
OR ได้กำหนดตัวชี้วัดผลการดำเนินงานขององค์กร (Corporate KPI) ที่วัดผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาสังคมและชุมชนอย่างมีส่วนร่วม เพื่อเป็นการผลักดันให้เกิดการดำเนินการด้านการพัฒนาสังคมและชุมชนอย่างมีส่วนร่วมเป็นรูปธรรมและโดยมีประสิทธิภาพ ซึ่งผนวกอยู่ในตัวชี้วัดของผลการดำเนินงานผู้บริหาร (Executive KPI) โดยมีรายละเอียดตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
อ่านกลยุทธ์พัฒนาสังคมและชุมชนเพิ่มเติมในบท ‘การพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างมีส่วนร่วม’
OR ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการมีส่วนร่วมของชุมชน เนื่องจากลักษณะของโมเดลธุรกิจที่ดำเนินงานใกล้ชิดกับสังคมและชุมชนท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ OR ในการสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างทั่วถึง (Inclusive Growth) เพื่อคงไว้ซึ่งสิทธิทางสังคมในการดำเนินธุรกิจ (Social License to Operate) OR มุ่งสร้างความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งกับชุมชน และลดความเสี่ยงจากการคัดค้านหรือการหยุดชะงักของการดำเนินงาน ในระดับที่กว้างขึ้น OR ยังร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรภาคประชาสังคม (CSOs) เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นดังกล่าว ซึ่งช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของ OR ให้เป็นแบรนด์ค้าปลีกที่ผู้บริโภคให้คุณค่าและชุมชนไว้วางใจ พร้อมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการดึงดูดพนักงาน ลูกค้า และนักลงทุน ผ่านการสร้างคุณค่าร่วม (Shared Value Creation) OR มุ่งนำแนวทางนี้ไปประยุกต์ใช้ในทุกกลุ่มธุรกิจเพื่อสนับสนุนสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิต และเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง นำไปสู่การสร้างคุณค่าร่วมให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างสมดุลและยั่งยืน
OR ขับเคลื่อนการดำเนินโครงการเพื่อสังคม จากแนวทางแบบ CSR สู่แนวทาง CSV โดยบูรณาการประเด็นด้านการพัฒนาสังคมและชุมชนเข้าสู่วิสัยทัศน์และกลยุทธ์องค์กร เพื่อสร้างสรรค์โครงการที่ส่งผลกระทบทางบวกแก่สังคมและธุรกิจพร้อม ๆ กัน โดยมีโครงการ CSR จิตอาสา ที่เน้นการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกคน ได้แก่ โครงการ “ฮาวทูทิ้ง ทิ้งอย่างไรให้ได้บุญ” และโครงการยางห่วงใย ไอห่วงยูว์ โครงการพัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน โครงการ Café Amazon for Chance โครงการไทยเด็ด โครงการ Together รักษ์ แอท ท่าเสา โดยมุ่งเน้นบรรลุเป้าหมายตาม OR SDG ทั้งนี้ OR วางระบบในการสำรวจความคิดเห็นและความคาดหวังของชุมชนและสังคม ออกแบบโครงการโดยเน้นความร่วมมือระหว่างบริษัทฯ และชุมชน และใช้ทรัพยากรของบริษัทฯ เช่น ทรัพยากรทางการเงิน หรือความเชี่ยวชาญของพนักงาน อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางสังคมที่สูงที่สุด นอกจากนี้ ดำเนินการวัดผลเป็นรูปธรรมเพื่อประเมินแนวทางการดำเนินงานที่ดีและควรขยายต่อ รวมถึงข้อปรับปรุงที่ควรนำไปพัฒนาต่อไป

โครงการ “ฮาวทูทิ้ง ทิ้งอย่างไรให้ได้บุญ”
โครงการ “ฮาวทูทิ้ง ทิ้งอย่างไรให้ได้บุญ” เกิดขึ้นจากความตั้งใจของ OR ที่เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อมและปริมาณขยะที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงริเริ่มเชิญชวนพนักงานมามีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแนวคิดจาก “การทิ้ง” เป็น “การให้ที่ยั่งยืน” ผ่านการส่งเสริมจิตอาสาและเริ่มต้นจากสิ่งของใกล้ตัวที่ไม่ใช้แล้ว พร้อมทั้งสนับสนุนการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ตามเป้าหมาย OR 2030 Goals โครงการนี้มุ่งหมายให้พนักงานสามารถนำสิ่งของส่วนตัวที่ไม่ใช้แล้วมาบริจาคแทนการทิ้ง เพื่อนำไปเพิ่มคุณค่าและส่งต่อให้ผู้ที่ขาดแคลน ต่อยอดเป็นคุณประโยชน์ทั้งต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “OR เติมโอกาส” โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ เสริมสร้างและสนับสนุนจิตอาสาในกลุ่มพนักงาน ลดปริมาณขยะผ่านการนำสิ่งของกลับมาใช้ซ้ำและเพิ่มมูลค่า และส่งต่อโอกาสให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ
