
การดำเนินธุรกิจของผู้ค้า อาจส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบต่อเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม รวมถึงสิทธิมนุษยชน ในห่วงโซ่อุปทานของ OR ไม่มากก็น้อย ตัวอย่างเช่น กระบวนการขนส่งปิโตรเลียม หากไม่มีมาตรการด้านความปลอดภัยที่รัดกุม อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ในขณะที่การดำเนินงานด้านการปลูกกาแฟอาจสร้างแรงกดดันต่อความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น สารเคมีจากการใช้ปุ๋ย หรือการตัดไม้ทำลายป่า แต่ในอีกมุมหนึ่งก็ส่งผลบวกต่อการสร้างงานและการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น
นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะโลกร้อน แรงกดดันด้าน ESG ข้อกำหนด กฎหมายต่าง ๆ และความคาดหวังจากผู้มีส่วนได้เสีย ทำให้การบริหารห่วงโซ่อุปทานมีบทบาทสำคัญต่อความยั่งยืนของ OR จึงต้องคำนึงถึงทั้งประสิทธิภาพ ต้นทุน ความโปร่งใส การตรวจสอบย้อนกลับ และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมรวมถึงประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน
ด้วยเหตุนี้ OR ตระหนักดีว่าองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้องกับผลกระทบเหล่านี้ทั้งจากกิจกรรมของบริษัทเอง และจากความสัมพันธ์ทางธุรกิจ จึงให้ความสำคัญกับการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างรอบด้าน โดยเน้นประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และการตรวจสอบย้อนกลับ ตลอดจนการยกระดับมาตรการกำกับดูแล และการทำงานร่วมกับคู่ค้า เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านลบ และขยายผลกระทบเชิงบวกให้เกิดคุณค่าอย่างยั่งยืนทั้งต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

OR คำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) อย่างชัดเจน จึงมีการกำหนดนโยบายจัดซื้อจัดจ้างผนวกอยู่ใน แนวทางการบริหารจัดการแบบกลุ่มประจำปี 2568 (2025 OR Group Way of Conduct) ทั้งนี้เพื่อเป็นกรอบการดำเนินงานสำหรับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของกลุ่ม OR ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เป็นไปในทิศทางเดียวกัน อันก่อให้เกิดการพัฒนานอย่างยั่งยืนในกลุ่ม OR และสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสีย ผ่านการดำเนินงานจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้
OR ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า OR เพื่อระบุมาตรฐานในการทำงานที่ผู้ค้าของ OR ควรปฏิบัติตามตลอดการดำเนินธุรกิจ ทั้งในด้านจริยธรรมทางธุรกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคม ความปลอดภัย และการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม OR สื่อสารรายละเอียดของแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้าให้แก่ผู้ค้าทุกราย ผ่านการส่งสารอิเล็กทรอนิกส์และการผนวกหัวข้อด้านแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนในการจัดการอบรมผู้ค้าประจำปี
ปัจจุบัน OR ได้นำระบบ SAP Ariba มาใช้ในกระบวนการจัดหาและกระบวนการลงทะเบียนผู้ค้า ซึ่งผู้ค้าที่จะยื่นข้อเสนอ จะต้องดำเนินการอ่านและรับทราบแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า OR (OR Suppliers Sustainable code of conduct: SSCoC) (Link: https://www.pttor.com/wp-content/uploads/2024/10/20240315_212326_9625.pdf) ในขั้นตอนลงทะเบียนผู้ค้าของ OR ก่อนทุกราย จึงจะสามารถเข้าร่วมเสนอราคาได้
OR มีการสื่อสารนโยบายต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชันไปยังผู้ค้าทุกรายที่อยู่ภายใต้ระบบ SAP Ariba ผ่านการรับทราบแนวทางการทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า OR เพื่อส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยในอนาคต OR มีแผนพิจารณา ขยายการสื่อสารนโยบายด้านการต่อต้านทุจริตไปยังกลุ่มเกษตรกรรายย่อยในภาคเหนือทีมีการรับซื้อกาแฟ ผ่านกิจกรรมหรือการประชุมประจำปี

คณะกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดทิศทางและกำกับดูแลกลยุทธ์การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานด้าน ESG ของผู้ค้า เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างสอดคล้องกับนโยบายและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจขององค์กร โดยกลยุทธ์การบริหารจัดการผู้ค้าประกอบด้วย 5 หลักการ ได้แก่

ผู้ค้าของ OR แบ่งออกตาม 5 กลุ่มธุรกิจหลักของ OR ตาม Value Chain ซึ่งจากการวิเคราะห์ผู้ค้าที่มีการจัดซื้อจัดจ้างในปี 2567 พบว่า OR มีผู้ค้ารายตรง (Tier-1 Suppliers) ทั้งหมด 959 ราย รายละเอียดกลุ่มธุรกิจ ตัวอย่างผู้ค้าที่สำคัญ และมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้าง ปรากฎดังต่อไปนี้
กลุ่มธุรกิจ | ตัวอย่างผู้ค้าที่สำคัญ | มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้าง (พันล้านบาท) |
| กลุ่มผลิตภัณฑ์ ปิโตรเลียม |
| 6,033.26 |
| กลุ่มธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน (PTT Station) |
