตลาด, การทำความเข้าใจรูปแบบการทำงานของ Generative AI พร้อมตัวอย่างการใช้งานจริง, การออกแบบ AI Thinking และ Use Case Design เพื่อวางแผนการใช้ AI ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ

              นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Workshop ที่เปิดโอกาสให้พนักงานฝึกวิเคราะห์กลยุทธ์การตลาดดิจิทัล การสร้าง Persona และ Insight การต่อยอดข้อมูลด้วย AI การสร้าง Personalized Content รวมถึงการนำเสนอผลงานต่อคณะผู้เชี่ยวชาญ การอบรมนี้ไม่เพียงสร้างองค์ความรู้และทักษะการใช้ AI เชิงลึกในด้านการตลาด แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างคุณค่าใหม่ให้กับ OR ในยุคดิจิทัล

1. การอบรมและกิจกรรมภายในองค์กรที่สร้างความตระหนัก สร้างวัฒนธรรม และองค์ความรู้ในการคิดค้นนวัตกรรม ในปี 2568

             ด้วย OR ตระหนักถึงความสำคัญในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการดำเนินธุรกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถและศักยภาพในการแข่งขัน OR ได้พัฒนาช่องทางเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบริการของ OR ให้กับผู้บริโภคในรูปแบบของแอปพลิเคชัน และดิจิทัลแพลตฟอร์ม ที่ทำให้ผู้บริโภคสามารถใช้บริการสินค้า และผลิตภัณฑ์ได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น ตอบโจทย์การบริโภคในยุคปัจจุบัน ทั้งยังเป็นช่องทางในการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ รวมถึงให้ข้อมูลโปรโมชั่นแก่ลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และตรงจุด โดยในปี 2568 OR มีดิจิทัลแพลตฟอร์ม รวมถึงแอปพลิเคชันของกลุ่มธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แอปพลิเคชัน Blueplus+ แอปพลิเคชัน OR LPG  แอปพลิเคชัน EV Station Pluz  โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บท การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (Link: [https://www.pttor.com/sustainability/governance-and-economic-dimension/customer-relationship-management])

1. การอบรมและกิจกรรมภายในองค์กรที่สร้างความตระหนัก สร้างวัฒนธรรม และองค์ความรู้ในการคิดค้นนวัตกรรม ในปี 2568

1. PRISM Circular Hackathon 2025

           เป็นกิจกรรมที่กลุ่ม ปตท. และพันธมิตรร่วมกันจัดขึ้นเพื่อเร่งสร้างนวัตกรรมในเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเน้นการประยุกต์ใช้ Circular Economy, Innovation, AI และ Digital Solution ในการสร้างสรรค์แนวทางใหม่ ๆ ที่ใช้ได้จริงในระดับอุตสาหกรรม โดยในปี 2025 นี้ OR ในฐานะบริษัทในกลุ่ม ปตท. ได้ร่วมเปิดเวทีแห่งโอกาสนี้ เชิญชวนคนรุ่นใหม่และผู้ประกอบการมาร่วม “ปฏิวัติอนาคตธุรกิจ” ด้วยไอเดียสร้างสรรค์ที่ต่อยอดจากของเสียหรือวัสดุใช้แล้ว ให้กลายเป็นธุรกิจใหม่ที่มีมูลค่าและขับเคลื่อนได้จริงผ่าน 3 โจทย์หลักที่สะท้อนปัญหาจริงในระบบจัดการของเสีย และเป็นช่องทางสำคัญในการสร้างธุรกิจแห่งอนาคต:

        1. Waste to Value เป้าหมายคือการแปรรูปของเสียหรือวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่ม โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดยุคใหม่ และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
        1. Waste Collection & Processing มุ่งเน้นการออกแบบระบบการเก็บ แยก และจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดต้นทุนในกระบวนการรีไซเคิล และสร้างระบบที่สามารถขยายผลในเชิงพาณิชย์ได้อย่างยั่งยืน
        1. Circular Digital Solutions เปิดรับไอเดียที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลหรือปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยยกระดับการจัดการของเสียให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่การตรวจสอบ ตรวจวัด ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อปรับปรุงกระบวนการแบบเรียลไทม์

2. พีทีที ลูบริแคนท์ส เปิดตัว EVOTEC Technology ที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

             พีทีที ลูบริแคนท์ส มีการศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้ “EVOTEC Technology” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ภายใต้แนวคิด “ปฏิวัติเทคโนโลยีน้ำมันหล่อลื่นแห่งการขับเคลื่อนยานยนต์สู่อนาคต” (Drive the Evolution)” เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ทั้งในด้านสมรรถนะ และประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุด ครั้งแรกในช่วงกลางปี 2563 และได้มีการพัฒนาต่อยอดตลอดมา