OR เปิดรับบริจาคสิ่งของที่ไม่ใช้แล้ว อาทิ เครื่องสำอาง ยารักษาโรค รองเท้า และเสื้อผ้า โดยจัดเก็บในช่วงเดือนมีนาคมถึงธันวาคม 2568 พร้อมปรับหมวดหมู่สิ่งของที่รับบริจาคในแต่ละเดือน ผลการดำเนินงานตลอดปี 2568 สามารถช่วยลดปริมาณขยะก่อนเข้าสู่ระบบได้กว่า 4,262 กิโลกรัม ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก 31 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า พร้อมมีจิตอาสามาช่วยคัดแยก 42 คน และส่งต่อสิ่งของให้หน่วยงานต่าง ๆ รวม 38 หน่วยงาน

โครงการยางห่วงใย ไอห่วงยูว์
สืบเนื่องจากที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และระเบียบวาระแห่งชาติได้ตั้งเป้าหมายให้ผู้สูงอายุในประเทศไทยเป็น Active Ageing หรือการสูงวัยอย่างมีคุณภาพ อีกทั้งยังมีจำนวนผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และผู้ที่ต้องได้รับการกายภาพบำบัดเพิ่มมากขึ้น OR เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงวัย และการฟื้นฟูผู้ป่วยให้สามารถออกกำลังกายได้อย่างสะดวกและปลอดภัย โดยเป็นกิจกรรมที่พนักงาน OR และประชาชนทั่วไปสามารถมีส่วนร่วมได้ จึงริเริ่มโครงการ “ยางห่วงใย ไอห่วงยูว์” ตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน
โครงการดังกล่าวเปิดโอกาสให้พนักงานและประชาชนร่วมจัดทำยางยืดออกกำลังกาย เพื่อนำไปส่งต่อให้กับผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ดังกล่าวในการฟื้นฟูร่างกาย โดยผลลัพธ์จากการดำเนินโครงการ มีจิตอาสาเข้าร่วมกว่า 2,562 คน และสามารถทำยางยืดออกกำลังกายได้กว่า 5,723 เส้น พร้อมกันนี้ได้ทำการส่งมอบให้กับหน่วยงานต่าง ๆ กว่า 22 หน่วยงาน ในพื้นที่ 16 จังหวัด
โครงการพัฒนาชุมชนอย่างมีส่วนร่วม (TOGETHER): รักษ์ แอท ท่าเสา
โครงการ “Together รักษ์ แอท ท่าเสา” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ TOGETHER ที่ OR ดำเนินการระยะยาวในพื้นที่คลังปิโตรเลียมสงขลา (พ.ศ. 2565–2568) โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อพัฒนาชุมชนบ้านท่าเสาให้เป็นชุมชนเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง และยั่งยืน ผ่านกิจกรรม 3 กลุ่ม ได้แก่ การอนุรักษ์พันธุ์ปลา การประมงเพื่อสร้างอาชีพ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อสร้างสัมมาชีพ โดยอิงทุนเดิมและศักยภาพในพื้นที่ ผสานความร่วมมือระหว่าง OR ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ยังมุ่งส่งเสริมการมีจิตอาสาและการถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อขยายผลสู่กลุ่มอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง
โดยผลลัพธ์กว่า 1 ปีที่ผ่านมาประกอบด้วย การพัฒนาโรงเรือนเพาะพันธุ์ปลาและการอนุบาลพันธุ์สัตว์น้ำ การแปรรูปผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยมีการสนับสนุนจากศูนย์วิจัยสัตว์น้ำชายฝั่ง จ.สงขลา และหน่วยงานท้องถิ่น โครงการนี้จึงเป็นต้นแบบของการบูรณาการภาคธุรกิจกับชุมชน ภายใต้แนวคิดการเติบโตอย่างสมดุลและเกื้อกูลกัน สะท้อนเจตนารมณ์ของ OR ที่เชื่อว่า “ความยั่งยืนของธุรกิจคือการเติบโตไปพร้อมกับชุมชนและสังคม”
โครงการพัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน
OR มีเป้าหมายในการยกระดับมาตรฐานการปลูกและการผลิตกาแฟของเกษตรกร ควบคู่กับการเป็นช่องทางรับซื้อผลผลิตที่ยั่งยืน ผ่านโครงการพัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน ซึ่งดำเนินงานต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 โดยร่วมมือกับหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมอุทยานแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) รวมถึงหน่วยงานภาคีเครือข่ายอื่น ๆ เพื่อขยายพื้นที่เพาะปลูก ส่งเสริมการแปรรูป การอนุรักษ์ป่าและความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรตามมาตรฐาน Café Amazon Standard ภายใต้แนวทางเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) รวมถึงการนำระบบราคาที่เป็นธรรม (Fair Trade) และเทคโนโลยีดิจิตัลเข้ามาใช้ในการรับซื้อและตรวจสอบย้อนกลับข้อมูลผลผลิต