| 38.11 |
| กลุ่มธุรกิจ Lubricant |
| 207.65 |
| กลุ่มธุรกิจ LPG (ยกเว้น ก๊าซ LPG) |
| 5.58 |
| กลุ่มธุรกิจ Café Amazon |
| 103.29 |
OR ได้ผนวกประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกับดูแลกิจการที่ดี (ESG) ตลอดกระบวนการของกลยุทธ์การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน โดยกำหนดเกณฑ์ด้าน ESG เป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารสัญญาต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น การบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (OHS Criteria) การบริหารจัดการความเสี่ยงและสภาวะวิกฤต และการจัดการพลังงาน OR มี

1. การคัดเลือกผู้ค้า (Supplier Screening)
OR คัดเลือกผู้ค้าโดยพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล และประเด็นที่มีความเกี่ยวข้องต่อธุรกิจ โดยในเบื้องต้น ผู้ค้าทุกรายที่จะขึ้นทะเบียนผู้ค้าของ OR (OR Approved Vendor List : OR AVL) ผู้ค้าจะต้องส่งเอกสารแสดงคุณสมบัติเบื้องต้น (Pre-Qualification: Pre-Q) ตามหลักเกณฑ์ที่ OR กำหนด เพื่อใช้ในการพิจารณาคัดเลือกผู้ค้า ซึ่งครอบคลุมเกณฑ์การพิจารณาต่าง ๆ เช่น สถานะการจดทะเบียนบริษัท ฐานะทางการเงิน มาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนโยบายและการจัดการด้านความยั่งยืน รวมถึงให้มีการทำแบบประเมินตนเองด้าน ESG (Supplier Self-Assessment Questionnaire: SAQ) ซึ่งประกอบด้วยคำถามที่ครอบคลุมประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ชุมชน การกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงสิทธิมนุษยชน และประเด็นที่มีความเกี่ยวข้องต่อธุรกิจ โดยผลการประเมินด้าน ESG จะถูกรวมเข้ากับเกณฑ์การประเมินด้านอื่น ๆ ในการคัดเลือกผู้ค้าต่อไป ด้วยเหตุนี้ ผู้ค้าที่มีผลการดำเนินงานด้าน ESG ที่ดี มีโอกาสผ่านการคัดเลือกเข้าสู่ทะเบียนผู้ค้าของ OR รวมถึง การทำสัญญาจ้างมากกว่า (เนื่องจากมีคะแนนด้าน ESG ที่ดีกว่า)
เพื่อตรวจสอบและยืนยันคุณสมบัติของผู้ค้า ผลการประเมินตนเองด้าน ESG ตามเอกสาร SAQ ผู้ค้าจะต้องได้คะแนนรวมมากกว่าร้อยละ 60 จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์และสามารถขึ้นทะเบียนผู้ค้าของ OR AVL ได้ ทั้งนี้ หากผู้ค้าได้คะแนนในส่วนของ ESG ไม่ถึงร้อยละ 60 ผู้ค้าจะมีโอกาสในการแก้ไขและปรับปรุง โดยสามารถขอคำแนะนำจากหน่วยงานจัดซื้อจัดจ้างของ OR ได้ ผู้ค้าสามารถดำเนินการแก้ไขและปรับปรุงเพิ่มเติม เพื่อสมัครขึ้นทะเบียนผู้ค้า OR AVL ครั้งถัดไป อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ค้าที่ต้องการปรับปรุงแก้ไขการดำเนินงานด้าน ESG ผู้ค้าสามารถหารือร่วมกับ OR ในการปรับปรุงแก้ไขสิ่งที่ยังไม่ครบถ้วนตามเกณฑ์ที่กำหนดให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ค้าจะสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นไปตามข้อกำหนดของ OR
หลังจากที่ผู้ค้าได้ผ่านเกณฑ์ตามกระบวนการคัดกรองคุณสมบัติผู้ค้าในแต่ละกลุ่มงานที่ OR กำหนดและขึ้นทะเบียนใน OR AVL ผู้ค้าจะได้รับสิทธิในการประมูลงานที่อยู่ในกลุ่มงานที่ประกาศใช้แล้ว
โดยในขั้นตอนการประมูลงาน หน่วยงานภายใน OR ที่เป็นผู้จัดหาสินค้าสามารถเลือกใช้เกณฑ์ในการคัดเลือกผู้ค้าโดยพิจารณาประเมินเกณฑ์ประสิทธิภาพต่อราคา (Price-Performance) ได้ ซึ่งอาจรวมถึงตัวชี้วัดด้านความยั่งยืนที่อยู่นอกเหนือไปจากคุณสมบัติตามที่ OR กำหนดด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ เช่น ระบบการบริหารจัดการแรงงานที่เคารพสิทธิแรงงาน แนวทางในการลดก๊าซเรือนกระจก เป็นต้น และคำนวณออกเป็นคะแนนของผู้ค้า โดยสัดส่วนการใส่ประเด็นด้านความยั่งยืนนั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะงาน/ผลิตภัณฑ์และบริการที่ดำเนินการจัดหาตามประเด็นความสำคัญที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ OR ยังมีการนำผลประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ค้าหลังส่งมอบสินค้าหรือบริการ มาพิจารณา หากผู้ค้าที่ได้รับผลประเมินต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด จะถูกถอดถอนออกจากรายชื่อผู้ค้า OR AVL อีกด้วย
2. การประเมินความเสี่ยงและการจัดกลุ่มผู้ค้า (Supplier Risk Assessment/Screening and Significant Supplier Identification)
OR จัดทำการประเมินความเสี่ยงด้าน ESG และการจัดกลุ่มผู้ค้าอย่างต่อเนื่อง โดยพิจารณาข้อมูลและแนวโน้มความเสี่ยงในระดับประเทศ อุตสาหกรรม และประเภทของวัตถุดิบ โดยประเด็นสำหรับการประเมินความเสี่ยงผู้ค้ามีดังนี้
Environment (E) | Social (S) | Governance (G) | ความเกี่ยวข้องทางธุรกิจ |
|---|---|---|---|
• การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHGs Emissions)
• มลพิษทางอากาศ (Air Pollution) • การจัดการพลังงาน (Energy Management) • การจัดการน้ำและน้ำเสีย (Water and Wastewater Management) • การจัดการของเสียและวัตถุอันตราย (Waste and Hazardous Materials Management) • ผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพและนิเวศวิทยา (Ecological impact) • การจัดหาวัตถุดิบที่ยั่งยืน (Sustainable Raw Material Sourcing) • การหมุนเวียนผลิตภัณฑ์ ตลอดวงจรชีวิต (Circular Product Life Cycle) • การป้องกันและคุ้มครองการตัดไม้ทําลายป่า(Deforestation Prevention and Protection) | • สิทธิมนุษยชน (Human Rights)