              โดยในปี 2567 ประเทศไทยเริ่มบังคับใช้มาตรฐาน Euro 5 ซึ่งให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม  พีทีที ลูบริแคนท์ส จึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์และเปิดตัวน้ำมันหล่อลื่นสูตรใหม่ EVOTEC Technology เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปกป้องเครื่องยนต์และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในทุกการขับขี่ ทั้งการเร่งความเร็ว การประหยัดเชื้อเพลิง และการลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถรองรับการใช้งานกับเครื่องยนต์ที่ทันสมัย โดยเฉพาะเครื่องยนต์ที่สอดคล้องกับมาตราฐาน Euro 5 ด้วยคุณสมบัติเด่น 3E Benefit ของ EVOTEC Technology ได้แก่

          1. Environment ลดการปล่อยมลพิษและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ดีและสะอาด เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
          2. Endurance การชะล้างสิ่งสกปรก พร้อมปกป้องเครื่องยนต์ให้ทนทานสูงสุดในทุกสภาวะการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานหนักหรือเป็นระยะเวลานาน
          3. Efficiency เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ให้เต็มพลังทุกอัตราเร่ง ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้สูงสุด

สามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ EVOTEC Technology เทคโนโลยีเหนือชั้น อีกขั้นของน้ำมันหล่อลื่น

             PERFORMA SYNTHETIC ECO CAR SAE 0W-20 ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ EVOTEC Technology มีคุณสมบัติด้านเทคนิคของผลิตภัณฑ์ช่วยลดอัตราการใช้เชื้อเพลิงของรถยนต์ได้สูงสุดถึง 27% โดยจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวผ่านทุกช่องทางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2567 จนถึงสิ้นเดือน เมษายน 2568  ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 290 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ถือเป็นการช่วยลดต้นทุนทางสังคมในการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (Social Cost of Carbon) กว่า 7 แสนบาท ถือเป็นผลิตภัณฑ์จากเทคโนโลยีนวัตกรรมเพื่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

หมายเหตุ: การคำนวณมีแหล่งอ้างอิงดังนี้

        1. Global Warming Potential Impact: U.S. EPA – Understanding Global Warming Potentials
        2. Social Cost of Carbon (SCC): Resources for the Future – Social Cost of Carbon 101
        3. Supporting Documentation – Resources for the Future

3. การลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีศักยภาพสูงผ่านกองทุน ORZON Ventures เพื่อเสริมสร้างและพัฒนา OR Ecosystem

                กองทุน ORZON Ventures ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง OR และ 500 Startups ดำเนินการลงทุนในสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพสูง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ OR Ecosystem ควบคู่ไปกับการสร้างผลตอบแทนทางการเงินที่เหมาะสมจากการลงทุน

                ในปี พ.ศ. 2568 กองทุนได้เดินหน้าลงทุนต่อยอดในบริษัทเทคโนโลยีที่มีนวัตกรรมโดดเด่น อาทิ บริษัท Solv Pte. Ltd. (Graas) ซึ่งเป็นบริษัทด้าน AI-native eCommerce infrastructure ที่พัฒนา autonomous AI agents สำหรับธุรกิจแบรนด์ และองค์กรขนาดใหญ่ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับกระบวนการทำงานในด้านการขาย การตลาด และการปฏิบัติการ ผ่านการผสานข้อมูลจาก marketplace, storefront และ ad platforms กว่า 100 ช่องทาง เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจและการดำเนินงานแบบ real-time แทนที่การทำงานแบบเดิมที่ต้องพึ่งพา dashboard และขั้นตอน manual

                การลงทุนดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ ORZON Ventures ในการผลักดันเทคโนโลยีที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจในเครือ OR รวมถึงมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมความยั่งยืนและความสามารถในการแข่งขันของ OR Ecosystem ในระยะยาว

4. ผลักดัน “ออร์บิท ดิจิทัล” มุ่งสู่การเป็นผู้นำ Digital Mobility & Lifestyle

                  OR ได้ร่วมมือกับบริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จัดทำแผนยุทธศาสตร์สำหรับ ORBIT Digital เพื่อยกระดับศักยภาพด้านนวัตกรรมและดิจิทัลของกลุ่ม OR โดยมุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลและเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงธุรกิจ Mobility และ Lifestyle เข้าด้วยกัน ครอบคลุมการนำระบบบริหารจัดการข้อมูลลูกค้า (CRM) และการวิเคราะห์เชิงพฤติกรรมมาใช้ปรับปรุงประสบการณ์ผู้บริโภคในสถานีบริการ PTT Station และ Café Amazon รวมถึงพัฒนาเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจเชิงธุรกิจของ Subsidiaries ในกลุ่ม PTT Group เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการดำเนินงาน

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

ร่วมงานกับเรา