ในขณะเดียวกัน OR ได้พัฒนา “อุทยานคาเฟ่ อเมซอน” ในจังหวัดลำปาง เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ธุรกิจกาแฟแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาสายพันธุ์กาแฟที่เหมาะสม โดยใช้แนวทางการเกษตรที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2558–2568 OR รับซื้อผลผลิตกาแฟจากเกษตรกรและชุมชนแล้วกว่า 7,500 ตัน สร้างรายได้กว่า 1,500 ล้านบาทให้เกษตรกรกว่า 1,600 ราย เกิดการรวมกลุ่ม สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ลดปัญหาทางสังคม และช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบคุณภาพสูงสำหรับธุรกิจ Café Amazon และลดความเสี่ยงจากผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว


โครงการไทยเด็ด
ในปี 2568 OR ได้ดำเนินการประเมินผลกระทบและผลตอบแทนทางสังคมจากโครงการไทยเด็ด ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่ OR ริเริ่มตั้งแต่ปี 2561 จากความร่วมมือระหว่าง OR และหน่วยงานพันธมิตร โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของชุมชนไทย ผ่านการคัดสรรผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจากกลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน พร้อมสนับสนุนด้านการตลาดและขยายช่องทางการจัดจำหน่ายอย่างครอบคลุม
ช่องทางการจำหน่ายสินค้าไทยเด็ดยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งร้าน/มุมสินค้าไทยเด็ดใน PTT Station และ Café Amazon รวมถึงช่องทางออนไลน์ ThailandPostMart ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ไทยเด็ดมากกว่า 1,300 รายการ และมีชุมชนหรือผู้ประกอบการรายย่อยเข้าร่วมกว่า 500 ราย
โครงการไทยเด็ดสร้างประโยชน์ทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การสร้างงานและความมั่นคงทางรายได้ การยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบทางการเกษตรที่ปลอดสารเคมีในบางพื้นที่ ผลการประเมิน SROI ของโครงการไทยเด็ดประจำปี 2568 อยู่ที่ 1.19 เท่าของเงินลงทุน หมายความว่า การลงทุนทางสังคมของ OR ทุก 1 บาท สามารถสร้างผลตอบแทนกลับคืนสู่ชุมชนได้ 1.19 บาท
เมื่อพิจารณาในระดับชุมชน พบกรณีตัวอย่างที่สะท้อนศักยภาพของโครงการอย่างชัดเจน เช่น ขนมปั้นขลิบทอดน้องหนึ่ง จังหวัดพัทลุง และกระเป๋าพู่ประดิษฐ์ Montmaxx DIY Bag จังหวัดสมุทรปราการ ที่สร้างผลตอบแทนทางสังคมสูงถึง 9.8 เท่า และ 2.4 เท่า ตามลำดับ ตอกย้ำความสำเร็จของโครงการในการเพิ่มรายได้ ขยายการจ้างงาน และกระตุ้นระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในชุมชนอย่างแท้จริง
ด้วยผลสัมฤทธิ์ดังกล่าว “ไทยเด็ด” ได้ก้าวสู่ตัวอย่างของการผสานคุณค่าทางสังคมเข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมต่อยอดไปสู่ระดับภูมิภาค ผ่านบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ในโครงการ “สุดยอดสินค้าลาว” เพื่อถ่ายทอดแนวคิดการใช้สถานีบริการน้ำมันเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น การขยายผลสู่ต่างประเทศนี้สะท้อนบทบาทของ OR ในฐานะองค์กรธุรกิจที่ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนระดับภูมิภาค พร้อมแบ่งปันองค์ความรู้และเสริมพลังชุมชนสู่การเติบโตร่วมกันในระยะยาว
โครงการ Café Amazon for Chance
โครงการ Café Amazon for Chance มีนโยบายมุ่งพัฒนาสังคมและชุมชนให้เป็นสังคมแห่งการเกื้อกูล โดยสร้างโอกาสด้านอาชีพแก่ผู้ขาดโอกาสทางสังคม ผ่านการจ้างงานในร้าน Café Amazon ซึ่งปัจจุบันมี 464 สาขา และมีผู้ขาดโอกาสเข้าร่วมโครงการรวม 477 ราย ครอบคลุมทั้งผู้สูงอายุ ผู้พิการ และเยาวชนด้อยโอกาส

ในปี 2568 โครงการ Café Amazon for Chance ได้รับรางวัลองค์กรที่ส่งเสริมการจ้างงานและสร้างรายได้สำหรับผู้สูงอายุ ระดับดีเยี่ยม จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยได้ร่วมมือกับ YoungHappy Plus ธุรกิจเพื่อสังคมที่พัฒนาแอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับผู้สูงอายุ ผ่านเว็บไซต์ younghappyplus.com ซึ่งทำหน้าที่เป็นช่องทางจัดหางานสำหรับวัยเกษียณ ซึ่งโครงการ Café Amazon for Chance เปิดรับลงทะเบียนผู้สูงอายุที่สนใจร่วมงานผ่านทางเว็บไซต์เพื่อสนับสนุนโอกาสในการสร้างรายได้ให้แก่ผู้สูงอายุ