• การบังคับใช้แรงงาน (Forced Labour) • การใช้แรงงานเด็ก (Child Labour) • ชั่วโมงการทํางานตามที่กฎหมายกำหนด (Working Hours) • ค่าจ้างและสวัสดิการ(Wages and Benefits) • การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม (Fair Treatment) • ความหลากหลายทางสังคม และการไม่แบ่งแยก(Social Diversity and Inclusion) • การไม่เลือกปฏิบัติ และความเท่าเทียมทางสังคม (Non-discrimination and Equality) • อาชีวอนามัยและความปลอดภัย (Occupational Health and Safety) • ชุมชนสัมพันธ์ (Community Relations) • ความปลอดภัยจากอัคคีภัย (Fire Safety) • สุขอนามัยอุตสาหกรรม (Industrial Hygiene) • สวัสดิการและความพึงพอใจของลูกค้า (Customer Welfare and Satisfaction) • การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Capital Development) • การปฏิบัติด้านแรงงาน (Labor Practices) • การมีส่วนร่วมของพนักงาน (Employee Engagement) | • การต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน (Anti-corruption and Bribery Implementation)
• การแข่งขันที่เป็นธรรม (Fair Competition) • กลไกการรายงานที่โปร่งใส (Transparent Reporting Mechanism) | • การส่งมอบผลิตภัณฑ์และ / หรือบริการ (ด้านคุณภาพและประสิทธิภาพ) Delivery of products and/or services (quality, efficiency, and performance) |
การประเมินความสำคัญของผู้ค้า (Significance/Business Relevance) ครอบคลุมปัจจัยดังต่อไปนี้
(1) ลักษณะสินค้าและการให้บริการผู้ค้า
(2) การวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อจัดจ้างในแต่ละกลุ่มสินค้าและการให้บริการ (High-volume Suppliers)
(3) ระดับความสำคัญของสินค้าและการให้บริการ (Significant Component Suppliers) และ
(4) ระดับความเสี่ยงของการเลือกใช้ผู้ค้าจำนวนน้อยราย (Non-substitutable Suppliers)
OR ดำเนินการประเมินความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งครอบคลุมประเด็นความเสี่ยงระดับสากล ระดับประเทศ ความเสี่ยงในภาคธุรกิจ รวมถึงความเสี่ยงจากสินค้าและบริการ (Commodity) ที่เกิดจากสินค้าหรือการให้บริการของผู้ค้า โดยประเด็นความเสี่ยงต่าง ๆ สามารถสรุปได้ดังนี้
OR มีการประเมินกลุ่มผู้ค้าที่มีความสำคัญ (Strategic/Significant) และกลุ่มผู้ค้าที่มีความเสี่ยงด้าน ESG (High-risk ESG) เป็นประจำทุกปี โดยครอบคลุมผู้ค้าสำคัญทางตรง (Strategic/Significant Tier 1 Supplier) และผู้ค้าสำคัญทางอ้อม (Strategic/Significant Non-Tier Supplier) ซึ่งจากผลการประเมินดังกล่าวจะมีการแบ่งระดับความเสี่ยงผู้ค้าเป็น 4 ประเภท ได้แก่ (1) Strategic/Significant Suppliers (2) Key Suppliers (3) Managed Suppliers และ (4) Routine Suppliers โดยมีแนวทางการจัดการกลุ่มผู้ค้าแต่ละกลุ่มดังนี้
OR conducts assessments of strategic/significant suppliers and those identified as having high-risk ESG annually. This assessment covers both strategic/significant Tier 1 Supplier and strategic/significant Non-Tier 1 Supplier. OR’s supplier types are defined from the risk level into 4 types: (1) Strategic/significant Suppliers, (2) Key Suppliers, (3) Managed Suppliers, and (4) Routine Suppliers. OR has established strategies and guidelines for management as follows:
ระดับการบริหารกลุ่มงานผู้ค้า | ความหมาย | กลยุทธ์ในการบริหารจัดการ | เครื่องมือในการบริหารจัดการ* |
|---|---|---|---|
1. Strategic/significant Supplier | กลุ่มผู้ค้า/ผู้รับเหมาที่มีกิจกรรมการดำเนินงานที่มีความเสี่ยงด้าน ESG สูง ที่จะก่อให้เกิดผลกระทบในระดับรุนแรงต่อผู้ค้าเองและ OR และขยายผลกระทบไปสู่ชุมชนโดยรอบ ซึ่งจะส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อ OR ทั้งทางด้านธุรกิจและภาพลักษณ์องค์กร | พัฒนาความสัมพันธ์และการดำเนินการทางธุรกิจในระยะยาว เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินธุรกิจร่วมกันและสร้างมูลค่าเพิ่ม | – SSCoC – SAQ – ESG Supplier Audit – P-ปธบ.-1005 – การสนับสนุน เสริมสร้างความสัมพันธ์และร่วมพัฒนาศักยภาพคู่ค้า |
2. Key Suppliers | กลุ่มผู้ค้าที่มีกิจกรรมการดำเนินงานที่มีความเสี่ยงด้าน ESG ปานกลาง ที่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อ OR ทั้งในด้านธุรกิจและภาพลักษณ์องค์กร | พัฒนาความสัมพันธ์ระยะยาวเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายและลดความเสี่ยง รวมถึงรักษาระดับการแข่งขัน | – SSCoC – P-ปธบ.-1005 – การสนับสนุน และร่วมพัฒนาศักยภาพคู่ค้าด้าน ESG (แล้วแต่กรณี) |
3. Managed Suppliers | กลุ่มผู้ค้าที่มีกิจกรรมการดำเนินงานที่มีความเสี่ยงด้าน ESG ต่ำ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อ OR และส่งผลกระทบออกไปข้างนอกองค์กรได้ปานกลาง | รักษาความสัมพันธ์ตามผลการดำเนินงาน และมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงตามความต้องการของผู้ค้า และติดตามผลการดำเนินงาน | – SSCoC – P-ปธบ.-1005 |
4. Routine Suppliers | กลุ่มผู้ค้าที่มีกิจกรรมการดำเนินงานที่มีความเสี่ยงด้าน ESG ต่ำ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อ OR และส่งผลกระทบออกไปข้างนอกองค์กรได้เล็กน้อย | รักษาความสัมพันธ์ตามผลการดำเนินงาน และมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงตามความต้องการของผู้ค้า | – SSCoC – P-ปธบ.-1005 |
*หมายเหตุ: เครื่องมือในการบริหารจัดการ ประกอบด้วย
3. การตรวจประเมินด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลของผู้ค้า (Suppliers’ ESG Audit)
ผู้ค้าที่จัดอยู่ในกลุ่มผู้ค้าสำคัญ (Strategic/Significant Supplier) ทุกราย จะได้รับการประเมินศักยภาพการดำเนินงานของผู้ค้าด้านความยั่งยืนทุก ๆ 3 ปี เพื่อตรวจสอบการดำเนินการที่สอดคล้องกับ SSCoC การตรวจประเมินการดำเนินตาม “OR Supplier ESG Assessment Protocol” ซึ่งอ้างอิงมาตรฐาน ESG ระดับสากล ได้แก่ SMETA ISO9001 ISO14001 ISO45001 และ SA8000 รวมถึงหลักปฏิบัติของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน โดยครอบคลุมการดำเนินงานของผู้ค้าด้าน ESG ต่าง ๆ เช่น ระบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ระบบบริหารจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เป็นต้น โดยการตรวจประเมินผลการดำเนินงานของผู้ค้าประกอบด้วยการประเมิน 5 แบบ ดังนี้



การประเมิน ESG ของผู้ค้า OR มีการกำหนดเกณฑ์แบ่งเป็น 3 ด้าน ดังนี้:
1) ด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Business Governance): มีสัดส่วนเป็นร้อยละ 34 ประกอบด้วย การจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ การบริหารห่วงโซ่อุปทาน มาตรฐานด้านคุณภาพ การปฏิบัติตามกฎหมาย จรรยาบรรณธุรกิจ การต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน และการจัดการความเสี่ยง
2) ด้านสิ่งแวดล้อม (Environment): มีสัดส่วนเป็นร้อยละ 31 ประกอบด้วย การจัดการสิ่งแวดล้อม การจัดการผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และประสิทธิภาพเชิงนิเวศ (Eco-efficiency)
3) ด้านสังคม (Social): มีสัดส่วนเป็นร้อยละ 35 ประกอบด้วย ความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) สุขภาพและความปลอดภัย การป้องกันและรับมือต่อภาวะฉุกเฉิน การจัดการด้านแรงงานสัมพันธ์ และการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน
หากพบข้อบกพร่องจากการตรวจประเมินผู้ค้า หน่วยงานผู้จัดซื้อจัดจ้างจะแจ้งผลไปยังผู้ค้าให้กำหนดแผนแก้ไขข้อบกพร่องและปรับปรุงการทำงาน (Corrective Action/Improvement Plan) โดยให้ผู้ค้าระบุชัดเจนถึงมาตรการการแก้ไขแก้ไขและป้องกันข้อบกพร่องที่พบ รวมถึงกำหนดกรอบระยะเวลาที่ดำเนินการให้แล้วเสร็จ
ทั้งนี้ OR มีการประสานภายในอย่างเป็นระบบเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ค้ารับทราบผลการตรวจประเมิน และได้รับคำแนะนำแนวทางแก้ไขข้อบกพร่อง รวมถึงการพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเปรียบเทียบกับบริษัทที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันในเรื่องของ ESG ซึ่งรวมถึงการนำแนวปฏิบัติที่ดีที่พบจากการศึกษามาเป็นส่วนหนึ่งของการให้คำปรึกษาและมีการสื่อสารให้ผู้ค้ารับทราบด้วยเช่นกัน
นอกจากการติดตามผลการดำเนินงานด้าน ESG ของผู้ค้ารายสำคัญ (Strategic/Significant) แล้ว OR ยังกำหนดให้ผู้ค้าที่ดำเนินการขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในสัญญาหลักของ OR ทุกราย จะต้องผ่านการประเมินศักยภาพการบริหารงานการขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทั้งทางรถและทางเรือเป็นประจำทุกปี
โดยการตรวจประเมินผู้ขนส่งทางรถบรรทุกใช้หลักเกณฑ์ PTT Group Road Safety Management Guideline และสำหรับการตรวจประเมินผู้ขนส่งทางเรือใช้หลักเกณฑ์ Tanker Management and Self Assessment (TMSA) ซึ่งในหัวข้อตรวจประเมินจะประกอบด้วยการบริหารงานด้าน QSHE ด้วย โดยในการตรวจประเมินจะมีการสรุปผลสิ่งที่ต้องปรับปรุงแก้ไขและข้อเสนอแนะให้กับผู้ขนส่งที่ได้รับการตรวจประเมินทราบเพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพตามแนวทางที่กำหนด
4. การสร้างความสัมพันธ์และการพัฒนาผู้ค้า (Supplier Retention and Development)
OR สนับสนุนผู้ค้าในการพัฒนาการดำเนินการด้านความยั่งยืน และมุ่งรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ค้า สำหรับผู้ค้าที่พบว่ามีข้อบกพร่องจากการตรวจประเมิน จะได้รับการสื่อสารให้ผู้ค้าวางแผนการแก้ไขข้อบกพร่องและปรับปรุงการทำงาน โดย OR ให้การสนับสนุนแก่ผู้ค้าในการดำเนินการตามความเหมาะสม ทั้งนี้ได้มีการสื่อสาร จัดกิจกรรม และริเริ่มโครงการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ค้าทุกรายสามารถเข้าถึงโอกาสในการยกระดับการดำเนินงานด้าน ESG เพื่อเป็นการสร้างสัมพันธ์และพัฒนาผู้ค้าหลากหลายโครงการ อาทิ การจัดสัมมนาผู้ค้าประจำปี การอบรมหรือให้ความรู้แก่ผู้ค้า โครงการเสริมสร้างศักยภาพผู้ค้าในแต่ละธุรกิจ เป็นต้น
OR ให้ความสำคัญต่อการยกระดับศักยภาพของผู้ค้า ผู้ขนส่ง และบุคลากรในเครือข่ายธุรกิจ ผ่านการจัดตั้ง สถาบันพัฒนาศักยภาพผู้นำและธุรกิจ (OR Academy) เพื่อเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และสมรรถนะของผู้ประกอบการในเครือข่ายให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยดำเนินการจัดฝึกอบรมทั้งในรูปแบบ Classroom / On-site Training และ Online / e-Learning เพื่อให้เข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างครอบคลุมและต่อเนื่อง ในหัวข้อต่าง ๆ เช่น หลักสูตรปูพื้นฐานการจัดทำบัญชี การรายงานและการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขั้นต้นเพื่อความยั่งยืนของธุรกิจ หลักสูตรการขับรถขนส่งวัตถุอันตราย เป็นต้น
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในส่วนของ ผลการดำเนินงาน
5. ติดตามผลการแก้ไข (Corrective Action Monitoring)
OR ติดตามผลการแก้ไขของผู้ค้า โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบจะกำหนดและติดตามให้ผู้ค้าแจ้งความก้าวหน้าของการแก้ไขและปรับปรุงประเด็นที่พบจากการตรวจประเมินทุก 3 เดือน และรายงานผลการแก้ไขในที่ประชุมทบทวนการจัดการของหน่วยงาน และมีการรายงานต่อผู้บริหารและคณะกรรมการในระดับต่าง ๆ ต่อไป
นอกจากนี้ OR ได้จัดทำคู่มือแนวปฏิบัติที่ดี ในการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของผู้ค้า OR (OR’s ESG Best Practices Manual for Suppliers) ในแต่ละธุรกิจ เพื่อให้ผู้ค้าใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของผู้ค้าในมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งจะมีตัวอย่างของแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) รวมถึงข้อมูลเชิงเทคนิคต่าง ๆ ซึ่งผู้ค้าสามารถนำไปประยุกต์ใช้และพัฒนาปรับปรุงการดำเนินงานด้านความยั่งยืนให้ดียิ่งขึ้น

6. การรายงานผลการดำเนินงาน (Performance Reporting)
การดำเนินการตามกลยุทธ์การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานกำหนดให้มีการรายงานผลการดำเนินการและการทบทวนกลยุทธ์เป็นประจำทุกปีต่อผู้บริหารและคณะกรรมการ (Board of Director) สำหรับในระดับผู้บริหาร มีการรายงานต่อ CEO ผ่านคณะกรรมการบริหารความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมของบริษัทในกลุ่ม OR (OR Group Quality, Safety, Health and Environment Management Committee: OR QSHE GMC) และ คณะกรรมการบริหารของ OR (OR Management Committee: ORMC) ตามลำดับ สำหรับในระดับคณะกรรมการ มีการรายงานต่อคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของ OR (OR Corporate Governance and Sustainability Committee: ORCGS) และคณะกรรมการบริหารความร่วมมือการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Committee: SD Committee) นอกจากนี้ ได้มีการนำเสนอไว้ในรายงาน ความยั่งยืนประจำปี หรือ Website ของบริษัทอีกด้วย
การประเมินผู้ค้า (Supplier Assessment)
OR ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้าน ESG และจัดระดับความสำคัญของผู้ค้า พบว่ามีผู้ค้าสำคัญ (Strategic/Significant Tier-1 Supplier) 2 ราย ในส่วนของผู้ค้าสำคัญทางอ้อม (Strategic/Significant Non Tier-1 Suppliers) มีทั้งหมด 1 ราย (นับเฉพาะที่อยู่ใน PTT Group) เมื่อนำมารวมกับผู้ค้าสำคัญรายตรง 2 ราย เท่ากับมีผู้ค้าสำคัญ ทั้งทางตรงและทางอ้อมรวม 3 ราย

ในต้นปี 2568 ได้มีการประเมินความสำคัญผู้ค้าที่มีการจัดซื้อจัดจ้างในปี 2567 พบว่า มีผู้ค้ารายสำคัญที่ต้องเข้ารับการตรวจประเมินทั้งหมด 2 รายทั้งนี้ OR ได้มีดำเนินการตรวจประเมินผู้ค้ารายสำคัญทั้งแบบ Online และ On-site ในปี 2568 จากการประเมินพบว่าผู้ค้าทั้ง 2 ราย มีผลการตรวจประเมินอยู่ในเกณฑ์ดี ไม่มีความเสี่ยงหรือผลกระทบด้าน ESG ที่สำคัญ อย่างไรก็ตามจากการตรวจประเมินพบว่ายังมีประเด็นที่สามารถให้คำแนะนำเพื่อการพัฒนาปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น โดยผู้ค้าทั้ง 2 ราย ได้รับการสื่อสารแจ้งข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนา และสนับสนุนผู้ค้า 2 ราย คิดเป็นร้อยละ 100% ของผู้ค้า
โดยประเด็นที่พบจากการตรวจประเมินด้าน ESG ที่ได้มีการแจ้ง และหารือประเด็นดังกล่าว ร่วมกับผู้ค้าเพื่อให้ผู้ค้าจัดทำแนวทางในการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น มีดังนี้
เกณฑ์ | ประเด็นที่ควรปรับปรุงแก้ไข | ตัวอย่างคำแนะนำแนวทางการปรับปรุงแก้ไข |
|---|---|---|
ด้านธุรกิจและการกำกับดูแลกิจการที่ดี | ระบบการจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management system : BCM) – ยังไม่มีการดำเนินงานตามแนวทางระบบการจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ การวางแผนและแนวทางการป้องกันการหยุดชะงักทางธุรกิจ และนำระบบการจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจมาประยุกต์ใช้และขอรับการรับรอง แต่อย่างไรก็ตามผู้ค้าทั้งหมดยังไม่เคยเกิดเหตุการหยุดชะงักทางธุรกิจ | – วางแผนนำระบบการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ ISO 22301 มาประยุกต์ใช้ในองค์กรพร้อมทั้งขอรับการรับรองระบบการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ |
Environment | ผู้ค้าบางราย ยังไม่กำหนดให้มีการฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง | – กำหนดและจัดทำแผนหลักสูตรอบรมพนักงานเกี่ยวกับการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม อย่างน้อยปีละ 1 ครั้งอย่างต่อเนื่อง |
Social | ไม่พบประเด็นที่ต้องปรับปรุงแก้ไข | |
ทั้งนี้ ในปี 2568 ผู้ค้ารายสำคัญทุกรายได้รับทราบผลการตรวจและข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงแล้ว ซึ่งผู้ค้าสามารถนำไปพิจารณาแก้ไขหรือพัฒนาต่อไปได้ และไม่มีความเสี่ยงจากผู้ค้าที่ต้องยกเลิกสัญญาอันเนื่องมาจากความเสี่ยงหรือผลกระทบด้าน ESG
โครงการเสริมสร้างศักยภาพผู้ค้าในแต่ละธุรกิจ
1. การจัดสัมมนาผู้ค้าประจำปี OR Supplier Day ประจำปี 2568
OR จัดสัมมนาผู้ค้าประจำปี เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ สื่อสาร กลยุทธ์และนโยบายของ OR ให้แก่ผู้ค้า โดยเฉพาะด้านกลยุทธ์การจัดซื้อจัดจ้างที่ยั่งยืนของบริษัท แลกเปลี่ยนความรู้ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และสถานการณ์การตลาดที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสื่อความ ข่าวสาร และนโยบายภาครัฐต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของทั้ง OR และผู้ค้า นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสให้พนักงานผู้ปฏิบัติงานและผู้บริหารของ OR รับทราบปัญหาและข้อเสนอแนะจากผู้ค้าโดยตรง เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขการดำเนินงานของ OR ให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสในการทำธุรกิจร่วมกันในอนาคต ซึ่งจะช่วยให้เกิดการพัฒนาการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
โดยในปีนี้งานสัมมนาได้ถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 ภายใต้แนวคิด OR Sustainable Growth towards Smart Partnership เพื่อให้ผู้ค้าเข้าใจถึงนโยบายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และรับทราบเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของ OR ซึ่งมีการนำระบบ Digital มาใช้ในกระบวนการจัดหา มีการให้ความรู้ด้านความยั่งยืนในหัวข้อ “Sustainability in Supply Chain” รวมถึง การกำกับดูแลกิจการที่ดีและการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันให้กับผู้ค้าได้รับทราบ โดยมีผู้ค้าเข้าร่วมงานมากกว่า 150 บริษัท
OR ให้ความสำคัญกับผู้ค้า ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรทางธุรกิจ ในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน เสริมศักยภาพการแข่งขันทั้งด้านคุณภาพ ความหลากหลายของสินค้าและบริการ พร้อมบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนมุ่งสู่ Digital Transformation ด้วยระบบ SAP Ariba และ SAP Business Network เพิ่มความรวดเร็ว โปร่งใส และประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกัน นอกจากนี้ ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญกับหลักการ ESG (Environment, Social, Governance) ซึ่งสนับสนุนให้ผู้ค้าปรับตัวและดำเนินธุรกิจในลักษณะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีความรับผิดชอบ ต่อสังคม เพื่อสร้างความยั่งยืนทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

2. งานสัมมนาคู่ค้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและเชื้อเพลิงชีวภาพ ประจำปี 2568
OR ได้จัดงานสัมมนาเชิงลึกให้แก่คู่ค้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและเชื้อเพลิงชีวภาพ (คู่ค้าฯ) สำหรับ Strategic Partner ประจำปี 2568 ขึ้นในวันที่ 28 – 29 สิงหาคม 2568 ณ จังหวัดชลบุรี โดยมีตัวแทนคู่ค้าฯ รวมทั้งสิ้น 16 ท่าน
งานสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านพลังงาน ภาพรวมของอุปสงค์ – อุปทานของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และสถานการณ์ตลาดที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสื่อความข่าวสารและนโยบายภาครัฐต่างๆ ที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจของทั้ง OR ผู้ค้า และคู่ค้าฯ นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสให้พนักงานผู้ปฏิบัติงานและผู้บริหารของ OR ได้รับทราบข้อมูล ประเด็นต่างๆ และข้อเสนอแนะจากคู่ค้าฯ โดยตรง เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไข และพัฒนาการดำเนินงานของ OR ให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งจะเป็นการสร้างโอกาสในการดำเนินธุรกิจและเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันในอนาคต นอกจากนี้ OR ยังได้มีการประชุมหารือแนวทางความร่วมมือ (Partnership) กับผู้ค้าในกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันในการนำความต้องการของลูกค้า (Voice of customer) มาพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน
โดยในปี 2568 OR ได้มีการตรวจประเมินคู่ค้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและเชื้อเพลิงชีวภาพ จำนวน 8 บริษัท นอกจากนี้ ได้มีการเข้าตรวจประเมินคู่ค้าฯ เพื่อประเมินผลการดำเนินงานด้านการควบคุมคุณภาพ กระบวนการรับ เก็บ จ่าย และการขนส่งผลิตภัณฑ์ รวมถึงการผลิตและการบริหาร Inventory ตลอดจนมาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม ภายในบริษัทของคู่ค้าฯ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของ OR เพิ่มความเชื่อมั่น และพัฒนาคู่ค้าให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกันกับ OR
3. โครงการพัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน (Sustainable Coffee Sourcing)
OR มุ่งยกระดับมาตรฐานความรู้และการผลิตกาแฟของเกษตรกรไทยให้สอดคล้องตาม Café Amazon Standard ครอบคลุมทั้งมิติการพัฒนาคุณภาพ มิติการอนุรักษ์และการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม และมิติการสร้างรายได้ที่มั่นคง ผ่านการดำเนินงานโครงการพัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืนในพื้นที่ส่งเสริมการปลูกกาแฟอะราบิกาและโรบัสตา ซึ่งริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2557 โดยความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และอีกหลายภาคีในหลายพื้นที่ โครงการนี้มุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาทักษะให้เกษตรกรสามารถปลูกกาแฟคุณภาพ ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรดินและน้ำ พร้อมสนับสนุนการรับซื้อเมล็ดกาแฟในระบบราคาที่เป็นธรรม (Fair Trade) เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนแก่เกษตรกร
ตลอดเวลากว่า 11 ปี OR ได้ผลักดันโครงการดังกล่าว โดยเน้นบูรณาการงานวิจัยเข้ากับการพัฒนากระบวนการผลิต ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตของเกษตรกรในพื้นที่เชียงราย เชียงใหม่ น่าน และชุมพร ได้รับการสนับสนุนทั้งด้านองค์ความรู้ โรงเพาะกล้า โรงตากกาแฟ และระบบน้ำในแปลง รวมถึงการจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและขยายผลไปสู่พื้นที่ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้จากอาชีพที่มั่นคงสอดคล้องกับค่าครองชีพ (living wage) และยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมทั้งอยู่ระหว่างการขยายโครงการไปยังพื้นที่ที่ยังขาดโอกาสอีกหลายพื้นที่
ควบคู่ไปกับการสร้างระบบสนับสนุนที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ OR ได้จัดตั้งจุดรับซื้อและโรงแปรรูปเมล็ดกาแฟคาเฟ่อเมซอน ที่อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเป้าหมายในการรับซื้อผลผลิตกาแฟโดยตรงจากเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ภาคเหนือ และพัฒนา “สถาบันพัฒนาความรู้ด้านกาแฟให้เกษตรกร” จัดทำหลักสูตรอบรมทั้งพื้นฐานและเฉพาะทางอย่างง่าย ครอบคลุมตั้งแต่การเพาะกล้า การจัดการแปลง การป้องกันโรคและแมลง ตลอดจนการแปรรูปกาแฟ เพื่อยกระดับคุณภาพเมล็ดกาแฟให้ตรงตามความต้องการของตลาด ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนา Café Amazon ให้เป็นธุรกิจสีเขียวที่ยั่งยืน และสอดคล้องกับเป้าหมาย BCG และ SDGs อย่างแท้จริง

4. การส่งเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยของผู้ค้าขนส่งผลิตภัณฑ์ส่งปิโตรเลียม
OR มุ่งเน้นเสริมสร้างศักยภาพด้านความปลอดภัยตลอดกระบวนการขนส่ง ผ่านการอบรม (in-depth training) ผู้ค้าด้านการจัดส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมอย่างปลอดภัย ตามมาตรฐานและกฎหมาย และการสนับสนุนให้ผู้ค้าขนส่งทุกรายติดตั้งและใช้เทคโนโลยีระบบตรวจติดตามพฤติกรรมผู้ขับรถขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม (In-Vehicle Monitoring System: IVMS) เทคโนโลยี IVMS จะบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถขนส่ง และใช้ในการควบคุม กำกับ ดูแลการขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เพื่อให้ OR มั่นใจว่าผู้ค้าทุกรายปฏิบัติการขนส่งโดยสอดคล้องกับความคาดหวังด้านมาตรฐานและความปลอดภัยในการขนส่ง (อ่านเพิ่มเติม บท อาชีวอนามัยและความปลอดภัย)
ในปี 2568 คณะทำงานพัฒนาความปลอดภัยด้านการจัดส่งและขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม มุ่งเน้นการตรวจสอบแนวทางการดำเนินงานตามเป้าหมาย Zero Accident รวมทั้งมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่าง OR และ ผู้ขนส่ง เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า การดำเนินงานของผู้ขนส่งเป็นไปตามมาตรฐานและนโยบายด้านความปลอดภัยของ OR
ในศักยภาพด้านการบริหารงานขนส่งอย่างปลอดภัย OR มีการตรวจประเมินการบริหารงานของผู้ขนส่งทางรถ ตามแนวทาง PTT Group Road Safety Management Guideline ณ พื้นที่สำนักงาน/ฟลีทขนส่ง ของผู้ขนส่ง และตรวจประเมินผู้ขนส่งทางเรือใช้หลักเกณฑ์ Tanker Management and Self-Assessment (TMSA) ตามมาตรฐานสากล โดยหลังจากการตรวจประเมิน จะมีการแจ้งสิ่งที่ตรวจพบ พร้อมให้ข้อแนะนำแนวทางในการดำเนินการเพื่อปรับปรุงพัฒนา นอกจากนี้ยังได้นำผลการประเมินดังกล่าวไปใช้ในการประเมินผลและบริหารสัญญา เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ผู้ขนส่งจะมีการนำข้อตรวจประเมินไปพัฒนาและปรับปรุงการทำงานให้มีศักยภาพและบริหารงานขนส่งให้มีความปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรม

5. งานสื่อความและมอบรางวัลผู้ขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ประจำปี 2568
OR ได้มีการจัดงาน เพื่อสื่อความ สร้างความเข้าใจในการดำเนินธุรกิจร่วมกันระหว่างผู้ค้ากับ OR รวมทั้งทำการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่าง ๆ เพื่อร่วมกันพัฒนาประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ผ่านการจัดกิจกรรม Workshop Coaching Clinic เพื่อเป็นการให้คำแนะนำและแลกเปลี่ยนในการบริหารการขนส่งตามแนวทาง PTT Group Road Safety Management Guideline
นอกจากนี้ OR ยังได้ร่วมกับกลุ่ม ปตท. และร่วมกับสมาคมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมัน (IESG) มอบรางวัลให้กับบริษัทผู้รับจ้างขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและพนักงานขับรถขนส่ง ที่มีผลการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยในการขนส่งดีเยี่ยม เพื่อเป็นการส่งเสริม สร้างแรงผลักดันและกระตุ้นให้เกิดความมุ่งมั่นด้านความปลอดภัยในการขนส่งผลิตภัณฑ์ อันเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างจิตสำนึกที่ดีในต่อสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยพิจารณาคัดเลือกจากผู้รับจ้างขนส่งและพนักงานขับรถที่ขนส่ง โดยไม่เกิดอุบัติเหตุขั้นร้ายแรง และไม่มีข้อร้องเรียนหรือการปฏิบัติผิดกฎหมาย/สัญญา รวมทั้งพิจารณาสถิติการขนส่งและพฤติกรรมการขับขี่จากระบบ IVMS

6. OR จัดอบรมหลักสูตร ปูพื้นฐานการจัดทำบัญชี การรายงานและการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขั้นต้นเพื่อความยั่งยืนของธุรกิจให้กับผู้ค้าของ OR
OR จัดอบรมหลักสูตรพื้นฐานการจัดทำบัญชี การรายงานและการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขั้นต้นเพื่อความยั่งยืนของธุรกิจให้กับผู้ค้า จำนวน 2 รุ่น ซึ่งมีผู้เข้าอบรม ประกอบด้วยผู้ค้าและลูกค้า ในธุรกิจ upstream และ downstream ผู้ให้บริการ ภาคการขนส่ง เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและความรู้เบื้องต้นในการประเมิน Carbon Footprint Organization ตามมาตรฐาน ISO 14064-1, GHG protocol และ ขอบเขตการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1,2 และ 3 พร้อมทั้งให้ความเข้าใจหลักการและแนวปฏิบัติเบื้องต้น เพื่อวางรากฐานในการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกสำหรับองค์กร การคำนวณและการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขั้นต้น รวมถึงกลยุทธ์และเทคโนโลยีที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งแนวคิดและแนวทางในการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก

การเสริมสร้างศักยภาพด้านการจัดซื้อจัดจ้างที่ยั่งยืนในองค์กร
1. OR จัดอบรมหลักสูตร Sustainable Supply Chain Management
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2568 OR จัดอบรมหลักสูตร Sustainable Supply Chain Management ให้กับพนักงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารห่วงโซ่อุปทานและการจัดหา จำนวน 30 ท่าน โดยวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญภายนอก ซึ่งหลักสูตรนี้ มุ่งเน้นให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถพัฒนากลยุทธ์และแนวทางในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน ในกระบวนการต่าง ๆ ตลอดวัฏจักรชีวิต (Life Cycle) ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ประกอบด้วย กระบวนการออกแบบสินค้าและบริการ การกำจัดของเสีย การผลิตและบรรจุ การขนส่ง การจัดการคลังสินค้า และกระจายสินค้า การเรียกคืนและกำจัดของเสีย ที่ไม่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน อีกทั้งยังมีการจัดทำ workshop การวิเคราะห์แนวคิด SDGs BCG ESG Supply Chain และกลยุทธ์การบริหาร Sustainable Supply Chain Management (SSCM) อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้พนักงานในองค์กรมีความรู้ความเข้าใจ และนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนต่อไป

2. การตรวจสอบข้อมูลโดยหน่วยงานภายนอก
ในปี 2568 OR ได้รับการทวนสอบข้อมูลการดำเนินการที่เกี่ยวข้องในเรื่องจัดการห่วงโซ่อุปทาน โดยผู้ตรวจสอบภายนอก (การรับรองความเชื่อมั่นของข้อมูล (Assurance Statement))
กระบวนการบริหารจัดการคู่ค้าด้าน ESG ดังกล่าว ได้รับการทบทวนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่ายังคงสอดคล้องกับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจขององค์กร และการดำเนินการงานผู้ค้าสอดคล้องกับแนวปฏิบัติภายใต้แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืน ของผู้ค้า (OR SSCoC) และข้อปฏิบัติด้าน ESG ที่ OR กำหนดไว้